วันนี้ (8 เมษายน) ไชยรัตน์ ปาวะกะนันท์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินคดีอาญาในความผิดฐานฟอกเงิน และจัดให้มีการเล่นการพนันออนไลน์ ซึ่งมี ชนนพัฒฐ์ หรือกฤต หรือกิต หรือกริช นาคสั้ว กับพวก เป็นผู้ต้องหา โดยคดีดังกล่าวแบ่งออกเป็น 2 สำนวนหลักในพื้นที่รับผิดชอบของสถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลา และสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ ซึ่งอัยการสูงสุดได้มีคำสั่งชี้ขาดให้สั่งฟ้องผู้ต้องหาแล้ว มีรายละเอียดดังนี้
สำนวนที่ 1: คดีฐานร่วมกันฟอกเงิน (พื้นที่ สภ.เมืองสงขลา) คดีนี้สืบเนื่องจากคดีมูลฐานที่ชนนพัฒฐ์ (ผู้ต้องหาที่ 1) และภัทรศักดิ์ แสงสว่าง (ผู้ต้องหาที่ 2) ถูกกล่าวหาว่าร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์ ซึ่งศาลแขวงสงขลาได้มีคำพิพากษาลงโทษจำคุกภัทรศักดิ์ไปแล้วเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2568
ในส่วนของความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน พนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนให้อัยการจังหวัดสงขลาเมื่อปลายปี 2565 ซึ่งเดิมอัยการจังหวัดสงขลามีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาทั้งสอง แต่ต่อมารองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้มีความเห็นแย้งและส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดชี้ขาด โดยอัยการสูงสุดได้สั่งให้สอบสวนเพิ่มเติมจนครบถ้วนสมบูรณ์เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568
ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 อัยการสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่า พฤติการณ์ของชนนพัฒฐ์มีความเกี่ยวข้องกับการโอนและซุกซ่อนทรัพย์สินที่ได้จากการพนันออนไลน์ ซึ่งเป็นความผิดมูลฐานฐานฟอกเงิน แม้จะไม่มีการดำเนินคดีอาญาในความผิดมูลฐานในสำนวนเดียวกันก็ตาม จึงมีคำสั่งชี้ขาดให้ สั่งฟ้องชนนพัฒฐ์ และภัทรศักดิ์ ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฯ พร้อมสั่งการให้ประสาน ปปง. ดำเนินการยึดรถยนต์ของกลางจำนวน 2 รายการ
สำนวนที่ 2: คดีฐานจัดให้มีการเล่นการพนันออนไลน์ (พื้นที่ สภ.หาดใหญ่) คดีนี้มีการกล่าวหาชนนพัฒฐ์ (ผู้ต้องหาที่ 1) และณัฐวุฒิ จันทร (ผู้ต้องหาที่ 2) ในความผิดฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์ และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ซึ่งเดิมพนักงานสอบสวนและอัยการจังหวัดสงขลามีความเห็นสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาทั้งสองเมื่อปลายปี 2566 แต่ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้มีความเห็นแย้งและส่งให้อัยการสูงสุดชี้ขาด
ต่อมาเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 อัยการสูงสุดได้มีคำสั่งชี้ขาดให้ สั่งฟ้องชนนพัฒฐ์ และณัฐวุฒิ ในความผิดฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันออนไลน์ ตาม พ.ร.บ.การพนันฯ โดยในส่วนของณัฐวุฒิ อัยการสูงสุดได้ใช้อำนาจอนุญาตให้ฟ้องแม้พ้นกำหนดเวลาผัดฟ้องตามกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม อัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่ฟ้องในความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ เนื่องจากพยานหลักฐานชี้ว่าข้อมูลคอมพิวเตอร์ดังกล่าวเป็นการชักชวนเล่นพนันจริง ไม่ใช่การนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จหรือบิดเบือน นอกจากนี้ ยังสั่งการให้ตรวจสอบอาวุธปืนของกลางจำนวน 5 กระบอก ว่าเป็นของผู้ต้องหาหรือไม่ เพื่อนำสืบในชั้นศาลต่อไป
รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ระบุทิ้งท้ายว่า หลังจากที่อัยการสูงสุดได้มีคำสั่งชี้ขาดเด็ดขาดแล้ว พนักงานสอบสวนจะต้องดำเนินการตามคำสั่ง โดยเร่งติดตามและนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ได้แก่ ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว, ภัทรศักดิ์ แสงสว่าง และณัฐวุฒิ จันทร มาส่งมอบให้พนักงานอัยการเพื่อดำเนินการยื่นฟ้องต่อศาลตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป


