×

นพ.ชลน่าน ชี้ 8 ปีประยุทธ์ ทำประชาชนเจอวิกฤต ประชาธิปไตยพัง ประเทศสูญเสียความเชื่อมั่นบนเวทีโลก

โดย THE STANDARD TEAM
30.08.2022
ชลน่าน ศรีแก้ว

วันนี้ (30 สิงหาคม) ที่พรรคเพื่อไทย ได้จัดงานเสวนาหัวข้อ ‘พอเถอะครับ ประเทศไทยต้องไปต่อ’ นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย, พิชัย นริพทะพันธุ์ รองประธานยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ, สุขุมพงศ์ โง่นคำ คณะทำงานด้านกฎหมาย และ อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขาธิการ และกรรมการคณะยุทธศาสตร์และการเมือง

 

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า 8 ปีที่เราอยู่กับระบบประยุทธ์ ประชาชนเจอแต่ความลำบาก ยุ่งยากในการใช้ชีวิต เคยมีคนพูดไว้ว่า ทุกอย่างสงบจบที่ลุงตู่ จบจริงๆ โอกาสของบ้านเมืองสงบเงียบ ราบคาบ ในมิติทางการเมืองไทยอยู่อันดับที่เท่าไรของโลก เราตอบไม่ได้ เพราะ 8 ปีที่ผ่านมาเกิดจากการยึดอำนาจ ประชาธิปไตยเราโดนทำลาย เมื่อเข้ามา พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็บอกว่าจะขออยู่ไม่นาน เพื่อคืนความสุขให้ประชาชน แต่กลไกที่ใช้ในการสืบทอดอำนาจเป็นกลไกที่สร้างขึ้นเพื่อให้อยู่ในอำนาจ 8 ปี ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายรัฐธรรมนูญ การเลือกตั้ง การมีส่วนร่วมของประชาชน ระบบรัฐสภาที่เป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 

 

เราเห็นชัดว่ามิติทางการเมืองเสียหายร้ายแรง จากความเชื่อมั่นระดับโลก เกิดกระแสต่อต้านไม่เอาระบบรัฐสภา ประชาชนแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ฝ่ายสนับสนุนระบอบประยุทธ์, ฝ่ายประชาธิปไตยที่คัดค้านระบอบประยุทธ์ และฝ่ายอะไรก็ได้ กลุ่มนี้กำลังโดนเจาะความศรัทธาในระบอบการเมืองไทย หาก พล.อ. ประยุทธ์ ยังอยู่ต่อ ความเป็นประชาธิปไตยของประเทศไทยจะถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง ความแนบเนียนที่รัฐบาลกำลังทำส่งผลให้ระบบรัฐสภาล้มเหลว ฝ่ายค้านรู้ว่าการทำให้การประชุมสภาล่มทำให้อำนาจของรัฐสภาเสื่อมลง แต่เราจำเป็นต้องทำ 

 

“ทุกคนจะถูกครอบงำด้วยประชาธิปไตยจอมปลอมผ่านระบบเลือกตั้งที่เซ็ตไว้แล้ว ทำไมเราถึงเรียกร้องรัฐธรรมนูญปี 40 ให้อำนาจประชาธิปไตยเป็นของประชาชน ไม่ถูกครอบงำ ประชาชนมีอำนาจในการเลือกตัวแทนที่ตัวเองอยากได้ โดยไม่มีปัจจัยจากอำนาจเงิน อำนาจรัฐ และอำนาจการจัดการการโกง นี่คือความเลวร้ายทางการเมือง หาก พล.อ. ประยุทธ์ ยังอยู่ต่อไปจะเป็นอันตรายต่อประเทศ อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชนก็จะเป็นเพียงแค่คำพูด” นพ.ชลน่าน กล่าว

 

นพ.ชลน่าน กล่าวต่อว่า เผด็จการไม่ใช่ความเลวร้าย แต่เป็นการใช้อำนาจของคนกลุ่มเดียว มีการแอบอ้างประชาชนมาตลอด ซึ่ง 8 ปีที่ผ่านมา พล.อ. ประยุทธ์ ใช้อำนาจพิเศษมาโดยตลอด ขณะนี้เราทุกคนอยู่ภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อ้างโควิด แต่ปิดกั้นการแสดงออกของกลุ่มผู้ชุมนุม โดยก่อนหน้านี้ใช้มาตรา 44 ตั้งแต่ปี 2557 รวมทั้งอำนาจของการปกครองท้องถิ่นถูกทำลายอย่างย่อยยับ ท้องถิ่นไหนไม่ขึ้นกับรัฐบาลจะถูกต่อรอง โดยเฉพาะตำแหน่งบริหารท้องถิ่น ซึ่งจะมีผลกระทบในเรื่องของงบประมาณ และแผนการที่จะใช้ดูแลประชาชนในพื้นที่ถูกตัดขาด ตัดเส้นเลือด เพื่อให้ประชาชนได้รู้ว่าการปกครองท้องถิ่นไม่สามารถช่วยเหลือประชาชนได้ แต่ประชาชนบางกลุ่มก็สนับสนุน ตนอยากให้ประชาชนเปิดตาและมองเห็นผลประโยชน์ของประเทศ การแบ่งฝั่งแบ่งฝ่ายในการทำงานเป็นเรื่องดี แต่การแบ่งฝ่ายในการใช้ชีวิตร่วมกันไม่ดีต่อระบอบประชาธิปไตย ระบอบประชาธิปไตยส่งเสริมความเห็นต่าง การเมืองที่เป็นปัญหาในประเทศคือการถกเถียงแล้วไม่มีข้อสรุปหรือข้อยุติ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมตอนนี้คือไม่ยอมรับเสียงข้างมาก นี่คือความเลวร้าย เป็นวิธีการทำลายประชาธิปไตย ปล่อยให้เกิดความขัดแย้งโดยไม่มีข้อสรุป 

 

ส่วนการเมืองจะหาทางยุติได้อย่างไรนั้น นพ.ชลน่าน ได้ยกตัวอย่างแบ่งเป็น 2 ข้อ ดังนี้

 

  1. กลไกของผู้มีอำนาจตัดสิน หากผลออกมาเป็นทางที่เราคาดหวัง ก็จะเป็นการยุติบทบาทของ พล.อ. ประยุทธ์ และเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งนายกฯ คนใหม่ การเลือกตั้งจะเป็นความหวังเล็กๆ ให้กับประชาชน

 

  1. การคืนอำนาจให้กับประชาชนคือการยุบสภา แต่ฝ่ายค้านไม่เรียกร้องในตอนนี้ เพราะเราไม่อยากเป็นเครื่องมือให้เกิดสุญญากาศในการเมือง 

 

“ผมคาดหวังว่าการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญจะออกมาเร็ว สิ่งที่ดีที่สุดคือการคืนอำนาจให้กับประชาชน พอแล้ว 8 ปีที่ประเทศไทยต้องลำบาก การสูญเสียสิทธิเสรีภาพ ประเทศไร้ความหวัง ยุบสภาจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดหากมีกฎหมายเลือกตั้ง 8 ปีพอแล้วสำหรับประเทศไทย” นพ.ชลน่าน กล่าวในที่สุด


READ MORE





EDITOR'S PICKS


Latest Stories