วันนี้ (1 เมษายน) ดร.ยรรยง ไทยเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานวิจัยเศรษฐกิจและความยั่งยืน ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) เปิดเผยว่า เบื้องต้น SCB EIC ประเมินว่าสถานการณ์แผ่นดินไหวจะสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างน้อย 30,000 ล้านบาท โดยในประมาณการพื้นฐาน (Base Case) ผลกระทบที่รุนแรงที่สุดน่าจะเกิดขึ้นในเดือนเมษายนก่อนจะปรับดีขึ้นเข้าสู่ฐานปกติภายใน 3 เดือน โดย 3 ภาคส่วนที่คาด จะได้รับผลกระทบมากที่สุดได้แก่
- ภาคการท่องเที่ยว โดยเริ่มเห็นสัญญาณจากการยกเลิกเที่ยวบิน และห้องพักแล้ว นอกจากนี้ SCB EIC ประเมินว่าเหตุการณ์แผ่นดินไหวนี้จะทำให้นักท่องเที่ยวลดลง 4 แสนคน (โดย base case ปัจจุบัน ที่เปิดเผยไปเมื่อมีนาคมคาดว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยจะอยู่ที่ 38.2 ล้านคนในปีนี้ ) ขึ้นอยู่กับมาตรการฟื้นฟูความเชื่อมั่นจากภาครัฐ
- ภาคอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากผู้ที่กำลังตัดสินใจซื้อหรือโอนเงินน่าจะเลื่อนการตัดสินใจออกไปจนกว่าจะมีความมั่นใจในความปลอดภัยของตึกหรืออาคาร ที่ตนกำลังจะซื้อส่งผลให้มูลค่าการลงทุนในคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ และปริมณฑลจากที่ scb eic เคยประเมินว่า น่าจะเป็นบวกเล็กน้อย ก็คาดว่าจะติดลบราว 1% และคาดว่าจะทำให้การปรับตัวของตลาดคอนโดมิเนียม ซึ่งยังมีสต็อกค้างสะสมประมาณ 7.4 หมื่นยูนิตน่าจะต้องใช้เวลาในการขายนานขึ้น
- ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและธุรกิจ ที่จะส่งผลกระทบต่อการบริโภคและการลงทุนต่อไป
ดร.ยรรยง ย้ำว่า นี่เป็นเพียงคาดการณ์เบื้องต้นเท่านั้น โดยผลกระทบจะดีกว่าหรือแย่กว่านี้ขึ้นอยู่กับมาตรการของภาครัฐในการฟื้นคืนความเชื่อมั่น โดยเฉพาะประชาสัมพันธ์และการให้ความมั่นใจแก่ประชาชนและชาวต่างชาติถึงความแข็งแรงและความปลอดภัยของโครงสร้างอาคารต่างๆ รวมไปถึงการปรับปรุงระบบเตือนภัยต่างๆ
ตอนนี้ปัจจุบัน SCB EIC คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัว 2.4% อย่างไรก็ตามยังมีความเสี่ยงขาลงอีกมากทั้งจากปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายในประเทศ