×

WSJ เผยเหตุผล จีนปลด ‘จาง โยวเซี่ย’ เบอร์ 2 กองทัพ เซ่นคดีสินบน-เอี่ยวข้อมูลนิวเคลียร์รั่วสหรัฐฯ

26.01.2026
  • LOADING...
ภาพประกอบการปลด จาง โยวเซี่ย รองประธานคณะกรรมการกลางด้านการทหารของจีน

Wall Street Journal เผยกระทรวงกลาโหมจีนปลด จาง โยวเซี่ย รองประธานคณะกรรมการกลางด้านการทหาร (Central Military Commission

 

เมื่อวานนี้ (25 มกราคม) Wall Street Journal เปิดเผยรายงาน Exclusive เกี่ยวกับการปลดนายทหารระดับสูงของจีน โดยได้รับข้อมูลจากแหล่งข่าวที่อยู่ในการบรีฟในกองทัพว่า จางกำลังถูกสอบสวนในข้อหาสร้างกลุ่ม ‘อิทธิพลทางการเมือง’ ซึ่งหมายถึงการสร้างเครือข่ายบ่อนทำลายเอกภาพของพรรคคอมมิวนิสต์จีน และใช้อำนาจโดยมิชอบใน CMC

 

รายงานระบุว่า จางยังรับสินบนเพื่อเลื่อนตำแหน่งนายทหาร ซึ่งสอดคล้องกับบทบาทของจางที่ดูแลกำกับหน่วยงานที่รับด้านการวิจัย พัฒนา และการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ โดยมีการเชื่อมโยงว่า เขาน่าจะรับสินบนจาก หลี่ ซ่างฝู อดีตรัฐมนตรีกลาโหมที่โดนปลดในปี 2023 และถูกขับพรรคคอมมิวนิสต์

 

แต่ข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงที่สุดของจาง คือ การรั่วไหลข้อมูลเทคนิคด้านอาวุธนิวเคลียร์ให้กับสหรัฐฯ โดยแหล่งข่าวระบุว่า จางเป็นหนึ่งในผู้สมรู้ร่วมคิดกับ กู่ จวิน อดีตผู้จัดการทั่วไปของบริษัท China National Nuclear Corporation หรือรัฐวิสาหกิจที่ดูแลโครงการนิวเคลียร์ทั้งในเชิงพลเรือนและทางทหาร ซึ่งรัฐบาลจีนเพิ่งสอบสวนกู่เมื่อวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา ในข้อหาละเมิดวินัยพรรคและกฎหมายรัฐอย่างร้ายแรง

 

อย่างไรก็ตาม ไม่มีรายละเอียดเปิดเผยว่า จางและกู่เกี่ยวข้องกับการรั่วไหลของข้อมูลด้านนิวเคลียร์อย่างไร

 

ขณะที่ความเห็นภายในจีน เช่น บทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ PLA Daily ระบุว่า จางได้ ‘บ่อนทำลาย’ รากฐานอำนาจในตำแหน่งประธาน CMC อย่างร้ายแรง ซึ่งสะท้อนว่า จางมีอำนาจเกินกว่า สี จิ้นผิง

 

นับว่า การปลดผู้นำระดับสูงครั้งนี้คือการรื้อโครงสร้างผู้นำในกองทัพจีนเข้มข้นที่สุดตั้งแต่ในยุค เหมา เจ๋อตง โดย คริสโตเฟอร์ เค. จอห์นสัน (Christopher K. Johnson) อดีตนักวิเคราะห์ของ CIA ที่ติดตามการเมืองชนชั้นนำจีนระบุผ่าน New York Times ว่า การสอบสวนจางเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์กองทัพจีน และเท่ากับเป็นการทำลายโครงสร้างผู้บัญชาการระดับสูงอย่างสิ้นเชิง

 

นอกจากนี้ Wall Street Journal มองว่า การปลดเบอร์ 2 กองทัพจีนแสดงให้เห็นว่า สีจิ้นผิง มีความมั่นใจในการควบคุมกองทัพอย่างเต็มที่ ซึ่งไม่ใช่สัญญาณของความอ่อนแอ แต่เป็นการแสดงพลัง

 

อย่างไรก็ดี การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้นำกองทัพ อาจส่งผลกระทบต่อความพร้อมรบของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนในระยะสั้นถึงกลาง และอาจลดความเสี่ยงของปฏิบัติการทางทหารขนาดใหญ่ เช่น การบุกไต้หวันในช่วงเวลาใกล้นี้

 

อนึ่ง จางเป็นสมาชิกโปลิตบูโร โดยเป็นหนึ่งในทายาทของนักปฏิวัติรุ่นบุกเบิก เช่นเดียวกับสีจิ้นผิง โดยบิดาของทั้งสองเคยร่วมรบกันในสงครามกลางเมืองจีน ต่อมาได้ขึ้นสู่ตำแหน่งระดับสูงในพรรค และมีประสบการณ์รบจริงในสงครามจีน-เวียดนามในทศวรรษ 1970-1980

 

อ้างอิง:

 
  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising