×

‘จีน’ แผ่อิทธิพล ตลาดเกิดใหม่ ดัน ‘หยวน’ เป็นสกุลเงินหลักชำระเงินการค้า กระจายความเสี่ยงค่าเงิน ‘ดอลลาร์’

02.10.2025
หยวน

ท่ามกลางกระแสการโหมข่าว ‘Dedollarization’ หรือ การเสื่อมค่าของดอลลาร์สหรัฐ ในฐานะสกุลเงินหลักของโลกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองว่า ในอนาคต อิทธิพลของดอลลาร์ในระบบการเงินอาจจะล่มสลาย แล้วถูกแทนที่ด้วยสกุลเงินอื่นแทน โดย ‘หยวน’ ได้ถูกจับตามอง ในฐานะสกุลเงินหลัก ที่มีโอกาสมาแทนที่ดอลลาร์ เนื่องจากมีบทบาทในการทำธุรกรรมการค้า การลงทุนระหว่างประเทศมากขึ้น ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

 

คำถามคือ ทฤษฎีดอลลาร์ล่มสลาย หยวนขึ้นมาเป็นสกุลเงินหลักนั้น มีโอกาสเกิดจริงแค่ไหน หรือแค่เป็นการหยิบข้อมูลความผันผวนระยะสั้นของดอลลาร์ ซึ่งเป็นผลจากการดำเนินนโยบายสุดโต่งทั้งด้านตลาดทุน และตลาดเงินของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กันแน่

 

ข้อมูลล่าสุดของธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) พบว่า ในปี 2568 หยวน กลายเป็นสกุลเงินที่มีการซื้อขายมากที่สุดเป็นอันดับ 5 ของโลก โดยมีสัดส่วน 8.5% ของธุรกรรมสกุลเงินทั่วโลก เพิ่มขึ้นจาก 7.0% ในการสำรวจเมื่อปี 2565 ปัจจุบันปริมาณการซื้อขายทั่วโลกต่อวันพุ่งสูงถึง 817,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งใกล้เคียงกับ ‘ปอนด์สเตอร์ลิง’ ซึ่งอยู่ในอันดับ 4 โดยสัดส่วนในธุรกรรมสกุลเงิน ทั่วโลกลดลงเหลือ 10.2% จาก 12.9% ในปี 2565

 

ด้าน ‘ดอลลาร์สหรัฐ’ ยังคงครองแชมป์สกุลเงินที่มีการซื้อขายมากที่สุดในโลก โดยมีสัดส่วนอยู่ที่ 89.2% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 88.4% เมื่อปี 2565

 

แม้ในปีนี้ทั่วโลก จะมีความต้องการซื้อขายสกุลเงินหยวนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จนมีโอกาสขึ้นมาแทนตำแหน่งเงินปอนด์สเตอร์ลิง แต่เมื่อเปรียบเทียบข้อมูล ธุรกรรมการชำระเงินทั่วโลกในระบบ SWIFT พบว่า ในเดือนสิงหาคม 2568 สกุลเงินหยวน มีสัดส่วนการใช้ชำระเงินลดลง เหลือ 2.9% จาก 4.7% ในปีก่อน

 

ชี้ให้เห็นว่า ความต้องการใช้สกุลเงินหยวนในฐานะสื่อกลาง การชำระเงิน ยังไม่เสถียรนัก ในขณะที่ดอลลาร์สหรัฐ ยังครองอันดับ 1 ในฐานะสกุลเงิน ที่ถูกใช้ชำระเงินมากที่สุดในโลก โดยมีสัดส่วนอยู่ที่ 47.94%

 

เปิดสัดส่วนสกุลเงินที่ใช้ซื้อขายมากสุด อันดับ 5 แรก ในปี 2568

 

  • ดอลลาร์สหรัฐ 89.2% ของธุรกรรมทั่วโลก (88.4% ในปี 2565)
  • ยูโร 28.9% ของธุรกรรมทั่วโลก (30.6% ในปี 2565)
  • เยน 16.8% ของธุรกรรมทั่วโลก (16.7% ในปี 2565)
  • ปอนด์ 10.2% ของธุรกรรมทั่วโลก (12.9% ในปี 2565)
  • หยวน 8.5% ของธุรกรรมทั่วโลก (7% ในปี 2565)

 

ตลาดเกิดใหม่ ไพ่ลับหนุนจีน เป็นสกุลเงินหลักโลกการค้า

 

เมื่อถามถึงโอกาสและความเป็นไปได้ที่หยวนจะขึ้นมาเป็นสกุลเงินหลักแทนที่ดอลลาร์ในด้านการค้า เกวลิน หวังพิชญสุข รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด (KResearch) ให้ความเห็นกับ THE STANDARD WEALTH ว่า ในระยะสั้น-ระยะกลาง หยวนจะมีบทบาทมากขึ้น ในการทำธุรกรรมชำระเงินการค้าระหว่างประเทศ เนื่องจากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จีนได้เดินหน้าขยายอิทธิพลด้านการค้าการลงทุนกับประเทศตลาดเกิดใหม่ (Emerging market) โดยเฉพาะกลุ่มประเทศอาเซียน และตะวันออกกลาง ดังนั้นในอนาคต กลุ่มประเทศเหล่านี้จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันบทบาทสกุลเงินหยวนในด้านการค้า

 

อย่างไรก็ตาม แม้เงินหยวนมีบทบาทมากขึ้นในด้านการค้า แต่ยังไม่สามารถขึ้นมาแทนที่เงินดอลลาร์ได้ โดยดอลลาร์ยังคงเป็นสกุลเงินอันดับ 1 ซึ่งเป็นสื่อกลางในการชำระเงิน แม้จะมีความกังวลต่อปัญหาเศรษฐกิจในประเทศ

 

ประกอบกับจีนยังมีอุปสรรคด้านมาตรการควบคุมค่าเงิน โดยใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนลอยตัวแบบมีการจัดการ (Managed Float Exchange Rate Regime) โดยปล่อยให้ค่าเงินเคลื่อนไหวในกรอบที่ธนาคารกลางจีน (PBOC) กำหนดไว้และเข้ามาแทรกแซงไม่ให้ค่าเงินผันผวนเกินไป

 

แม้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จีนจะมีความพยายามผลักดันให้หยวนเป็นสกุลเงินสากล ด้วยการผ่อนคลายกฎระเบียบควบคุมการไหลเข้า-ออกของเงินทุน, เปิดกว้าง ตลาดปริวรรตเงินตรามากขึ้น

 

แต่การเปิดตลาดก็ยังเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่เปิดเสรีทั้งหมดในคราวเดียว เพราะเป้าหมายการเปิดตลาดของจีนมีเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการค้า การลงทุนมากขึ้น

 

เมื่อถามถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย หากเงินหยวนมีบทบาทมากขึ้น ในด้านการค้า การลงทุน เกวลิน อธิบายเพิ่มเติมว่า จะช่วยอำนวยความสะดวกด้านการค้า ระหว่างสองประเทศ เหมือนกับที่ไทยทำการค้าด้วยสกุลเงินท้องถิ่น กับประเทศอาเซียน โดยผู้ประกอบการจะมีทางเลือกในการบริหาร ความเสี่ยงด้านค่าเงินเมื่อแปลงสกุล ต่างประเทศกลับมาเป็นบาท ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบอัตราแลกเปลี่ยนของธุรกิจ จากการพึ่งพาเงินดอลลาร์เพียงอย่างเดียว

 

ภาพ: Ikkiae001 / SHutterstock, liu yongqiang / Shutterstock

อ้างอิง:


READ MORE





EDITOR'S PICKS


Latest Stories