คณะนักวิจัยชาวจีนประสบความสำเร็จในการพัฒนา ‘หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด’ สำหรับการถ่ายภาพรังสีหลอดเลือดสมองที่มีความซับซ้อน โดยตามผลการศึกษาที่ตีพิมพ์เมื่อต้นปีนี้ระบุว่า หุ่นยนต์นี้สามารถทำงานได้เร็วกว่าวิธีการผ่าตัดด้วยมือแบบดั้งเดิมถึง 29 เปอร์เซ็นต์
ความสำเร็จในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของวงการแพทย์ เนื่องจากอุปกรณ์ดังกล่าวเป็นหุ่นยนต์ช่วยการผ่าตัดหลอดเลือดสมองเครื่องแรกของโลกที่ได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการ
การทดสอบนี้จัดขึ้นที่โรงพยาบาล PUMCH หรือ Peking Union Medical College Hospital ซึ่งเป็นสถาบันการแพทย์ชั้นนำของจีน โดยศัลยแพทย์รุ่นใหม่ที่ใช้ระบบหุ่นยนต์สามารถลดเวลาที่ต้องใช้ในการผ่าตัดมาตรฐานลงได้ถึง 9 นาทีเมื่อเทียบกับวิธีปกติ
นายแพทย์ จ้าว หยวนลี่ (Zhao Yuanli) ผู้นำการวิจัยได้ตีพิมพ์ผลงานในวารสาร Chinese Neurosurgical Journal เมื่อวันที่ 30 มกราคม โดยระบุถึงประสิทธิภาพที่น่าสนใจของระบบหุ่นยนต์รุ่น YDHB-NS01 นี้
“การประยุกต์ใช้ทางคลินิกเบื้องต้นแสดงให้เห็นว่าระบบหุ่นยนต์มีความเป็นไปได้สำหรับการถ่ายภาพรังสีหลอดเลือดสมองเพื่อการวินิจฉัย ทั้งยังมีข้อบ่งชี้เบื้องต้นด้านความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับวิธีดั้งเดิม” นายแพทย์จ้าวระบุ
ยกระดับการถ่ายภาพรังสีหลอดเลือดสมองด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย
การถ่ายภาพรังสีหลอดเลือดสมองถือเป็นขั้นตอนที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการรักษาโรคทางสมองหลายชนิด แต่วิธีการนี้ก็เป็นกระบวนการที่ยากลำบากและมีความท้าทายสูงสำหรับทั้งตัวผู้ป่วยและแพทย์ผู้ทำการรักษา
ในวิธีการแบบดั้งเดิม แพทย์ระบบประสาทจะต้องใช้มือสอดลวดนำทางขนาดเล็กจากบริเวณต้นขาของผู้ป่วย ขึ้นไปยังหลอดเลือดในสมองภายใต้การใช้เครื่องเอกซเรย์ฟลูออโรสโคปีอย่างระมัดระวัง
การผ่าตัดด้วยมือมีข้อจำกัดที่หลีกเลี่ยงได้ยาก เช่น อาการมือสั่นที่อาจเกิดขึ้นได้ นอกจากนี้แพทย์ยังต้องสวมเสื้อคลุมและปลอกคอตะกั่วที่หนักอึ้งเพื่อป้องกันรังสี ซึ่งเพิ่มความเหนื่อยล้าทางร่างกาย
ยิ่งไปกว่านั้น การที่บุคลากรทางการแพทย์ต้องสัมผัสกับรังสีเป็นระยะเวลานานในการผ่าตัดแต่ละครั้ง ยังก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านสุขภาพในระยะยาวต่อตัวแพทย์ผู้ทำการรักษาเองอีกด้วย
ระบบหุ่นยนต์เข้ามาช่วยขจัดปัญหาเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถทำงานได้อย่างเสถียรและไม่มีข้อผิดพลาดทางกลไกหรือระบบเกิดขึ้นในระหว่างการปฏิบัติงาน
ผู้ใช้งานรายงานว่าการส่งสายสวนและลวดนำทางเป็นไปอย่างราบรื่น การยึดจับของแขนกลมีความมั่นคง ด้ามจับควบคุมตอบสนองได้ดี และมีระบบตอบสนองต่อแรงสัมผัสที่ดี
ในการศึกษานี้ ทีมวิจัยพบว่าหลังจากการฝึกอบรมเพียง 2 ครั้ง ศัลยแพทย์คนเดิมสามารถเพิ่มความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือของกระบวนการได้ พร้อมทั้งลดเวลาผ่าตัดลงได้ 29 เปอร์เซ็นต์ หรือจากเฉลี่ย 38 นาทีเหลือเพียง 27 นาที
ผลลัพธ์ทางคลินิกที่แม่นยำและก้าวหน้ากว่าขีดจำกัดมนุษย์
ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคมปี 2025 มีผู้ป่วย 25 คนเข้ารับการถ่ายภาพรังสีด้วยหุ่นยนต์ ขณะที่ผู้ป่วยอีก 25 คนเข้ารับการผ่าตัดด้วยมือโดยศัลยแพทย์คนเดียวกันที่ PUMCH เพื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์
การทดสอบนี้ใช้ศัลยแพทย์ระบบประสาทรุ่นใหม่ที่มีประสบการณ์ทำงานอิสระด้านนี้มาไม่ถึง 3 ปี แต่ผลลัพธ์กลับพบว่าแขนกลอัจฉริยะสามารถทำงานได้ดีกว่าการใช้มือมนุษย์อย่างเห็นได้ชัด
ในการใช้หุ่นยนต์ แพทย์สามารถควบคุมการทำงานผ่านหน้าจอและแขนกลระยะไกลจากห้องที่อยู่ติดกันได้อย่างปลอดภัย ช่วยขจัดปัญหาความเหนื่อยล้าและการสัมผัสรังสีโดยตรงที่พบในวิธีดั้งเดิม
การผ่าตัดในผู้ป่วยทั้ง 50 รายจากทั้ง 2 กลุ่มเสร็จสมบูรณ์อย่างราบรื่น โดยมีอัตราความสำเร็จทางเทคนิคและทางคลินิกสูงถึง 100 เปอร์เซ็นต์ และสามารถแสดงภาพหลอดเลือดเป้าหมายได้อย่างชัดเจนตามเกณฑ์การวินิจฉัย
สื่อวิทยาศาสตร์ Interesting Engineering รายงานคำกล่าวของนายแพทย์จ้าวว่า “ไม่พบความแตกต่างระหว่าง 2 กลุ่มในด้านเวลาการฉายรังสี ปริมาณรังสีที่ผู้ป่วยได้รับ ปริมาณสารทึบรังสี หรือเวลาโดยรวมในห้องตรวจ”
นายแพทย์จ้าวยังอธิบายเพิ่มว่า งานวิจัยนี้ยังคงเป็นการศึกษาเบื้องต้นในศูนย์การแพทย์เพียง 1 แห่งที่มีผู้ป่วยจำนวนจำกัด จึงจำเป็นต้องมีการทดลองทางคลินิกในระดับที่ใหญ่ขึ้นเพื่อยืนยันความปลอดภัยต่อไป
ระบบหุ่นยนต์ YDHB-NS01 ถูกพัฒนาขึ้นภายในประเทศจีนและผลิตในมณฑลเหอเป่ย ซึ่งนับเป็นความภาคภูมิใจในฐานะหุ่นยนต์ช่วยแทรกแซงหลอดเลือดสมองเครื่องแรกของโลกที่ได้รับการรับรอง
ก่อนหน้านี้ในปี 2020 ระบบดังกล่าวยังเคยผ่านการทดสอบถ่ายภาพรังสีหลอดเลือดสมองมาแล้วถึง 257 ครั้งในศูนย์การแพทย์ของจีน 3 แห่ง โดยประสบความสำเร็จแบบ 100 เปอร์เซ็นต์เต็ม
ภาพ : Only_NewPhoto / Shutterstock
อ้างอิง:
- https://www.scmp.com/news/china/science/article/3347491/chinese-surgery-robot-outperforms-humans-cuts-brain-imaging-time-29
- https://e.vnexpress.net/news/tech/tech-news/china-brain-surgery-robot-outperforms-humans-cuts-procedure-time-by-29-5054493.html

