×

เชียงใหม่วิกฤต PM2.5 ทะลุ 200 เช้านี้อากาศแย่สุดในโลก พบจุดความร้อน 650 จุด

โดย THE STANDARD TEAM
29.03.2026
  • LOADING...
ภาพหมอกควันหนาปกคลุมเมืองเชียงใหม่ จนมองไม่เห็นดอยสุเทพ จากสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่วิกฤต

สถานการณ์หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในจังหวัด เชียงใหม่ ยังคงทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยช่วงเช้าวันนี้ตรวจพบจุดความร้อน (Hotspot) มากกว่า 650 จุดทั่วพื้นที่ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากไฟป่าที่ยังลุกลาม ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพอากาศในจังหวัด

 

ขณะเดียวกัน ค่าฝุ่น PM2.5 พุ่งสูงเกิน 200 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ทำให้หมอกควันปกคลุมทั่วเมือง จนไม่สามารถมองเห็น ดอยสุเทพ ได้ตามปกติ โดยข้อมูลจากแอปพลิเคชัน IQAir วันนี้ (29 มีนาคม) เมื่อเวลา 11.00 น. ระบุว่า เชียงใหม่มีค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) อยู่ที่ 221 US AQI ขึ้นอันดับ 1 ของโลกในกลุ่มเมืองยอดนิยม

 

ในพื้นที่อำเภอหางดง พบค่าฝุ่นสูงยิ่งกว่าพื้นที่เขตเทศบาลนครเชียงใหม่ โดยวัดได้ถึง 241 US AQI สะท้อนสถานการณ์ฝุ่นที่อยู่ในระดับส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรง ขณะที่บรรยากาศในตัวเมือง ทั้งบนท้องถนนและพื้นที่สาธารณะ พบว่าประชาชนและนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่สวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันผลกระทบจากมลพิษทางอากาศ

 

ด้านหน่วยงานท้องถิ่นเร่งดำเนินมาตรการบรรเทาผลกระทบ โดยเทศบาลตำบลหนองผึ้ง อำเภอสารภี ได้ติดตั้งหัวฉีดน้ำฝอยบริเวณถนนเชียงใหม่–ลำพูน พร้อมจัดรถจากงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยออกฉีดพ่นละอองน้ำ เพื่อลดปริมาณฝุ่นและเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศ

 

ภาพหมอกควันหนาปกคลุมเมืองเชียงใหม่ จนมองไม่เห็นดอยสุเทพ จากสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่วิกฤต 1ภาพหมอกควันหนาปกคลุมเมืองเชียงใหม่ จนมองไม่เห็นดอยสุเทพ จากสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่วิกฤต 2ภาพหมอกควันหนาปกคลุมเมืองเชียงใหม่ จนมองไม่เห็นดอยสุเทพ จากสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่วิกฤต 3ภาพหมอกควันหนาปกคลุมเมืองเชียงใหม่ จนมองไม่เห็นดอยสุเทพ จากสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่วิกฤต 4ภาพหมอกควันหนาปกคลุมเมืองเชียงใหม่ จนมองไม่เห็นดอยสุเทพ จากสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่วิกฤต 5ภาพหมอกควันหนาปกคลุมเมืองเชียงใหม่ จนมองไม่เห็นดอยสุเทพ จากสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่วิกฤต 6ภาพหมอกควันหนาปกคลุมเมืองเชียงใหม่ จนมองไม่เห็นดอยสุเทพ จากสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่วิกฤต 7ภาพหมอกควันหนาปกคลุมเมืองเชียงใหม่ จนมองไม่เห็นดอยสุเทพ จากสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่วิกฤต 8

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising