วันนี้ (18 กุมภาพันธ์) ช่างภาพข่าว THE STANDARD ได้ลงพื้นที่สำรวจบริเวณตำบลแม่เหียะ อำเภอเมืองเชียงใหม่ พบว่าสภาพอากาศโดยรวมถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นควันหนาแน่น ส่งผลให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นลดลงอย่างมาก จนทำให้ดอยสุเทพมองเห็นได้เลือนรางหากมองด้วยตาเปล่า
สถานการณ์ฝุ่นควันที่เกิดขึ้น สืบเนื่องมาจากตลอดสัปดาห์นี้เริ่มมีไฟป่าและจุดความร้อน (Hotspot) ปะทุขึ้นในหลายพื้นที่ โดยรายงานสถานการณ์ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา พบการเกิดไฟป่าในหลายอำเภอสำคัญ ได้แก่
- อำเภอดอยเต่า: พบจุดความร้อนจำนวน 7 จุด บริเวณป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่หาด (บ้านแม่บวนเหนือ หมู่ 8 ตำบลโปงทุ่ง)
- อำเภอแม่ออน: เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ชม.9 (ดอยสะเก็ด) ได้เข้าดับไฟในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ออน (บ้านหนองหอย หมู่ 1) พบพื้นที่ป่าเสียหายประมาณ 18 ไร่
- อำเภอแม่แจ่ม: หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ชม.19 (ท่าผา) บูรณาการร่วมกับผู้นำชุมชนเร่งควบคุมไฟในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่แจ่ม พบพื้นที่เสียหายประมาณ 10 ไร่
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าสาเหตุหลักของการเกิดไฟป่าในครั้งนี้ เกิดจากการลักลอบจุดไฟเพื่อหาของป่า ของชาวบ้านในพื้นที่
ผลพวงจากสถานการณ์ไฟป่าส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพอากาศ โดยข้อมูลจากเว็บไซต์ IQAir ณ เวลา 16.06 น. รายงานดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) ของจังหวัดเชียงใหม่ พบว่าหลายพื้นที่อยู่ในระดับสีส้ม หรือ เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ
โดย 5 อันดับพื้นที่ที่มีค่ามลพิษสูงสุดแบบเรียลไทม์ ได้แก่
- แม่วาง: 127 AQI
- หนองหอย: 125 AQI
- สันกำแพง และ สันป่าตอง: 115 AQI
- สะเมิง: 113 AQIหางดง: 111 AQI
ตามด้วยพื้นที่อื่นๆ ที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน ได้แก่ ช้างคลาน (108), แม่ริม (104), ฟ้าฮ่าม (102) และดอยสะเก็ด (99) ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอให้ประชาชนงดกิจกรรมกลางแจ้งและสวมหน้ากากป้องกันฝุ่นเมื่อออกจากบ้าน







