วันนี้ (9 มกราคม) ที่กระทรวงการคลัง ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการเปิดเผยว่ามีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 10 คน ทั้งอดีตและว่าที่ผู้สมัครตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้ระบุว่า มีความเกี่ยวข้องกับทุนสีเทาว่า ขอให้รอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมอัปเดตรายงานเพิ่มเติมมาก่อน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบ ทุกอย่างก็ต้องพิสูจน์ต่อไป
ส่วนที่กระบวนการของ MOU ที่เกี่ยวกับการเก็บข้อมูลจะสามารถทำให้ข้อมูลหลุดไปได้หรือไม่นั้น ไชยชนก กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นคนละเรื่องกัน สิ่งที่จะผูกพันทุนเทากับ DSI ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับ MOU ซึ่งส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับ การเข้าข่ายการฟอกเงินที่มี สส. พัวพันกับหลายพรรค
ส่วนรายชื่อ 10 สส.ที่เกี่ยวข้องนั้น ไชยชนก ระบุว่า มีทั้งผู้สมัคร สส. และเป็นอดีต สส.มาก่อน ส่วนจะมีกี่พรรคนั้น ขอให้รอชม แต่ว่ามีมากกว่า 1 พรรค ซึ่งรายละเอียดจะต้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นคนตอบ โดยเบื้องต้นพบหลักฐาน และเส้นทางการเงินที่ชัดเจน โดยในความเป็นจริงนั้นยังมีอีกมากแต่จะขอเฉพาะเท่าที่พิสูจน์ทราบได้ พร้อมยืนยันว่าจะมีรายชื่อทยอยออกมาอีก และจะมีการขยายรายชื่อเพิ่มเติม
ขณะที่ การปล่อยรายชื่อ 10 สส.ที่เกี่ยวข้องกับทุนเทาจะเป็นการดิสเครดิตทางการเมืองหรือไม่ในช่วงที่มีการหาเสียงเลือกตั้ง ไชยชนก กล่าวว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องว่าเป็นช่วงเลือกตั้ง เมื่อมีการตรวจสอบเจอก็ต้องดำเนินการ ไม่ใช่เมื่อเลือกตั้งแล้วเราไม่สามารถดำเนินการได้ เรื่องนี้ตนคิดว่าจะเป็นปัญหาในเชิงกระบวนการยุติธรรม เรื่องแบบนี้เจอเบาะแสแล้วไม่ทำไม่เปิดช่อง หลีกเลี่ยงกลุ่มเหล่านี้ได้ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์
เมื่อถามว่า มีการมองว่าเป็นการตัดคู่แข่งทางการเมืองหรือไม่ ไชยชนกกล่าวว่า ไม่ใช่ครับ แล้วแต่คนจะมอง เราอยู่ในตำแหน่งบริหารตอนนี้ เรามีหน้าที่รับผิดชอบ เราไม่ทำนั่นหมายถึงการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ แค่ประจวบเหมาะในช่วงการเลือกตั้ง แต่หากไม่ยุบสภา เรื่องดังกล่าวนี้ก็อยู่ในกระบวนการยุติธรรม อย่างไรก็ตามถึงอย่างไรก็ต้องทำ
ส่วนการเชิญ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และนฤมล ภิญโญวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรคกล้าธรรมเข้ามาให้ข้อมูลทางกระทรวงดีอีจะเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ ไชยชนกกล่าวว่า ตนไม่ได้เป็นคนทำกำหนดการเชิญทั้งสองบุคคล แต่เป็นทางดีเอสไอ พร้อมปฏิเสธว่า ตนไม่ได้เข้าไปร่วมรับฟังการให้ข้อมูลของทั้งสองคน ทางกระทรวงดีอีมีหน้าที่เพียงรวบรวมข้อมูล และหาหลักฐานที่หาได้ และได้รวบรวมส่งไปแล้ว แต่การขยายความและนำข้อมูลเหล่านั้นไปพิสูจน์หลักฐาน จะเป็นหน้าที่ของดีเอสไอ รวมถึงการเห็นควรว่าจะเชิญใครมาให้ข้อมูลด้วย
นอกจากนี้ ตนได้พยายามหาข้อมูลเชิงธุรกิจที่ไม่อาจเปิดเผยได้จากประเทศสิงคโปร์ด้วย หากรัฐบาลไทยได้มีการติดต่อไป อาจจะได้ข้อมูลที่ดีขึ้น
เมื่อถามย้ำว่า สุดท้ายแล้วอาจจะถูกมองว่าเป็นประเด็นทางการเมือง ไชยชนกกล่าวว่า ตนมองว่าไม่ใช่ แต่เรื่องดังกล่าวนี้เป็นเรื่องของความถูกต้อง เมื่อมีการกระทำความผิด มีหลักฐาน อย่างที่ตนพูดไป หากมีข้อมูล แต่ไม่ดำเนินการและพิสูจน์ ก็จะเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง


