×

เกิดอะไรขึ้น เมื่อช่อง 3 เลิกจ้างผ่านอีเมล

โดย THE STANDARD TEAM
27.11.2024

“มันคือฝันร้ายของบางคน ไม่มีใครรู้รายละเอียด มีเพียงการแจ้งผ่านไลน์ในช่วงใกล้เวลา 16.30 น. ของวันที่ 25 พฤศจิกายน ว่าให้เปิดอีเมล คนที่ได้รับจะถูกเลิกจ้าง!” นี่เป็นเพียงคำบอกเล่าส่วนหนึ่งของแหล่งข่าวที่ระบุถึงข่าวการเลย์ออฟเลิกจ้างพนักงานช่อง 3

 

อาการตกใจยังลามไปถึงผู้ประกาศ ไก่-ภาษิต อภิญญาวาท และ ตูน-ปรินดา คุ้มธรรมพินิจ ที่ได้เปิดเผยในรายการ เรื่องเด่นเย็นนี้หลังไมค์ ด้วยใจระทึกว่า มีเรื่องที่ทำให้เราไม่เป็นอันทำงานทำการ มีข้อความเข้ามาในมือถือ พร้อมอ่านข้อความให้ฟังว่า

 

“เรียนทุกท่าน ขออนุญาตแจ้งว่า วันนี้หลัง 17.00 น. ทาง HR จะมีอีเมลถึงบุคคลที่เรามีความจำเป็นให้เข้าโครงการปรับโครงสร้าง (เลิกจ้าง) โดยใครถูกเลิกจ้างก็จะได้รับเงินชดเชยตามกฎหมายกำหนด และสิ้นสุดการเป็นพนักงานใน 31 ธันวาคมนี้”

 

ภาษิตย้ำด้วยว่า “ผมไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้เลย เพราะเคยผ่านเหตุการณ์แบบนี้มา 3 ครั้งแล้ว ตอนอยู่ที่เดิม และครั้งที่สองตอนที่ช่อง 3 SD เราเลิกทำ มาครั้งนี้พอผมรู้สึกแบบนี้ ผมมือสั่นนะ ความรู้สึกเดิมๆ กลับมา”

 

ทำไมต้องลดคน

 

เหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับแค่ช่อง 3 แต่เกิดกับคนทำงานสื่อจำนวนมาก ตั้งแต่ต้นปี 2567 หลายสำนักข่าวประกาศเลิกจ้างพนักงาน

 

VOICE TV ประกาศเลิกกิจการเพราะขาดทุนสะสม เช่นเดียวกับ PPTV บอกเลิกจ้างพนักงาน 90 ตำแหน่งจากภาวะขาดทุน ยังไม่นับรวมบริษัทอื่นๆ ที่พยายามปรับลดองค์กรเพื่อความอยู่รอด ทั้ง MONO ปรับส่วนงานที่ไม่ก่อให้เกิดกำไร ยุบหน่วยงานซ้ำซ้อน และ Nation Group พักการจ่ายเงินเดือนพนักงานที่มีรายได้สูงถึง 6 เดือน

 

แม้แต่สำนักข่าวต่างประเทศ เช่น CNN ประกาศเลิกจ้างพนักงาน 100 ตำแหน่ง ปรับโครงสร้างครั้งใหญ่เพื่อเปลี่ยนแปลงให้เข้ากับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันไปเสพข่าวสารผ่านดิจิทัลมากขึ้น ด้าน BBC ก็ขาดทุน ประกาศปลดพนักงาน 500 ตำแหน่ง

 

เช่นเดียวกับสถานการณ์ของช่อง 3 ทั้งหมดล้วนเกิดมาจากปัญหาสำคัญคือ ‘ภาวะขาดทุน’

 

รายได้ลด กำไรหด

 

ปี 2566 ช่อง 3 ประกาศปลดพนักงานไปแล้ว 1 รอบ เพื่อปรับโครงสร้างองค์กร กระทั่งต้นปี 2567 ได้ประกาศลดคนไปอีกรอบ กระแสข่าวปลดคนยังคงออกมาเรื่อยๆ หนึ่งในนั้นคือคำบอกเล่าของ สรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ประกาศชื่อดัง ในรายการ เรื่องเล่าเช้านี้ เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน ที่ระบุว่ามีแฟนคลับช่อง 3 มาต่อแถวและรอเซ็นปฏิทินดาราตั้งแต่เช้ามืด ซึ่งตอนนี้เราใช้กล้องมือถือถ่ายเพราะเราลดกำลังคน ก็ต้องให้ออกไปทำอย่างนี้ไปก่อน

 

ไม่เพียงคำพูดของพิธีกรดัง แต่หากเจาะลึกถึงรายได้ของบริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) หรือช่อง 3 จะพบว่าในช่วงไตรมาส 3/67 มีรายได้อยู่ที่ 1,068.4 ล้านบาท ลดลง 41.4 ล้านบาท หรือ 3.7% จากไตรมาสที่ 2/67 ขณะที่กำไรอยู่ที่ 45.9 ล้านบาท แต่เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมาตัวเลขกลับลดลง

 

สิ่งเหล่านี้ยังบ่งบอกว่าช่อง 3 ยังคงทำกำไร โดยเฉพาะจากธุรกิจใหม่อย่างการจัดกิจกรรมและบริหารศิลปิน เช่น DHEVAPROM FAN CON AFTER PARTY และ Dear my love LING&ORM

 

แต่ตัวเลขที่ย้อนไป 3 ปี ทำให้เห็นชัดเจนว่า ‘ต้องมีการปลดคนออก’ เพราะรายได้และกำไรของบริษัทลดลงเรื่อยๆ การรักษาต้นทุนและปรับโครงสร้างจึงเป็นทางออกที่แก้ปัญหาได้เป็นอย่างดี

 

  • ปี 2564 รายได้ 5,728 ล้านบาท กำไร 761 ล้านบาท
  • ปี 2565 รายได้ 5,151 ล้านบาท กำไร 607 ล้านบาท
  • ปี 2566 รายได้ 4,699 ล้านบาท กำไร 210 ล้านบาท
  • 9 เดือนแรกของปี 2567 รายได้ 3,213 ล้านบาท กำไร 131 ล้านบาท

 

30% วันนี้ เพื่อความอยู่รอดในวันหน้า

 

มติชนออนไลน์รายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. ของวันที่ 25 พฤศจิกายนที่ผ่านมา พนักงานที่ถูกประเมินว่าไม่ผ่านงานได้รับอีเมลเลิกจ้างจากทางบริษัท โดยเป็นการส่งเป็นการส่วนตัว มีพนักงานทุกระดับที่เข้าเงื่อนไข เนื้อหาเป็นเรื่องของการบอกเลิกจ้าง และให้มาเซ็นรับทราบการเลิกจ้างดังกล่าวในช่วงบ่ายวันที่ 26-27 พฤศจิกายน

 

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า สำหรับการเลย์ออฟหรือเลิกจ้างครั้งนี้ ฝ่ายบริหารใช้วิธีประเมินโดยพิจารณาจากทุกระดับ ตั้งแต่บรรณาธิการจนถึงพนักงานทั่วไป ซึ่งพบว่ามีกลุ่มพนักงานที่ถูกเลิกจ้างครั้งนี้เกือบ 300 ราย

 

ขณะที่ผู้ประกาศของช่องส่วนหนึ่งให้พ้นจากการเป็นพนักงานประจำ แต่ยังได้รับค่าอ่านหรือค่าออกอากาศอยู่ในกรณีที่ทำรายการให้ช่อง 3 ต่อไป ทั้งนี้ อาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนงานและโครงสร้างให้เหมาะสมกับกำลังคนที่เหลืออยู่ต่อไป

 

สถานการณ์เปลี่ยน เม็ดเงินจำกัด ใครคือผู้อยู่รอด

 

แม้ไม่อาจบอกได้ว่าวันข้างหน้าสื่อใดจะเป็นผู้อยู่รอด เพราะในเมื่อทั้งสื่อทีวี หนังสือพิมพ์ และออนไลน์ ต่างกระโดดร่วมสมรภูมิแย่งชิงเม็ดเงินโฆษณากันอย่างดุเดือด สื่อออนไลน์เพิ่มมากขึ้น การเกิดขึ้นของ Influencers, YouTuber, Tiktoker ยิ่งทำให้สื่อหลักต้องปรับตัว

 

ความชำนาญในเนื้อหาทั้งสายข่าวเฉพาะ เทคนิคการจัดไฟ สำนวนการเขียน คุณภาพของงานสื่อ บางครั้งอาจสู้สิ่งที่เรียกว่า ‘กำไร’ ของบริษัทไม่ได้ การปรับตัว Upskill, Reskill หรือแม้กระทั่งทำตัวให้เป็น Multi Skills ก็คงไม่อาจตอบโจทย์ได้ทุกโอกาส

 

เหมือนที่แหล่งข่าวระบุว่า “เที่ยวนี้เรารอด เที่ยวหน้าเราอาจจะไม่รอดก็ได้ เพราะบริษัทก็รีดไขมันไปเรื่อยๆ”


READ MORE





EDITOR'S PICKS


Latest Stories