หลังจากที่ บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ถึงการร่วมทุนกับ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เพื่อรุกธุรกิจโรงแรมราคาประหยัด (Budget Hotel)
ล่าสุด THE STANDARD WEALTH ได้สัมภาษณ์พิเศษ กันย์ ศรีสมพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน และรองประธานฝ่ายการเงินและบริหาร ของ CENTEL เพื่อเจาะลึกถึงยุทธศาสตร์และรายละเอียดของความร่วมมือในครั้งนี้
กันย์ เปิดเผยว่า แผนการดำเนินงานในระยะแรก หรือ เฟส 1 จะเริ่มต้นด้วยการพัฒนาโรงแรมจำนวน 6 แห่ง โดยกระจายตัวอยู่ในทำเลสำคัญทั้ง กรุงเทพฯ, ภูเก็ต, ชลบุรี, หาดใหญ่ และกาญจนบุรี ซึ่งเน้นกลุ่มเมืองท่องเที่ยวเป็นหลัก
สำหรับกลยุทธ์ด้านทำเลที่ตั้ง แม้จะไม่จำเป็นต้องตั้งอยู่ในสถานีบริการน้ำมัน PTT Station ทั้งหมด แต่ในเฟสแรกนี้ จากจำนวน 6 แห่ง จะมีถึง 5 แห่งที่ตั้งอยู่ภายในสถานีบริการน้ำมัน และมีเพียง 1 แห่งที่อยู่นอกพื้นที่ปั๊ม โดยกลุ่มเป้าหมายหลักคือนักเดินทางที่ใช้รถยนต์ รวมถึงทำเลที่ตั้งที่อยู่ใกล้สนามบินเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวอีกกลุ่มหนึ่ง
เปิดไทม์ไลน์ลงทุน 700 ล้านบาท คาดเริ่มทยอยเปิดครึ่งหลังปี 70
สำหรับกรอบเวลาการดำเนินงาน คาดว่าโรงแรมในเฟสแรกจะทยอยเปิดให้บริการในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2027 ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2028
สำหรับการลงทุนในโครงการนี้ CENTEL ถือหุ้นในสัดส่วน 51% โดยแจ้งวงเงินลงทุนในส่วนของบริษัทฯ ไว้ไม่เกิน 360 ล้านบาท เมื่อคำนวณมูลค่าการลงทุนรวมของทั้งโครงการ (Total Investment) สำหรับ 6 แห่งแรก จะอยู่ที่ประมาณ 700 ล้านบาท
ทำไมต้อง ‘Budget Hotel’ ชูจุดเด่น Cost Control ดันมาร์จินพุ่ง
เมื่อถามถึงเหตุผลที่ CENTEL ตัดสินใจกระโดดลงมาเล่นในตลาด Budget Segment กันย์อธิบายว่า นี่เป็นเซกเมนต์ที่มีความน่าสนใจสูง เนื่องจากมีอัตราการทำกำไร (Profit Margin) ที่ค่อนข้างดี โดยหัวใจสำคัญคือการควบคุมต้นทุน (Cost Control) ทั้งค่าก่อสร้างและค่าบริหารจัดการที่ไม่สูงมากนัก
โดยขนาดของโรงแรมแต่ละแห่งจะมีจำนวนห้องพักประมาณ 70-80 ห้อง
กันย์ ยังประเมินว่า ธุรกิจใหม่นี้มีแนวโน้มทำอัตรากำไร (Margin) ได้ดีกว่าพอร์ตโฟลิโอปัจจุบันของ CENTEL ซึ่งหากดูตัวเลข 9 เดือนแรกของปี 2568 ที่ผ่านมาที่มี EBITDA Margin ของบริษัทเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 35% แต่สำหรับโปรเจกต์ Budget Hotel นี้ คาดว่าจะทำตัวเลขได้ดีกว่าค่าเฉลี่ยดังกล่าวของบริษัทฯ

ภาพ : กันย์ ศรีสมพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน และรองประธานฝ่ายการเงินและบริหาร ของ CENTEL
เคาะราคาคืนละ 800-1,300 บาท หวัง Occupancy 70-80%
ในแง่ของประมาณการรายได้ บริษัทตั้งเป้าอัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) ไว้ที่ระดับ 70-80% โดยโครงสร้างราคาห้องพักจะแบ่งตามโลเคชัน หากเป็นต่างจังหวัดจะเริ่มต้นที่ประมาณ 800 บาทต่อคืน และราคาเฉลี่ยสูงสุดอาจอยู่ที่ราว 1,200-1,300 บาทต่อคืน
หวัง Synergy กับ OR ใช้ Ecosystem ในปั๊ม ลดต้นทุน-มีบริการครบ
กันย์ อธิบายต่อว่า ความได้เปรียบสำคัญของดีลนี้คือการใช้ Ecosystem ของ OR ให้เกิดประโยชน์สูงสุด กันย์ระบุว่า การตั้งโรงแรมใน PTT Station ทำให้ CENTEL ไม่ต้องลงทุนสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานเพิ่ม เพราะภายในปั๊มมีทั้งร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร และร้านกาแฟรองรับ Traffic ของผู้ใช้อยู่แล้ว ซึ่งถือเป็น Pain Point ที่ได้รับการแก้ไขเมื่อมีพาร์ตเนอร์ที่แข็งแกร่ง
โรดแมประยะยาว เล็งปั้น ‘แฟรนไชส์’ ปูพรมทั่วประเทศ สำหรับแผนระยะยาว กันย์มองว่าจำนวนโรงแรมจะขยายตัวไปถึงระดับหลายสิบแห่งในอนาคต เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ
โดยโมเดลการขยายธุรกิจในอนาคตอาจไม่ได้จำกัดอยู่แค่การลงทุนเอง (Own Investment) แต่อาจมีการใช้ระบบ ‘แฟรนไชส์’ เข้ามาเสริม เพื่อให้สามารถขยายสาขาได้รวดเร็วและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ทั้งในรูปแบบที่ตั้งอยู่ในปั๊มและนอกปั๊ม
“ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นการใช้เวลาเจรจาร่วมกันมานานนับปี และเป็นก้าวสำคัญของ CENTEL ในการแตกไลน์ธุรกิจสู่ตลาด Mass Market ที่เน้นความคล่องตัวและทำ EBITDA Margin สูง เพื่อรองรับเทรนด์นักเดินทางรุ่นใหม่ที่หันมานิยมที่พักราคาประหยัดและเน้นความสะดวกสบายมากขึ้น” กันย์กล่าว


