เคปเวิร์ด ชื่อประเทศที่ไม่น่าจะคุ้นหูชาวไทยมากนัก แต่เมื่อคืนที่ผ่านมา (16 มิถุนายน) ชื่อของพวกเขากลายเป็นที่รู้จักเป็นวงกว้าง หลังยันเสมอยอดทีมแชมป์ยุโรป และตัวเต็งในฟุตบอลโลก 2026 อย่างทีมชาติสเปนเอาไว้ได้ด้วยสกอร์ 0-0
ผลงานของ เคปเวิร์ด ทำให้พวกเขาถูกยกย่องให้อยู่ในระดับเดียวกับแมตช์ระดับตำนานหลายๆ แมตช์ในเกมเปิดสนามฟุตบอลโลกของบรรดาทีมใหญ่ อาทิ เกมที่ ซาอุดีอาระเบียสร้างความตกตะลึงไปทั่วโลกด้วยการพลิกล็อกเอาชนะทีมชาติอาร์เจนตินา 2-1 ในฟุตบอลโลก 2002 หรือเกมที่ แคเมอรูนชนะอาร์เจนตินา 1-0 ในปี 1990 และเกมที่ เซเนกัลชนะฝรั่งเศส 1-0 ในปี 2002
ผลเสมอระหว่าง เคปเวิร์ด กับ สเปน ถือเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อ เนื่องจากทั้งสองทีมมีอันดับโลก ห่างกันถึง 65 อันดับ ซึ่งเป็นช่องว่างอันดับโลกที่กว้างที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกที่ทีมอันดับสูงกว่าไม่สามารถเอาชนะคู่แข่งได้
ทีมเคปเวิร์ดเล่นด้วยความมีระเบียบวินัยสูงมาก โดยตลอดทั้งเกมพวกเขาเสียฟาวล์เพียงแค่ 1 ครั้งเท่านั้น จากการฟาวล์โดยซิดนีย์ โลเปส คาบราล ในช่วงครึ่งแรก ซึ่งทำให้เขาได้รับใบเหลือง นี่เป็นสถิติการเสียฟาวล์ที่น้อยที่สุดของทีมในประวัติศาสตร์การแข่งขันฟุตบอลโลกนับตั้งแต่มีการบันทึกสถิติในปี 1966 เป็นต้นมา
พวกเขายังทำให้ มิเกล โอยาร์ซาบาล กองหน้าทีมชาติสเปน ไม่ได้สัมผัสบอลเลยแม้แต่ครั้งเดียวในช่วง 30 นาทีแรกของการแข่งขัน ซึ่งสถิติจาก Opta ระบุว่าไม่เคยมีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นมาก่อนเลยนับตั้งแต่ปี 1966
แม้ว่าสเปนจะเป็นฝ่ายบุกหนักและมีโอกาสยิงรวมถึง 27 ครั้ง แต่ทีมเคปเวิร์ดก็ไม่ได้รอดมาได้เพราะโชคช่วย พวกเขาเล่นเกมรับได้อย่างยอดเยี่ยมตามที่โค้ชบูบิสตาได้วางแผนไว้ แม้สเปนจะพยายามแก้เกมด้วยการส่งดาวรุ่งวัยรุ่นอย่าง ลามีน ยามาล ลงมาในนาทีที่ 70 แต่ก็ไม่สามารถเจาะตาข่ายเคปเวิร์ดได้
ในช่วงท้ายเกม เคปเวิร์ดกลับเป็นฝ่ายที่มีโอกาสใกล้เคียงที่จะได้ประตูชัยมากกว่าสเปนเสียอีก โดยในนาทีที่ 90 ไดนีย์ บอร์เจส ได้โอกาสขึ้นโหม่งในกรอบเขตโทษ แต่ อูไน ซิโมน ผู้รักษาประตูสเปนเซฟไว้ได้ ตามมาด้วยโอกาสของ ไรอัน เมนเดส ในนาทีที่ 93 และลูกยิงของ เควิน ปินา ที่ถูก ดานี โอลโม บล็อกเอาไว้ได้
แม้จะสร้างผลงานอย่างโดดเด่น แต่ผู้เล่นชุดนี้ไม่ใช่ซูเปอร์สตาร์ระดับโลก ผู้เล่น 11 ตัวจริงมาจาก 8 ลีกที่แตกต่างกัน และนักเตะทั้ง 26 คนล้วนมาจากสโมสรที่อยู่นอกเหนือลีกระดับแนวหน้าของยุโรป
ส่วนหนึ่งที่เป็นแบบนั้นเพราะ เคปเวิร์ดเป็นประเทศหมู่เกาะเล็กๆ ที่มีประชากรเพียง 600,000 คนเศษเท่านั้น และแน่นอนว่าไม่ได้มีลีกฟุตบอลชั้นนำในประเทศ
หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือฟอร์มการเล่นของ โจซิมาร์ ดิแอส โวซินญา ผู้รักษาประตูจอมเก๋าวัย 40 ปี ที่เล่นให้กับสโมสรในลีกรองของโปรตุเกส อย่าง ชาเวส เขาช่วยเซฟประตูถึง 7 ครั้งจากการยิงทั้งหมด 27 ครั้งของสเปน
เขาถือเป็นนักเตะอายุมากที่สุดอันดับ 2 ที่ลงประเดิมสนามในฟุตบอลโลก และเป็นผู้รักษาประตูอายุ 40 ปีขึ้นไปที่ทำสถิติเซฟประตูได้มากที่สุดในนัดเดียวนับตั้งแต่ปี 1966 เป็นรองเพียง แพต เจนนิงส์ ที่เคยทำไว้ 10 ครั้งในปี 1986
ผลงานของเขา ทำให้ยอดผู้ติดตามในโซเชียลมีเดียของเขา เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยจากก่อนแข่งที่เขามีผู้ติดตามหลักแสน ล่าสุดขึ้นไปเกือบ 3 ล้านคนแล้ว
แต่อีกหนึ่งเรื่องราวของนักเตะเคปเวิร์ดที่ถูกพูดถึงเช่นกัน ก็คือ โรแบร์โต ‘ปิโก’ โลเปส ที่โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมและช่วยบล็อกลูกยิงสำคัญของ โอลโม ในนาทีที่ 88 เอาไว้ได้อย่างปาฏิหาริย์ ท่ามกลางความภาคภูมิใจของครอบครัวที่ตามมาเชียร์
เส้นทางมหัศจรรย์ของกองหลังวัย 33 ปี เริ่มจากการที่เขาเป็นลูกครึ่ง ที่เกิดในเมืองดับลิน ประเทศไอร์แลนด์
เมื่อ 10 ปีก่อนเขาทำงานเป็นที่ปรึกษาด้านสินเชื่อและพนักงานธนาคาร โดยเตะฟุตบอลแบบพาร์ตไทม์เท่านั้น ก่อนจะตัดสินใจทิ้งงานประจำมาเตะฟุตบอลอาชีพเต็มตัวในปี 2017
จุดเริ่มต้นการเล่นทีมชาติของเขาเกิดขึ้นแบบไม่คาดฝันในปี 2019 เมื่อ รุย อากวาส โค้ชทีมชาติเคปเวิร์ดในขณะนั้น ค้นพบเขาผ่านเครือข่ายสังคมคนทำงานอย่าง LinkedIn เนื่องจากพ่อของโลเปสเป็นชาวเคปเวิร์ด
อวากาส ส่งข้อความผ่าน LinkedIn เป็นภาษาโปรตุเกส เพื่อทาบทาม โลเปส มาติดทีมชาติเคปเวิร์ด แต่ความน่าเศร้าของเรื่องนี้ก็คือ โลเปส ซึ่งใช้ชีวิตในไอร์แลนด์ ไม่เคยเรียนรู้ภาษาโปรตุเกส และไม่เข้าใจมัน
ทำให้ในตอนแรกโลเปสจึงเพิกเฉยต่อข้อความนั้นเพราะเขาคิดว่าเป็นข้อความสแปม และไม่อยากเสียเวลาไปนั่งแปลเพื่อทำความเข้าใจ
จนกระทั่ง 9 เดือนผ่านไป โค้ชได้ส่งข้อความมาถามอีกครั้ง เขาจึงนำข้อความไปแปลใน Google Translate ถึงได้รู้ว่านี่คือคำเชิญให้ไปเล่นทีมชาติ ซึ่งเขาตอบรับด้วยความยินดีทันที
จากวันนั้น เขาก็ยังไม่คิดว่า เขาจะได้เล่นในฟุตบอลโลก และกลายมาเป็นหนึ่งในนักเตะที่เซฟจังหวะสำคัญเพื่อช่วยให้ชาติแบ่งแต้มจากทีมระดับลุ้นแชมป์อย่างสเปนได้
การเสมอสเปน นับเป็นความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่สำหรับชาวเคปเวิร์ด ประเทศที่มีประชากรเพียงแค่ราว 6 แสนคน และเพิ่งได้เอกราชเมื่อปี 1975 ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ประเทศของพวกเขามีอายุเพิ่งผ่านพ้น 50 ปีไปหมาดๆ
แม้ฟุตบอลจะเป็นกีฬายอดนิยมในประเทศ แต่สมาคมฟุตบอลเคปเวิร์ดมีพนักงานประจำเพียง 7 คน และตั๋วเข้าชมเกมระดับชาติต้องวางขายตามร้านเบเกอรีและปั๊มน้ำมัน
ในอดีตทีมชาติเคปเวิร์ดเคยตกไปอยู่อันดับที่ 182 ของโลก และนักเตะต้องควักเงินจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินเองเพื่อมาเล่นให้ทีมชาติ แต่ปัจจุบันทัพฉลามสีน้ำเงิน ก้าวขึ้นมาอยู่อันดับที่ 67 ของโลกแล้ว
จากไม้ประดับ และตัวเต็งบ๊วยกลุ่ม H กลายมาเป็นหนึ่งในทีมน่าจับตามองในฟุตบอลโลกครั้งนี้ไปแล้ว เพราะการเสมอสเปน ไม่ใช่สิ่งที่ใครก็ทำได้
ก่อนแข่งขัน โค้ชบูบิสตา ของทีมชาติเคปเวิร์ด กล่าวว่า ทีมชาติของพวกเขา คาดหวังที่จะฝากผลงานที่จะถูกจดจำไปอีกนานแสนนาน
ไม่น่าเชื่อว่า แค่เพียงนัดเดียว ความต้องการของโค้ชทีมชาติเคปเวิร์ด ก็ดูเหมือนจะลุล่วงแล้ว
อ้างอิง
- https://www.beinsports.com/en-us/soccer/fifa-world-cup-2026/articles/will-cape-verde-be-spain-s-call-to-action-like-saudi-arabia-was-for-argentina-in-the-last-world-cup-2026-06-15
- https://www.foxsports.com/stories/soccer/spain-world-cup-cape-verde-draw
- https://www.bbc.com/sport/football/live/cr7xnk3eygxt
- https://www.theguardian.com/football/2026/jun/15/spain-cape-verde-world-cup-2026-group-h-match-report
- https://www.espn.com/soccer/story/_/id/49073839/spain-held-64th-ranked-cape-verde-1st-major-world-cup-shock


