×

โบรกฟันธงแรงซื้อกองทุนช่วงปลายปี ‘แผ่วลง’ เทียบอดีต คาด SET ยังไม่ทะลุ 1,500 จุด

20.12.2020
  • LOADING...
โบรกฟันธงแรงซื้อกองทุนช่วงปลายปี ‘แผ่วลง’ เทียบอดีต คาด SET ยังไม่ทะลุ 1,500 จุด

เมื่อใกล้เข้าสู่ช่วงปลายปี ‘Window Dressing’ มักจะเป็นคำที่ถูกหยิบยกกันขึ้นมาพูดอยู่บ่อยๆ ซึ่งคำที่ว่านี้เป็นความเชื่อหนึ่งในแวดวงการเงินการลงทุนที่หมายความว่า นักลงทุนสถาบันอาจปรับเปลี่ยนการลงทุนบางอย่างเพื่อทำให้ตัวเลขผลการดำเนินงานออกมาดูดีหรือมีการลงทุนเป็นไปตามนโยบายที่วางไว้ 

 

สุนทร ทองทิพย์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย เปิดเผยว่า ช่วงสิ้นปีนี้มีโอกาสที่จะเห็นการทำ Window Dressing จากฝั่งกองทุนในประเทศ แต่เม็ดเงินในรอบนี้อาจจะน้อยลงกว่าในอดีตพอสมควร เนื่องจากโดยปกติแล้วเม็ดเงินส่วนนี้จะเข้ามาผ่านกองทุน LTF และ RMF แต่เมื่อเปลี่ยนมาเป็น SSF ซึ่งไม่ได้บังคับให้ลงทุนเฉพาะในประเทศ จึงอาจเห็นเม็ดเงินกระจายออกไปได้ 

 

“ในอดีตที่ผ่านมาเม็ดเงินลงทุนผ่าน LTF ทั้งปีจะอยู่ที่ราว 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะกระจุกอยู่ในไตรมาส 4 ถึงประมาณ 50-60% แต่ในรอบนี้เม็ดเงินอาจจะไม่ได้มากเท่ากับในอดีต” 

 

นอกจากนี้ตลอดทั้งปีที่ผ่านมา กองทุนเป็นฝ่ายซื้อสุทธิมากพอสมควร และจากข้อมูลของกองทุนหลายราย ปัจจุบันใช้เงินลงทุนไปแล้วประมาณ 90% ของ NAV ฉะนั้นการจะเข้าซื้อช่วงปลายปีจึงต้องอาศัยเงินลงทุนใหม่เข้ามาเสริม แต่ปัจจุบันนักลงทุนนิยมลงทุนหุ้นต่างประเทศมากขึ้น ทำให้เงินลงทุนใหม่ที่เข้าตลาดหุ้นไทยอาจจะลดลงไป 

 

“สำหรับผลกระทบต่อหุ้นไทย คาดว่าจะแค่ประคองตัวอยู่ได้ และดัชนี SET ยังไม่น่าจะผ่านระดับ 1,500 จุดในช่วงปลายปีนี้ ส่วนหนึ่งเพราะนักลงทุนต่างชาติที่อาจจะขายทำกำไรออกไปบ้าง และเริ่มหยุดในช่วงปลายปี ส่วนเดือนมกราคม 2564 หาก Fund Flow ยังไหลเข้าต่อเนื่อง ดัชนีก็น่าจะทะลุระดับ 1,500 จุด” 

 

ทั้งนี้ตัวเลขการซื้อขายของนักลงทุนแต่ละกลุ่มตั้งแต่ต้นปี 2563 ที่ผ่านมา ต่างชาติเป็นฝ่ายขายสุทธิเพียงกลุ่มเดียว มูลค่า 2.62 แสนล้านบาท ส่วนนักลงทุนอีก 3 กลุ่มที่เหลือเป็นฝ่ายซื้อสุทธิ ส่วนช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา สถาบันในประเทศกลับเป็นฝ่ายขายสุทธิ 6.44 พันล้านบาท ขณะที่อีก 3 กลุ่มซื้อสุทธิ 

 

การซื้อขายหุ้นของนักลงทุนแต่ละกลุ่มในปี 2563 

 

ด้าน อาทิตย์ จันทร์สว่าง ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กรุงศรี เปิดเผยว่า โดยธรรมชาติแล้วช่วงครึ่งปีกับปลายปีมักจะเห็นการทำ Window Dressing โดยเฉพาะจากฝั่งของกองทุน ซึ่งมักจะมีการออกขายกองทุนใหม่ๆ ซึ่งต้องอาศัยผลงานที่ดีเพื่อเพิ่มโอกาสในการขาย

 

สำหรับปีนี้ก็มีโอกาสจะเห็นเช่นกัน เพราะช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมานักลงทุนสถาบันในประเทศเป็นฝ่ายขายสุทธิออกมามาก ทำให้สถาบันมีเงินสดในมือสำหรับรอซื้ออยู่ อย่างไรก็ตาม นโยบายของ SSF ไม่ได้กำหนดให้ต้องลงทุนเฉพาะตลาดหุ้นไทยเท่านั้น 

 

“การขายของกองทุนในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา เป็นการขายเพื่อปรับพอร์ตให้เป็นไปตามนโยบายการลงทุน ซึ่งราคาหุ้นหลายกลุ่มที่วิ่งขึ้นมาแรง ทำให้สัดส่วนของบางกลุ่มสูงเกินนโยบายที่กำหนดไว้ จึงจำเป็นต้องขายออกมา ส่วนการกลับเข้าซื้อช่วงปลายปีอาจจะแค่ประคองดัชนีไว้โดยไม่ได้ไล่ราคาขึ้นไป เพราะแรงซื้อของต่างชาติจะเริ่มแผ่วลงไป ก่อนจะกลับมาคึกคักอีกครั้งช่วงเดือนมกราคม 2564”

 

สำหรับแนวโน้มช่วงไตรมาส 1 ปี 2564 มองว่าดัชนี SET ยังมีโอกาสปรับขึ้นต่อได้ จาก Fund Flow ที่จะยังไหลเข้าต่อเนื่อง โดยปัจจัยหนุนสำคัญยังคงเป็นปัจจัยเดิม คือ วัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่เริ่มกระจายในวงกว้างมากขึ้น และการขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีของ โจ ไบเดน 

 

โดยหุ้นใหญ่ (Big Cap.) ยังคงเป็นกลุ่มที่น่าสนใจมากกว่า แม้ว่าหุ้นหลายกลุ่มจะปรับตัวขึ้นมาแรงในระยะหลัง แต่เมื่อมองภาพทั้งปี 2563 จะเห็นว่าหลายกลุ่มอุตสาหกรรมยังคงติดลบ และยัง Underperform ดัชนี SET อาทิ กลุ่มธนาคาร ซึ่งปรับตัวขึ้นราว 40% ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา แต่ทั้งปียังคงติดลบ 21% เทียบกับดัชนี SET ที่ติดลบ 6% ส่วนหุ้นกลาง-เล็ก เชื่อว่าจะวิ่งขึ้นตามหุ้นใหญ่ได้เช่นกัน

 

ภาพประกอบ: ธิดามาศ เขียวเหลือ

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising