Menu
50241

ควรไป! BOYY Village กับอีกก้าวสำคัญของ BOYY ที่มาพร้อมคาเฟ่แห่งใหม่ BOYY & SON CAFé

24.11.2017
  • LOADING...
  • Loading...

 

“ต่อไปเราไม่ควรเรียก BOYY เป็นแค่แบรนด์กระเป๋า” เพราะสิ่งแรกๆ ที่แวบเข้ามาในหัวหลังจากได้ไปเยือนสเปซที่ชื่อ BOYY Village ณ ห้างเกษรวิลเลจ ที่มีทั้งแฟลกชิปสโตร์แห่งใหม่ของแบรนด์จากนิวยอร์ก พร้อมกับคาเฟ่แห่งใหม่ BOYY & SON CAFé ที่หลังจากเปิดบริการได้เพียงไม่กี่วันก็กลายเป็นที่ฮอตฮิตไปแล้ว


ต้องยอมรับว่าการที่แบรนด์หนึ่งจะตัดสินใจเปิดร้านค้าปลีกแห่งใหม่ หรือในภาษาอังกฤษ Retail Space ตามความมุ่งมั่นที่อยากจะยกระดับวงการ แต่ถึงอย่างนั้นก็ถือเป็นสิ่งที่เสี่ยงมากในยุคสมัยที่คนเราสามารถนอนอยู่บ้านแล้วกด ‘add to basket’ ในออนไลน์สโตร์ได้จากปลายนิ้ว ซึ่งภายใน 24 ชั่วโมง สินค้าที่สั่งก็อาจจะมาส่งถึงหน้าห้องได้โดยที่คุณไม่ต้องไปเสียเวลาอาบน้ำแต่งตัวและจ่ายค่าเดินทาง แต่กับ BOYY Village คุณควรจะอาบน้ำแต่งตัวและจ่ายค่าเดินทางมา เพราะทางแบรนด์เข้าใจว่าในยุคนี้ร้านค้าต้องสร้างสรรค์ประสบการณ์ให้คนอยากไปเรื่อยๆ มากกว่าแค่เอาของมาวางๆ แล้วหวังว่าคนซื้อจะรูดบัตรรัวๆ

 

 

เมื่อเข้ามาใน BOYY Village ทุกมุมสามารถสะท้อนการสั่งสมประสบการณ์และความใส่ใจในทุกรายละเอียดของสองดีไซเนอร์ (และคู่ชีวิต) บอย-วรรณศิริ คงมั่น และ เจสซี ดอร์ซีย์ ทั้งคู่เจอกันในปี 2004 ที่มหานครนิวยอร์ก ก่อนที่จะสร้างสรรค์คอลเล็กชันแรกของ BOYY ในปี 2006 และขยายแบรนด์จนเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก พร้อมทั้งมีหนึ่งร้านที่โคเปนเฮเกน เมืองหลวงของประเทศเดนมาร์ก ที่กำลังเป็นตลาดสำคัญของวงการแฟชั่นด้วยบทบาทของประเทศแถบสแกนดิเนเวีย

 

กลับมาที่ร้าน BOYY อีกครั้ง เจสซีกับวรรณศิริอยากให้รู้สึกไร้กาลเวลาโดยเลือกใช้วัสดุธรรมชาติที่เฟ้นหามาจากทั่วโลก เช่น หินแกรนิตบราซิล ที่เจสซีบินไปตามหาถึงเมืองคาร์เรรา ประเทศอิตาลี เพื่อนำมาใช้ตกแต่งส่วนพื้นของร้านโดยการแทรกหินโอนิกซ์หลากสีเพื่อเพิ่มมิติกับความขี้เล่น

 

การตกแต่งส่วนกลางร้านก็ไม่ธรรมดา BOYY รังสรรค์ชั้นจัดวางของสามชิ้นที่ทำร่วมกับ Sabine Marcelis สตูดิโอด้านงานออกแบบตกแต่งภายในชั้นนำจากรอตเทอร์ดาม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่เคยทำงานกับแบรนด์อย่าง Céline, Isabel Marant และ Aesop มาแล้ว ส่วนบริเวณด้านหลังแคชเชียร์ เราจะได้เห็นภาพเขียนสีน้ำมันขนาดใหญ่เท่าฝาผนัง ‘Young Family’ ผลงานของศิลปิน เลส โรเจอร์ส จากนิวยอร์ก ซึ่งก็เป็นการตีความเรื่องราวของ BOYY และชีวิตส่วนตัวของวรรณศิริและเจสซี พร้อมลูกชายวัยหนึ่งขวบครึ่ง ซึ่งถ้าใครเห็นคงได้ยิ้มและเข้าใจว่าทำไมร้านใหม่ของแบรนด์นี้จึงแฝงไปด้วยความอบอุ่น

 

 

ขยับมาที่โซน BOYY & SON CAFé ที่แยกกับตัวร้านกับประตูสไตล์ Traffic Door แบบในร้านอาหาร คุณก็จะเห็นคาเฟ่ที่เป็นการตีความร้านอาหารสไตล์ American Diner (เด็กยุค 80s คิดถึงหนังเรื่อง Diner ที่มิกกี้ รูร์ก แสดง หรือถ้าเป็นเด็กรุ่นใหม่ ให้คิดถึงซีรีส์ Riverdale) ผสมผสานกับการตกแต่งภายในสไตล์อิตาลียุค 70s อย่างลงตัว ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมตอนนี้ทุกคนถึงชอบแวะไปเช็กอินและถ่ายรูปลงอินสตาแกรม ซึ่งต้องชื่นชมการจัดแสงของร้านที่ดีไซน์โดย Flos บริษัทเดียวกับที่ทำไฟให้ร้าน BOYY ที่โคเปนเฮเกน  

 

เฟอร์นิเจอร์ที่เลือกสรรมาตกแต่ง BOYY & SON CAFé ก็มีการลงดีเทลตั้งแต่โคมไฟแก้วมูราโนวินเทจทรงโดมจากยุค 60s, โต๊ะกาแฟสั่งทําแบบพิเศษ จัดวางกับเก้าอี้และเบาะรองนั่งที่บุด้วยผ้าจาก Loro Piana Interiors ส่วนเครื่องชงกาแฟสีชมพูก็เป็นของ La Marzocco FB80 ที่สั่งทําสีพิเศษอีกด้วย

 

แต่จะไม่พูดถึงตู้ปลาในผนังก็คงไม่ได้ วรรณศิริบอกว่าอยากจะเพิ่มชีวิตชีวาให้กับคาเฟ่ด้วยปลาทะเลหลากสี โดยไอเดียนี้ก็เป็นการต่อยอดและเป็นที่มาของโคมไฟแก้วรูปหัวปลาที่ประดับอยู่ตามโต๊ะที่นั่ง ซึ่งเป็นการดีไซน์ของฮิวจ์ ฟินเดิลตาร์ เพื่อนศิลปินในมิลานของวรรณศิริและเจสซีที่มีชื่อเสียงในการทําแก้วมูราโน  

 

สำหรับเราแล้ว สิ่งที่วรรณศิริและเจสซีได้ทำกับสเปซ BOYY Village คือการบ่งบอกว่าแบรนด์ของพวกเขามีมากไปกว่าแค่กระเป๋าที่สาวๆ ต้องใส่ชื่อรอใน waiting list มาที่นี่และคุณจะเข้าใจชีวิต ไลฟ์สไตล์ มุมมอง รสนิยม และประสบการณ์ชีวิตของทั้งแบรนด์และผู้เป็นเป็นเจ้าของแบรนด์ (แม้จะไปกินแค่ครัวซองต์หนึ่งชิ้น) ถึงแม้ BOYY จะเป็นแบรนด์จากนิวยอร์ก แต่ก็ควรภูมิใจว่าหนึ่งคนผู้อยู่เบื้องหลังก็เป็นคนไทยที่ทำให้เห็นว่า ไม่ว่าคุณจะมาจากไหน คุณก็สามารถมายืนบนเวทีโลกได้  

 

 

Photo: Courtesy of BOYY

  • LOADING...
  • Loading...

READ MORE

FOLLOW US