วันนี้ (7 ตุลาคม 2569) ที่ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงแนวทางการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร หลังมีประชาชนร้องเรียนกรณีน้ำล้อมบ้านไม่ถึง 7 วันและไม่สามารถได้รับเงินเยียวยาผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ว่า ขณะนี้ กทม.ได้ให้สำนักงานเขตลงพื้นที่ตรวจสอบรายละเอียดในแต่ละจุดว่าระดับน้ำเป็นอย่างไร และแม้บางพื้นที่จะสามารถเข้า-ออกบ้านได้ภายในวันที่ 7 หรือวันที่ 8 แต่หากยังมีน้ำล้อมอยู่ ก็จำเป็นต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและพิจารณาว่าจะสามารถดำเนินการช่วยเหลือในรูปแบบใดได้บ้าง โดย กทม.อยู่ระหว่างหารือร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)
ทวิดากล่าวว่า ในกรณีที่บ้านถูกน้ำล้อมและมีทรัพย์สินได้รับความเสียหาย หากสามารถแสดงหลักฐานได้ว่าทรัพย์สินดังกล่าวเป็นสิ่งที่ใช้ในการดำรงชีพ ก็สามารถขอรับการเยียวยาจากกรุงเทพมหานครได้ ขณะที่ความเสียหายประเภทอื่น หากสามารถประเมินมูลค่าความเสียหายได้ ก็สามารถยื่นขอรับการช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องได้เช่นกัน
ขณะเดียวกัน สำนักการระบายน้ำ กทม.อยู่ระหว่างตรวจสอบระดับน้ำที่เกิดขึ้นจริงในช่วงวันที่ 1–2 ตุลาคม 2569 เพื่อจัดทำข้อมูลเสนอ ปภ.ว่าในพื้นที่ดังกล่าวยังมีระดับน้ำและประชาชนยังได้รับผลกระทบอยู่หรือไม่ รวมถึงพิจารณาว่าจะสามารถกำหนดเงื่อนไขหรือแนวทางเพิ่มเติมเพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนกลุ่มที่ได้รับผลกระทบดังกล่าวได้หรือไม่
สำหรับหลักเกณฑ์การเยียวยาตามมติคณะรัฐมนตรีนั้น ทวิดาระบุว่า กรณีน้ำท่วมไม่ถึง 7 วัน แต่มีความเสียหายต่อทรัพย์สิน ยังสามารถเข้าสู่กระบวนการขอรับการช่วยเหลือได้ ขณะที่กรณีที่น้ำล้อมบ้านไม่ถึง 7 วัน ทำให้การเข้า-ออกลำบาก แต่ไม่มีความเสียหายต่อทรัพย์สิน ยังมีข้อจำกัดตามเงื่อนไขการเยียวยาที่กำหนดให้ต้องประสบภัยต่อเนื่องเกิน 7 วัน ซึ่งหลักเกณฑ์ดังกล่าวถูกนำมาใช้ตั้งแต่กรณีอุทกภัยในพื้นที่หาดใหญ่ และยังจำเป็นต้องยึดตามมติ ครม.ในปัจจุบัน
ทวิดากล่าวถึงความคืบหน้าการลงทะเบียนขอรับเงินช่วยเหลือว่า ล่าสุดมีประชาชนลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ แล้วประมาณ 558,000 ราย ขณะที่ระบบ Claim.bangkok มีผู้ลงทะเบียนประมาณ 57,000 ราย โดยพื้นที่ที่มีการยื่นคำร้องจำนวนมาก ได้แก่ ร่มเกล้า บางกะปิ และสายไหม
สำหรับคำร้องผ่านเว็บไซต์ Claim.bangkok ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบเอกสารและรายละเอียดความเสียหายที่ประชาชนยื่นเข้ามา โดยจะตรวจสอบว่าข้อมูลและความเสียหายสอดคล้องกับคำร้องผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบว่าเข้าหลักเกณฑ์การช่วยเหลือประเภทใด เพื่อให้เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตสามารถรับรองความเสียหายได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว ทั้งนี้ ระบบ Claim Bangkok ของ กทม.กำหนดขั้นตอนตั้งแต่ตรวจสอบสิทธิ กรอกข้อมูล แนบเอกสารและหลักฐาน รอเขตพิจารณา ไปจนถึงการรับเงินช่วยเหลือ
ทวิดาระบุว่า กทม.ต้องการให้กระบวนการรับรองความเสียหายเดินหน้าโดยเร็ว โดยคาดว่าจะสามารถนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการระดับเขตและทยอยจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นตามมติ ครม.ได้ โดยชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ต้องการให้ดำเนินการให้ได้ภายในช่วงเย็นวันนี้ หากเอกสารและหลักฐานของผู้ยื่นคำร้องมีความครบถ้วนและผ่านการตรวจสอบแล้ว
สำหรับขั้นตอนการจ่ายเงินเยียวยา กรุงเทพมหานครจะทำหน้าที่พิจารณาและจับคู่ข้อมูลความเสียหายระหว่างระบบ Claim.bangkok กับข้อมูลในแอปพลิเคชันทางรัฐ เมื่อสามารถพิสูจน์และรับรองความเสียหายได้แล้ว จะส่งเอกสารรับรองไปยัง ปภ. จากนั้นจึงส่งเรื่องต่อไปยังธนาคารออมสิน เพื่อดำเนินการโอนเงินช่วยเหลือโดยตรงให้แก่ประชาชนที่ผ่านเกณฑ์
ทวิดากล่าวเพิ่มเติมว่า ประเด็นสำคัญที่ต้องเร่งตรวจสอบคือการนับระยะเวลาประสบภัย 7 วัน เนื่องจากขณะนี้ยังมีข้อถกเถียงว่าควรนับวันประสบภัยในแต่ละพื้นที่อย่างไร โดย ปภ.รับทราบอยู่แล้วว่ามีพื้นที่ที่มีลักษณะเหลื่อมกัน จึงจำเป็นต้องลงรายละเอียดมากขึ้น ทั้งเรื่องความเสียหาย หลักฐานที่แสดงว่ามีน้ำท่วมจริง และระดับน้ำที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่อ้างว่าได้รับผลกระทบ เพื่อให้การพิจารณาอยู่บนข้อเท็จจริงของแต่ละพื้นที่
“ขอลงรายละเอียดความเสียหายให้มากกว่านี้ และตรวจสอบว่ามีหลักฐานจริงหรือไม่ ระดับน้ำอยู่จริงหรือไม่” ทวิดากล่าว พร้อมระบุว่า คาดว่าภายในสัปดาห์นี้จะสามารถสรุปแนวทางได้ เนื่องจากนายกรัฐมนตรีต้องการให้การช่วยเหลือตามมติ ครม.สามารถออกไปถึงประชาชนโดยเร็วที่สุด และให้ความช่วยเหลือได้มากที่สุดเท่าที่เงื่อนไขจะเอื้ออำนวย
ทวิดาระบุว่า ภายในวันนี้หรืออย่างช้าที่สุดในวันพรุ่งนี้ กทม.จำเป็นต้องสรุปแนวทางในกรณีพื้นที่แฟลตคลองจั่นด้วยว่า จะสามารถพิจารณาและให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบในลักษณะดังกล่าวได้อย่างไร เพื่อให้การเยียวยาครอบคลุมข้อเท็จจริงของสถานการณ์น้ำในแต่ละพื้นที่มากที่สุด
ทั้งนี้ กทม.เปิดช่องทางให้ผู้ประสบอุทกภัยยื่นขอรับความช่วยเหลือทั้งผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ซึ่งเป็นช่องทางสำหรับเงินช่วยเหลือตามมติ ครม. และระบบ Claim Bangkok สำหรับการยื่นขอรับความช่วยเหลือด้านความเสียหายตามหลักเกณฑ์ของ กทม.


