×

กทม. รื้อระบบ EIA ดึง AI ช่วยอนุมัติไว-ลดเอกสาร 90% ปิดช่องโหว่ทุจริต ดีเดย์เต็มรูปแบบปี 71

โดย THE STANDARD TEAM
06.05.2026
  • LOADING...
ภาพ กทม. ปรับปรุงระบบ EIA ดึง AI ช่วยอนุมัติ ลดเอกสาร ป้องกันทุจริต

วันนี้ (6 พฤษภาคม) เอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของกรุงเทพมหานคร ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการปรับปรุงกระบวนการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ของกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญทางกฎหมายในการประเมินผลกระทบของโครงการพัฒนาต่างๆ ที่มีต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน ก่อนที่จะมีการอนุมัติดำเนินโครงการ เพื่อเป็นการป้องกันผลกระทบในระยะยาว

 

โฆษก กทม. ระบุว่า นับตั้งแต่กรุงเทพมหานครได้รับการถ่ายโอนภารกิจขั้นตอน การพิจารณารายงานสำหรับโครงการด้านอาคาร ที่อยู่อาศัย และบริการชุมชน มาตั้งแต่ปี 2559 กระบวนการพิจารณา EIA ได้เผชิญกับความท้าทายหลายประการ ทั้งปัญหาความล่าช้า ความไม่สม่ำเสมอในการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ ตลอดจนข้อร้องเรียนที่บานปลายนำไปสู่คดีความ

 

ด้วยเหตุนี้ กทม. จึงได้เร่งพัฒนาระบบอย่างจริงจัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังจากที่มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนต่างๆ ในช่วงปี 2567 ที่ผ่านมา

 

ความเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมและเห็นผลชัดเจนที่สุดในปี 2569 คือ การลดปริมาณการใช้เอกสารลงกว่าร้อยละ 90 จากเดิมที่การเสนอหนึ่งโครงการต้องใช้เอกสารมากถึง 15 ชุด น้ำหนักชุดละ 15 กิโลกรัม รวมน้ำหนักเอกสารกว่า 200 กิโลกรัม ปัจจุบันได้ปรับลดเหลือเพียง 1 ชุด ควบคู่กับการใช้ไฟล์ดิจิทัล

 

ซึ่งนอกจากจะช่วยลดต้นทุนได้อย่างมหาศาลแล้ว ยังเพิ่มความคล่องตัวและความรวดเร็วในการพิจารณา นอกจากนี้ กทม. ยังได้พัฒนาแบบบันทึกการตรวจสอบ (Checklist) มาตรฐานโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เพื่อให้คณะกรรมการมีแนวทางการพิจารณาที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งช่วยลดความคลาดเคลื่อนจากการใช้ดุลพินิจส่วนบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

สำหรับการขับเคลื่อนในระยะต่อไป กรุงเทพมหานครได้กำหนดแผนพัฒนา EIA แบบเร่งรัด (Acceleration Plan) โดยร่นระยะเวลาจากแผนเดิม 8 ปี เหลือเพียง 5 ปี ซึ่งมีกรอบการพัฒนาตามลำดับขั้น

 

  • ปี 2567 (ตั้งต้น–รับฟัง–กำหนดทิศทาง): วางรากฐาน จัดสัมมนารับฟังปัญหา และกำหนดเป้าหมายในการสร้างระบบ EIA ที่ โปร่งใส มืออาชีพ ตรวจสอบได้
  • ปี 2568 (เริ่มปรับระบบ–ลดขั้นตอน): ลดความซ้ำซ้อนในกระบวนการ ปรับรูปแบบจากระบบเอกสารกระดาษสู่ระบบดิจิทัล ทำให้เริ่มเห็นผลลัพธ์ด้านความรวดเร็ว
  • ปี 2569 (เห็นผลจริง–เปิดใช้ AI): บรรลุเป้าหมายการลดกระดาษกว่า 90% นำ Checklist มาตรฐานมาใช้ และเริ่มต้นนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาเป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่
  • ปี 2570 (ทดลองใช้จริง–ขยายสู่ภาคเอกชน): นำระบบ AI เข้ามาประยุกต์ใช้ในกระบวนการจริงแบบเต็มระบบในส่วนของภาครัฐ พร้อมทดลองกับโครงการนำร่อง และเริ่มเปิดเผยข้อมูลบางส่วนให้ประชาชนเข้าถึงได้
  • ปี 2571 (ระบบสมบูรณ์–เปิดข้อมูลสาธารณะ): พัฒนาเต็มรูปแบบสู่ Digital EIA และ AI พร้อมเปิดข้อมูลสู่สาธารณะ (Open Data) และขยายขอบเขตการทำงานไปสู่การกำกับติดตามโครงการหลังได้รับการอนุมัติ

 

ในส่วนของการดำเนินงานระยะต่อไป กทม. เตรียมที่จะเปิดเผยข้อมูลโครงการ EIA ให้ภาคประชาชนสามารถเข้าถึงได้มากยิ่งขึ้น ภายใต้กรอบของกฎหมายและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน ทั้งนี้ เพื่อเป็นการนำเสนอความก้าวหน้าและทิศทางการพัฒนาดังกล่าว กรุงเทพมหานครเตรียมจัดงานเสวนาใหญ่ในวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 นี้ เพื่อเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน พร้อมทั้งนำเสนอเครื่องมือใหม่ๆ ที่อยู่ระหว่างการพัฒนา

 

“เป้าหมายสำคัญของเรา คือการทำให้ EIA เป็นระบบที่มีความโปร่งใส รวดเร็ว และเป็นธรรม ลดการใช้ดุลพินิจลงให้มากที่สุด พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งภาคประชาชนและกลุ่มผู้ประกอบการ ซึ่งเรามุ่งหวังที่จะก้าวขึ้นเป็นต้นแบบของการทำระบบ EIA ดิจิทัลในระดับภูมิภาคต่อไป” เอกวรัญญู กล่าว

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising