×

ผู้ว่าฯ กทม. แจงสภาฯ ปมก่อสร้างเขื่อน-ระบบบำบัดน้ำเสียห้วยขวางล่าช้า จ่อเลิกสัญญาผู้รับจ้างไร้คุณภาพ 3 โครงการยักษ์ เร่งแก้ปัญหารับหน้าฝน

โดย THE STANDARD TEAM
29.04.2026
  • LOADING...
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ชี้แจงที่ประชุมสภากรุงเทพมหานคร กรณีการก่อสร้างเขื่อนและระบบบำบัดน้ำเสียล่าช้า

วันนี้ (29 เมษายน) เวลา 10.55 น. ที่ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง) ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สอง (ครั้งที่ 4) ซึ่งมี วิพุธ ศรีวะอุไร ประธานสภากรุงเทพมหานคร ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม ได้มีการพิจารณากระทู้ถามสดโดย ประพฤทธ์ หาญกิจจะกุล สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตห้วยขวาง เกี่ยวกับความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างเขื่อนและระบบบำบัดน้ำเสียในพื้นที่เขตห้วยขวางที่เกิดความล่าช้า

 

​ประพฤทธ์ ได้ตั้งข้อซักถามถึง โครงการก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตเสริมเหล็กและประตูระบายน้ำคลองลาดพร้าว คลองบางบัว คลองถนน คลองสอง และคลองบางซื่อ (จากบริเวณเขื่อนเดิมอุโมงค์ยักษ์พระราม 9-รามคำแหง ไปยังประตูระบายน้ำคลองสายใต้) ซึ่งเป็นโครงการที่ริเริ่มมาตั้งแต่ก่อนสมัยการดำรงตำแหน่งของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยระบุว่าประชาชนในพื้นที่ริมคลองที่ได้รับผลกระทบมีความวิตกกังวลว่าโครงการดังกล่าวจะดำเนินการต่อไปหรือไม่ เนื่องจากพื้นที่หลังแนวตลิ่งมีการก่อสร้างโครงการ ‘บ้านมั่นคง’ และมีการไล่รื้อที่อยู่อาศัยของประชาชนเดิม ทำให้ชาวบ้านต้องการความชัดเจนเพื่อวางแผนการใช้ชีวิต

 

​ต่อประเด็นดังกล่าว ชัชชาติ ได้ชี้แจงว่า พื้นที่เขตห้วยขวางมีความหนาแน่นของประชากรและมีคลองหลายสาย กทม. จึงมีโครงการด้านการระบายน้ำหลายโครงการ สำหรับโครงการก่อสร้างเขื่อนที่ถูกตั้งคำถามนั้น เป็นโครงการที่ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาล 100% โดยมีการประกวดราคาครั้งที่สองไปเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2568 ทว่าผู้รับเหมาที่ชนะการประกวดราคากลับมีประวัติการทำงานล่าช้าและทิ้งงานใน 2 โครงการอื่น ทำให้ กทม. ขาดความมั่นใจและประเมินว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการทิ้งงานซ้ำ ปัจจุบัน กทม. กำลังทำเรื่องประสานไปยังกรมบัญชีกลางเพื่อขอยกเลิกสัญญากับผู้รับเหมารายดังกล่าว และอยู่ระหว่างรอการตอบกลับ

 

​นอกจากนี้ ประพฤทธ์ ยังได้สอบถามถึง โครงการก่อสร้างระบบรวบรวมน้ำเสียเขตห้วยขวาง วงเงินงบประมาณ 1,484 ล้านบาท (ระยะเวลาสัญญา 10 ตุลาคม 2567-24 กันยายน 2570) ซึ่งพบว่าไม่มีความคืบหน้าใดๆ นอกจากการลงพื้นที่สำรวจ ทั้งที่มีการเบิกจ่ายเงินล่วงหน้า (Advance Payment) ไปแล้วถึงร้อยละ 10

 

โดยชัชชาติ ยอมรับว่าผู้รับจ้างโครงการนี้เป็นรายเดียวกับโครงการก่อสร้างเขื่อน ซึ่งปัจจุบันระยะเวลาสัญญาผ่านไปแล้วกว่าร้อยละ 50 และตามแผนงานควรมีความคืบหน้าร้อยละ 19 แต่ในความเป็นจริงผลงานยังคงเป็นศูนย์ (0%) ที่ผ่านมา กทม. ได้ส่งหนังสือเร่งรัดไปแล้วถึง 7 ฉบับ และทวงถามความก้าวหน้า 11 ครั้ง ขณะนี้จึงอยู่ระหว่างกระบวนการยกเลิกสัญญา เพื่อจัดหาผู้รับจ้างรายใหม่ และเตรียมฟ้องร้องเรียกคืนค่าเสียหายจากผู้รับจ้างเดิม

 

​ในช่วงท้าย ประพฤทธ์ ได้ติดตามความคืบหน้าของ โครงการปรับปรุงเขื่อนเดิมคลองน้ำแก้ว ซึ่งเคยสอบถามไปเมื่อ 3 เดือนที่แล้ว และได้รับการยืนยันว่าจะเร่งรัดให้ผู้รับจ้างกลับมาทำงานโดยเร็วที่สุด ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครชี้แจงว่า โครงการนี้มีการขยายระยะเวลาสัญญาออกไปจำนวนมากในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ผู้รับจ้างละทิ้งงาน ปัจจุบันโครงการมีความก้าวหน้าเพียงร้อยละ 66.03 ซึ่งถือว่าล่าช้าอย่างมาก และแม้ กทม. จะเร่งรัดแล้วแต่ผู้รับจ้างก็ยังไม่กลับเข้ามาทำงาน จึงอยู่ในขั้นตอนการยกเลิกสัญญาเช่นเดียวกัน

 

​ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ระบุว่า จะเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาทั้งหมดเพื่อเตรียมรับมือกับฤดูฝนที่กำลังจะมาถึง พร้อมเน้นย้ำถึงบทเรียนสำคัญว่า “กระบวนการคัดเลือกผู้รับเหมาต้องคำนึงถึงคุณภาพ หากเปิดกว้างมากเกินไปแล้วผู้ที่เข้ามาแข่งขันไม่มีคุณภาพเพียงพอ ท้ายที่สุดก็จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อส่วนรวม”

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising