จากสภาพอากาศเมืองไทยที่ทวีความร้อนแรง และดัชนีความร้อน (Heat Index) ที่พุ่งสูงจนแตะระดับอันตราย กรุงเทพมหานคร นำโดย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เปิดตัวนโยบายเชิงรุกเพื่อรับมือกับวิกฤตสภาพอากาศสุดขั้วผ่านแคมเปญ BKK Cooling Center หรือ ห้องหลบร้อน
ห้องหลบร้อน (BKK Cooling Center) คืออะไร?
ห้องหลบร้อน ไม่ใช่การสร้างอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างใหม่แต่อย่างใด แต่คือ การนำพื้นที่สาธารณะของ กทม. ที่มีเครื่องปรับอากาศอยู่แล้ว มาเปิดให้บริการเป็นจุดพักพิงชั่วคราว เพื่อให้ประชาชนเข้ามานั่งพักผ่อน คลายร้อน ดื่มน้ำ และหลีกเลี่ยงอันตรายจากแสงแดดในช่วงที่อุณหภูมิภายนอกสูงจัด (โดยเฉพาะช่วงเวลา 10.00 – 15.00 น.)
ภายในห้องหลบร้อนจะมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐาน ได้แก่:
- พื้นที่นั่งพักผ่อนในห้องแอร์เย็นสบาย
- บริการน้ำดื่มสะอาดฟรี (ได้รับการสนับสนุนจากน้ำดื่ม Sprinkle)
- ชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น
- เจ้าหน้าที่ที่ผ่านการอบรมการปฐมพยาบาลฉุกเฉิน (เช่น กรณีโรคลมแดด หรือ Heatstroke)
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ย้ำชัดเจนว่า นโยบายนี้ไม่ได้ขัดกับมาตรการประหยัดพลังงานของรัฐบาล เพราะไม่ได้มีการติดตั้งแอร์ใหม่ หรือเปิดแอร์เพิ่มจากเดิม เป็นเพียงการเปิดประตู พื้นที่ราชการที่เปิดแอร์ทำงานตามปกติอยู่แล้ว ให้ประชาชนได้เข้ามาใช้สอยร่วมกัน ซึ่งถือเป็นการช่วยประชาชนประหยัดค่าไฟที่บ้านได้อีกทางหนึ่ง
ใครบ้างที่ควรใช้ห้องหลบร้อน ?
แม้ห้องหลบร้อนจะเปิดกว้างสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวทุกคนที่รู้สึกไม่สบายตัวจากอากาศร้อน แต่ กทม. มุ่งเน้นเป้าหมายหลักไปที่กลุ่มเปราะบาง ที่อาจไม่มีความพร้อมในการเดินทางไปตากแอร์ตามห้างสรรพสินค้า ได้แก่:
- ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และสตรีมีครรภ์ (กลุ่มที่ร่างกายปรับตัวต่อความร้อนได้ช้า)
- ผู้ที่มีโรคประจำตัว (เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคทางเดินหายใจ)
- กลุ่มอาชีพที่ต้องทำงานกลางแจ้ง (เช่น วินมอเตอร์ไซค์ ไรเดอร์ พนักงานกวาดถนน หรือผู้รับเหมาก่อสร้าง) เพื่อแวะพักลดอุณหภูมิร่างกาย ป้องกันโรคลมแดดฉับพลัน
พิกัดห้องหลบร้อน 304 แห่งทั่วกรุง มีที่ไหนบ้าง?
กทม. ได้กระจายห้องหลบร้อน (BKK Cooling Center) ไว้ทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ ทั้งสิ้น 304 แห่ง (ข้อมูล ณ วันที่ 13 มีนาคม 2569) ประกอบด้วย:
- สำนักงานเขต ทั้ง 50 แห่ง
- ศูนย์บริการสาธารณสุข 68 แห่ง
- ศูนย์บริการสังกัดสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว 76 แห่ง
- โรงเรียนฝึกอาชีพ 10 แห่ง
- โรงเรียนสังกัด กทม. 100 แห่ง (เริ่มเปิดให้บริการ 1 เม.ย. 69)
นอกจากห้องแอร์แล้ว ยังมีจุดหลบร้อน (BKK Cooling Spot) ซึ่งเป็นพื้นที่ร่มรื่นตามธรรมชาติอีก 178 แห่ง (สวนสาธารณะ 48 แห่ง และสวน 15 นาที 130 แห่ง) พร้อมจุดบริการน้ำดื่มฟรี 2,806 จุดทั่วกรุง
ประชาชนเพียงแค่แสดงบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อลงทะเบียนก่อนเข้าใช้บริการ โดยสามารถค้นหาพิกัดห้องหลบร้อนที่ใกล้ที่สุด และตรวจสอบวัน-เวลาทำการได้ที่เว็บไซต์: https://greener.bangkok.go.th/heat-escape-room/#info
รู้จักดัชนีความร้อน (Heat Index) ภัยเงียบหน้าร้อน
สาเหตุที่ กทม. ต้องเร่งผุดห้องหลบร้อน เพราะอันตรายจากหน้าร้อนไม่ได้ดูแค่อุณหภูมิ แต่ต้องดูที่ดัชนีความร้อน (Heat Index) ซึ่งเป็นการนำอุณหภูมิมาคำนวณรวมกับความชื้นสัมพัทธ์ ยิ่งความชื้นสูง ร่างกายจะระบายเหงื่อได้ยาก ทำให้เรารู้สึกร้อนกว่าอุณหภูมิจริง และเสี่ยงต่อการช็อกได้ง่ายขึ้น
กทม. ได้แบ่งระดับเตือนภัยดัชนีความร้อนไว้ 4 ระดับ (เช็กแบบ Real-time ได้ทางแอปฯ และเว็บไซต์ AirBKK):
- สีเขียว (เฝ้าระวัง): 27.0–32.9 °C
- สีเหลือง (เตือนภัย): 33.0–41.9 °C (เริ่มลดเวลาอยู่กลางแจ้ง)
- สีส้ม (อันตราย): 42.0–51.9 °C (งดกิจกรรมกลางแจ้ง)
- สีแดง (อันตรายมาก): มากกว่า 52.0 °C (ห้ามอยู่กลางแจ้งเด็ดขาด เสี่ยง Heatstroke ขั้นวิกฤต)
แนวคิดCooling Center ถือเป็นมาตรฐานการรับมือสภาพอากาศระดับสากลที่หลายมหานครทั่วโลกนำมาใช้ กรุงเทพมหานครจึงหวังว่า “ห้องหลบร้อน” จะเป็นอีกหนึ่งสวัสดิการที่ช่วยปกป้องชีวิตคนกรุง ให้ผ่านพ้นวิกฤตโลกเดือดในฤดูร้อนปีนี้ไปได้อย่างปลอดภัย
(หน่วยงานเอกชนที่สนใจสนับสนุนน้ำดื่มหรืออุปกรณ์คลายร้อน สามารถติดต่อสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. โทร 0 2203 2920 หรือ 0 2203 2400)


