×

ผู้สมัคร ส.ก.รวมไทยยูไนเต็ด ชูนโยบายเลิกส่วย เพิ่มพื้นที่ค้าขาย สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ประชาชน

โดย THE STANDARD TEAM
18.05.2022
ภัทรพร ชุติชวาลนันท์

วันนี้ (18 พฤษภาคม) ภัทรพร ชุติชวาลนันท์ ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตคลองสาน พรรครวมไทยยูไนเต็ด โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงเรื่องเลิกส่วย เพิ่มพื้นที่ค้าขายที่มั่นคงว่า เสียงจากพ่อค้าแม่ขายส่วนใหญ่ใน กทม. ที่ค้าขายบนทางเท้า ต่างพูดกันเป็นเสียงเดียวกันว่าจ่ายเงินให้เขตแล้ว จ่ายเงินให้เทศกิจแล้ว 

 

“นี้แหละคือสาเหตุที่ทำให้ กทม. ไม่สามารถจัดการทางเท้าและพ่อค้าแม่ขายหาบเร่เหล่านี้ จึงคิดว่ามันจะดีกว่านี้แน่ถ้าเราจริงใจที่จะช่วยพ่อค้าแม่ขายและประชาชนเดินทางเท้า เราต้องเลิกการส่งส่วยหรือจ่ายเงินนอกระบบให้หน่วยงานบางหน่วยงาน และจัดพื้นที่ค้าขายที่มั่นคงให้พ่อค้าแม่ค้าเหล่านี้” ภัทรพรกล่าว

 

ภัทรพรระบุต่อไปว่า ในปัจจุบันเราปฏิเสธไม่ได้ว่าปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พ่อค้าแม่ค้าต่างหาที่ทำกินยากเพราะกำลังซื้อลดลง ค่าวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น รวมถึงค่าแผงขายของที่ต้องจ่าย บางที่ก็ถูกกฎหมายบางที่ก็ไม่ถูกกฎหมาย

 

“การลดปัญหาการเก็บส่วยจากองค์กรบางหน่วยก็เป็นอีกปัญหาที่ควรจะหมดไป เนื่องจากปัจจุบันพ่อค้าแม่ขายหาบเร่แผงลอยต้องจ่ายเงิน 300-500 บาทต่อเดือนในการตั้งแผงขายตามทางเท้าใกล้ย่านคนพลุกพล่าน เพื่อหวังจะขายของได้เงินมา แต่คำถามคือใครมีอำนาจให้คนมาตั้งของขายขวางทางเท้า และเงิน 300 บาทหรือ 500 บาทนั้นไปอยู่ที่ใคร เงินนั้นได้กลับมาพัฒนาอะไรให้พ่อค้าแม่ขายเหล่านี้บ้าง” ภัทรพรกล่าว

 

ภัทรพรกล่าวต่อไปด้วยว่า สิ่งที่เกิดขึ้นคือการจ่ายส่วยจากประชาชนเพื่อขอให้ได้ที่ทำมาหากิน คิดว่าเรื่องดังกล่าวควรหมดไป เราควรที่จะสนับสนุนและให้โอกาสพ่อค้าแม่ค้าให้มีสิทธิ์ในการขาย รวมถึงพื้นที่ทางเท้าต้องอำนวยให้ตั้งขายได้ คนเดินสัญจรก็สวนได้ รวมทั้งต้องมีการปรับเวลาเปิดปิดเพื่อขยายโอกาส ขยายช่องทางในการทำมาหากิน 

 

ดังนั้นการสร้างโอกาสให้กลุ่มพ่อค้าแม่ค้ามีที่ทำกิน การขายของได้ทุกวันไม่มีวันหยุด โดยจะต้องสร้างการมีส่วนร่วมในการรักษาความสะอาดในแต่ละพื้นที่ และให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดรูปแบบการค้าด้วยตัวเองผ่านเงินที่พวกเขาจ่ายอย่างถูกต้อง และสามารถติดตามการเดินทางของเงินดังกล่าวได้โดยใช้ระบบเทคโนโลยีเข้ามาช่วยติดตาม

 

“การสร้างพื้นที่เศรษฐกิจย่อมนำมาสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชน นำเอกลักษณ์ของตลาดที่มีอยู่แล้วมาทำเป็นจุดแลนด์มาร์กแห่งใหม่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยว ที่สำคัญจะต้องมีบริการห้องนำ้อำนวยความสะดวกแก่พ่อค้าแม่ค้าและนักท่องเที่ยว” ภัทรพรกล่าว


READ MORE




Latest Stories

Close Advertising