Bitget ประเมินว่าบิตคอยน์ (Bitcoin) เริ่มถูกนักลงทุนมองในบทบาทใกล้เคียง ‘สินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง’ มากขึ้น หลังราคาทองคำและแร่เงินปรับขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์จากปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลา โดยมองว่าระยะสั้นราคาบิตคอยน์มีโอกาสกลับไปทดสอบระดับ 105,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ
ในช่วงที่ผ่านมา ราคาทองคำพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดที่ราว 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาแร่เงินปรับขึ้นแตะระดับ 72 ดอลลาร์ ส่งผลให้สินทรัพย์โลหะมีค่ากลับมาได้รับความสนใจในฐานะเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ และความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศ ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวสะท้อนพฤติกรรมการจัดพอร์ตของนักลงทุนทั่วโลกที่หันมาเพิ่มสัดส่วนสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น
เกรซี่ เฉิน (Gracy Chen) กรรมการผู้จัดการ Bitget กล่าวว่า จากสถิติในอดีต การปรับตัวขึ้นของสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะโลหะมีค่า มักส่งผลเชิงบวกต่อตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล เนื่องจากนักลงทุนเริ่มมองบิตคอยน์ในฐานะ ‘Alternative Store of Value’ หรือสินทรัพย์ทางเลือกในการเก็บมูลค่า มากกว่าจะเป็นเพียงสินทรัพย์เสี่ยงเพื่อการเก็งกำไรระยะสั้น
“นักลงทุนจากทั้งฝั่งสินทรัพย์ดั้งเดิมและสินทรัพย์ดิจิทัลมีแนวโน้มจะลงทุนข้ามตลาดมากขึ้น เพื่อกระจายความเสี่ยงของพอร์ต แม้ว่าคริปโทจะยังมีความผันผวน แต่ในระยะยาวเริ่มถูกมองว่าเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากความไม่มั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์และการด้อยค่าของระบบการเงินโลก” เกรซี่ เฉิน กล่าว
ในเชิงสัญญาณตลาด Bitget มองว่าภาพรวมของบิตคอยน์ (BTC) และอีเธอเรียม (ETH) เริ่มมีสัญญาณเชิงบวก จากแรงขายที่ชะลอลง ขณะเดียวกันกระแสเงินลงทุนไหลเข้าสู่กองทุน Spot Bitcoin ETF เริ่มกลับมาเป็นบวก รวมถึงปริมาณซัพพลายของสเตเบิลคอยน์ที่ทำระดับสูงสุดใหม่ สะท้อนการสะสมสินทรัพย์อย่างต่อเนื่องจากนักลงทุนสถาบันมากกว่าการลดความเสี่ยง
สำหรับมุมมองด้านราคา Bitget ประเมินว่า ระยะสั้นบิตคอยน์มีโอกาสปรับขึ้นไปทดสอบระดับ 105,000 ดอลลาร์ ขณะที่อีเธอเรียมอาจขยับขึ้นไปบริเวณ 3,600 ดอลลาร์ โดยได้รับแรงหนุนจากบทบาททั้งด้านนวัตกรรมและการเป็นสินทรัพย์ทางเลือกในช่วงที่ความเสี่ยงโลกเพิ่มสูงขึ้น
ภาพ: Vertigo3d/Getty Images


