หรือ Bitcoin จะสอบตก หลบภัยเงินเฟ้อไม่ได้ ร่วงหลุด 80,000 ดอลลาร์ ต่ำสุดรอบ 10 เดือน

01.02.2026
  • LOADING...
กราฟราคา Bitcoin ร่วงลงอย่างรุนแรง ต่ำกว่า 80,000 ดอลลาร์ บ่งชี้การเป็นสินทรัพย์ที่หลบภัยเงินเฟ้อล้มเหลว

สินทรัพย์ดิจิทัล Bitcoin, Ethereum และ Solana พร้อมใจกันร่วง ในคืนวันเสาร์ที่ 31 มกราคม โดย Bitcoin ราคาร่วงลงต่ำกว่า 80,000 ดอลลาร์ สู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2025 ท่ามกลางสภาพคล่องที่เบาบาง และแรงซื้อที่จำกัด ซึ่งฉุดให้มูลค่าของสินทรัพย์ดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลกร่วงลงแล้วกว่า 37% จากระดับสูงสุดในเดือนตุลาคม 2025

 

ตลาดคริปโตฯ ระส่ำ! แรงเทขายฉุด Market Cap วูบ 1.1 แสนล้านดอลลาร์

 

โดย Bitcoin รวงต่ำสุดที่ระดับ 78,230 ดอลลาร์ ณ เวลา 08.46 น. วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2026 ก่อนจะปรับตัวขึ้นในเวลาถัดมา

 

ขณะที่สกุลเงินอื่นๆ เผชิญการขาดทุนที่รุนแรงกว่า โดย Ethereum สกุลเงินคริปโทเคอเรนซีอันดับ 2 ของโลก ราคาร่วงกว่า 50% ลงมาต่ำกว่า 2,500 ดอลลาร์ จากระดับสูงสุด 4,955.3 ดอลลาร์ เมื่อเดือนสิงหาคม 2025

 

ส่วน Solana มีราคาร่วงกว่า 65% อยู่ต่ำกว่า 110 ดอลลาร์ จากระดับสูงสุดที่ 293.31 ดอลลาร์ในเดือนมกราคม 2025

 

ตามข้อมูลของ CoinGecko แรงเทขายอย่างหนักส่งผลให้ ‘มูลค่าตามราคาตลาดรวม’ (Market Cap) ของเหรียญคริปโตทุกชนิดรวมกันหายไปประมาณ 1.11 แสนล้านดอลลาร์ ภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง

 

ขณะที่ข้อมูลจาก Coinglass ระบุว่ามี ฝั่งแทงขึ้น (Long) และแทงลง (Short) ล้วนโดนล้างพอร์ตรวมกันมูลค่าประมาณ 1.6 พันล้านดอลลาร์

 

Bitcoin สอบตก คนเลือกถือ ‘ทองคำ’ มากกว่า

 

การร่วงลงของราคาครั้งนี้ ทำให้ตลาดนึกถึงเหตุการณ์ ‘Liberation Day’ ในปี 2025 ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดการเทขายอย่างรุนแรงจนราคาดิ่งเหว และยิ่งซ้ำเติมความผิดหวังที่มีต่อ Bitcoin ซึ่งไม่ยอมขยับขึ้นตามข่าวดีหรือเหตุการณ์ต่างๆ ในตลาดมาหลายสัปดาห์แล้ว

 

โดยสกุลเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเกือบตลอดทั้งเดือนมกราคม เพราะนักลงทุนเริ่มระแวงและกังวลกับความเสี่ยงด้านนโยบายของทรัมป์ ถึงแม้อย่างนั้น ความเชื่อมั่นในตลาดคริปโตกลับขยับขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

 

ในขณะที่ราคาทองคำพุ่งทะยานขึ้นทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (New High) Bitcoin กลับไม่มีปฏิกิริยาตอบรับในเชิงบวกที่ชัดเจนเลย และพอนักลงทุนเริ่มขายทำกำไรทองคำและเงินอย่างรุนแรงเมื่อวันศุกร์ (Sharp reversal) เม็ดเงินเหล่านั้นก็ไม่ได้ไหลเข้ามาใน Bitcoin อยู่ดี

 

ตลอดจนการออกกฎหมายจัดระเบียบโครงสร้างตลาดคริปโตในสหรัฐฯ ที่มีความล่าช้ามากเท่าไร ก็ยิ่งทำให้ความอยากลงทุน (Appetite) ในสินทรัพย์ดิจิทัลลดน้อยลงตามไปด้วย

 

Louis Navellier จาก Navellier & Associates กล่าวว่า “ตอนนี้ ‘เงิน’ และ ‘ทองคำ’ ได้กลายเป็นพาหนะหลักสำหรับนักลงทุนที่กังวลเรื่องความเสื่อมค่าของเงินกระดาษ (Fiat) ไปแล้ว”

 

การที่ไม่มีแรงซื้อ (Bid) เข้ามาเลยแบบนี้ ทำให้เกิดคำถามใหม่ๆ ขึ้นมาว่า จริงๆ แล้ว Bitcoin ควรจะมีที่ยืนในพอร์ตการลงทุนจริงหรือไม่ จากที่เคยถูกโฆษณาว่าเป็นทั้งสินทรัพย์ที่ ‘ทำกำไรตามเทรนด์’ (Momentum) และ ‘เครื่องมือป้องกันเงินเฟ้อ’ (Hedge) แต่ทว่า ปัจจุบัน Bitcoin กำลังสอบตกทั้งสองหน้าที่ เงินทุนที่หนีมาหาที่ปลอดภัย ยังคงกระจุกตัวอยู่ที่ ‘โลหะมีค่า’ อย่างทองคำและเงิน กับ ‘เงินสด’ เท่านั้น

 

นอกจากนี้ ราคา Bitcoin อาจได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน ซึ่งทรัมป์ขู่จะใช้กำลังทหารกับสาธารณรัฐอิสลาม

 

John Todaro นักวิเคราะห์จาก Needham ระบุว่า “ตอนนี้นักลงทุนรายย่อยแทบจะ ‘เมินเฉยอย่างรุนแรง’ ต่อสินทรัพย์ดิจิทัล และอาจจะเป็นเช่นนี้ไปอีกอย่างน้อย 1 หรือ 2 ไตรมาส”

 

จุดเปลี่ยน Fed จับตา ‘เควิน วอร์ช’ เอฟเฟกต์

 

การร่วงลงของตลาดคริปโตเกิดขึ้นทันทีหลังจากที่ทรัมป์ เลือก ‘เควิน วอร์ช’ (Kevin Warsh) ให้มาเป็นประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) คนใหม่

 

ซึ่งข่าวดังกล่าวช่วยทำให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น เพราะตลาดคลายกังวลว่าธนาคารกลางจะถูกแทรกแซงทางการเมือง และพอเงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่า ความน่าดึงดูดของ Bitcoin ในฐานะ ‘สกุลเงินทางเลือก’ ก็ลดน้อยลงในสายตานักลงทุน

 

หากวุฒิสภาสหรัฐฯ เห็นชอบ วอร์ชจะเข้ามาแทนที่ประธาน Fed คนปัจจุบันคือ เจอโรม พาวเวลล์ (Jerome Powell) ซึ่งกำลังจะหมดวาระลงในเดือนพฤษภาคมนี้

 

ที่ผ่านมา ทรัมป์มักวิพากษ์วิจารณ์พาวเวลล์ที่ไม่ยอมลดดอกเบี้ยนโยบายตามความต้องการของทรัมป์มาโดยตลอด นับตั้งแต่ปี 2018 ที่พาวเวลล์เริ่มรับตำแหน่ง

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising