×

BIS เตือนธนาคารกลางทั่วโลกอย่าดำเนินนโยบาย ‘รุนแรงเกินกว่าเหตุ’ หลังราคาพลังงานพุ่ง ก่อน 4 ธนาคารกลางใหญ่ประชุมดอกเบี้ยสัปดาห์นี้

17.03.2026
  • LOADING...
กราฟแสดงราคาพลังงานโลกที่พุ่งสูงขึ้น พร้อมข้อความเตือนจาก BIS ถึงธนาคารกลาง

ธนาคารเพื่อการชำระบัญชีระหว่างประเทศ (BIS) องค์กรที่ปรึกษาของธนาคารกลางทั่วโลก ได้ออกมาเตือนให้ผู้กำหนดนโยบายอย่าดำเนินนโยบายที่รุนแรงเกินไป (overreact) ต่อการพุ่งสูงขึ้นของราคาพลังงานทั่วโลกอันเนื่องมาจากสงครามในอิหร่าน โดยระบุว่านี่คือกรณีศึกษาตามตำราที่ควร ‘มองข้ามผลกระทบชั่วคราว’ (look through) ที่เกิดจากช็อค (Shock) โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากสถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว

 

โดยฮยอนซงชิน หัวหน้าที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจของ BIS กล่าวว่า “หากรอบนี้เป็นผลกระทบด้านอุปทาน (Supply Shock) และหากเป็นเพียงสถานการณ์ชั่วคราว นี่คือตัวอย่างตามตำราที่ระบุว่าคุณควรจะมองข้ามไป และไม่ควรใช้เครื่องมือทางนโยบายการเงินเข้าตอบโต้”

 

สงครามในตะวันออกกลางรอบนี้ส่งผลให้เกิดการปรับตัวสูงขึ้นของราคาน้ำมันถึง 40% และราคาขายส่งก๊าซที่พุ่งขึ้นเกือบ 60% ในเดือนนี้ ทำให้เกิดการเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ในปี 2022 เมื่อครั้งที่รัสเซียบุกยูเครนและการเปิดเศรษฐกิจหลังยุคโควิด-19 ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์

 

โดยย้อนกลับไปในครั้งนั้น ธนาคารกลางหลักหลายแห่ง รวมถึงธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ อย่างไรก็ตาม ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าดำเนินนโยบายตอบสนอง ‘ล่าช้าเกินไป’ หลังจากคาดการณ์ผิดพลาดว่าผลกระทบดังกล่าวจะเป็นเพียงเรื่องชั่วคราว

 

สำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน ตลาดเงินได้ปรับเปลี่ยนการคาดการณ์อย่างรวดเร็ว โดยเดิมพันว่าธนาคารกลางจะไม่ยอมทำผิดพลาดซ้ำรอยเดิมอีก อย่างไรก็ตาม BIS ได้ใช้รายงานฉบับล่าสุดเพื่อเตือนให้ธนาคารกลางทั่วโลกใช้ความระมัดระวัง

 

ความเห็นดังกล่าวของ BIS มีขึ้นในช่วงเริ่มต้นสัปดาห์ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ต่างมีกำหนดจัดการประชุมเพื่อกำหนดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรก นับตั้งแต่เกิดวิกฤตในตะวันออกกลาง เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

 

ฮยอน ซง ชิน ยังเสริมว่าการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยของตลาดนั้น อาจเป็นสัญญาณถึงความทรงจำอันเลวร้ายจากปี 2022 โดยขณะนี้ตลาดเงินได้ลดคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในปีนี้ลงครึ่งหนึ่งเหลือเพียงครั้งเดียว และเริ่มเดิมพันการขึ้นดอกเบี้ยของ ECB ภายในเดือนกรกฎาคม รวมถึงมีความเป็นไปได้ถึง 85% ที่จะมีการขึ้นดอกเบี้ยครั้งที่ 2 ภายในสิ้นปี

 

“มันเป็นการตอบสนองแบบฉับพลัน (Knee-jerk reaction)”ฮยอน ซง ชิน กล่าว พร้อมชี้ให้เห็นว่าดัชนีชี้วัดเงินเฟ้อที่สำคัญยังไม่ได้เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันมากนัก ทำให้ภาพรวมในขณะนี้ยังคงมี “ความสับสนอย่างมาก”

 

รายงานของ BIS ซึ่งจัดทำขึ้นเป็นรายไตรมาส ยังประกอบด้วยผลการศึกษาหลายฉบับ รวมถึงการศึกษาว่าธนาคารกลางต่างๆ มีการปรับเปลี่ยนวิธีการสื่อสารกับตลาดและสาธารณชนอย่างไร หลังจากเผชิญกับวิกฤตการณ์โลกหลายครั้งที่ผ่านมา

 

ผลการศึกษาพบว่า ปัจจุบันมีธนาคารกลางจำนวนมากขึ้นที่ใช้การวิเคราะห์ ‘สถานการณ์จำลอง’ (Scenarios) เพื่อแสดงให้เห็นถึงผลกระทบจากความเสี่ยงเฉพาะด้าน เพิ่มเติมจากการใช้เครื่องมือดั้งเดิมอย่างแผนภูมิพัด (Fan charts) และการอภิปรายความเสี่ยงเชิงคุณภาพ

 

นอกจากนี้ หลายแห่งยังพยายามปรับเปลี่ยนจากการใช้ ‘การส่งสัญญาณทิศทางนโยบาย’ (Forward guidance) เกี่ยวกับแนวโน้มดอกเบี้ย ไปเป็นการเผยแพร่ประมาณการอัตราดอกเบี้ยของตนเองแทน ซึ่งมักจะนำเสนอควบคู่ไปกับสถานการณ์ทางเลือกอื่นๆ

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories