บิล เกตส์ อดีตผู้บริหารของ Microsoft ได้ออกมาแสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์ความทะเยอทะยานของ อีลอน มัสก์ ผู้ก่อตั้ง Tesla และ SpaceX ในการส่งมนุษย์ขึ้นไปยังดาวอังคาร ว่าเป็นการจ่ายเงินมหาศาลที่เปล่าประโยชน์
ย้อนกลับไป มัสก์ก่อตั้ง SpaceX ขึ้นในปี 2002 โดยมีเป้าหมายสำคัญในการส่งมนุษย์ไปยังดาวอังคารและเข้าไปตั้งถิ่นฐานอาณานิคมบนดาวอังคาร โดยมีคู่แข่งคนสำคัญอย่าง เจฟฟ์ เบโซส์ ก็ก่อตั้ง Blue Origin ที่เข้ามาแข่งขันในการเดินทางสู่อวกาศด้วย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
- อีลอน มัสก์ ประเมินว่าต้องใช้เวลา 20-30 ปี มนุษย์ถึงจะสามารถตั้งถิ่นฐานบน ‘ดาวอังคาร’ ได้หลังการลงจอดครั้งแรก
- บิล เกตส์ มองว่า ChatGPT จะสร้าง ‘ประวัติศาสตร์หน้าใหม่’ เช่นเดียวกับการเริ่มต้นของอินเทอร์เน็ตหรือวิวัฒนาการของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล
- อีลอน มัสก์ มองอนาคต หุ่นยนต์ มนุษย์ไซบอร์ก และดาวอังคาร
ความเห็นครั้งนี้ของเกตส์มีขึ้นหลังจากที่ผู้สื่อข่าวของ BBC ตั้งคำถามว่า มัสก์มีคุณสมบัติเพียงพอเข้าข่ายมหาเศรษฐีใจบุญได้หรือไม่ ซึ่งเกตส์กล่าวว่า ขณะนี้มัสก์ยังไม่อาจเป็นมหาเศรษฐีใจบุญได้ แต่สิ่งนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต
เกตส์กล่าวว่า สิ่งประดิษฐ์อย่าง Tesla กำลังสร้างผลกระทบในเชิงบวก แม้จะไม่ใช่รูปแบบของการทำบุญบริจาคก็ตาม ดังนั้นสักวันหนึ่งมัสก์จะใช้ความเฉลียวฉลาดของตนเข้าร่วมกับกลุ่มเศรษฐีใจบุญในแบบของตนเองในที่สุด
ในส่วนของโครงการเยือนดาวอังคาร เกตส์แสดงความเห็นว่า การซื้อตั๋วไปดาวอังคารเป็นการใช้เงินที่ไม่คุ้มค่าสักเท่าไร โดยสำหรับตนเอง เกตส์ระบุว่ายินดีเลือกใช้จ่ายเงินเพื่อซื้อวัคซีนให้คนยากคนจนทั้งหลายในการต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ มากกว่า การเดินทางไปเยือนดาวอังคารที่ค่าเดินทางแพงมหาศาล โดยวัคซีนป้องกันโรคหัดสำหรับคนหนึ่งคนใช้เงินเพียง 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ
ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคนทั้งหลายไม่จำเป็นต้องไปดาวอังคารในทัศนะของเกตส์นั่นเอง
ในส่วนของความเห็นที่มีต่อเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เกตส์เชื่อมั่นว่า AI จะนำความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่มาสู่มนุษยชาติ โดยเฉพาะการช่วยเหลือมนุษย์ในการศึกษาเรื่องต่างๆ ทั้งด้านหุ่นยนต์ การแพทย์ วิทยาศาสตร์ การอ่าน และการเขียน ทำให้การใช้ชีวิตของมนุษย์ในแง่มุมต่างๆ มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
ภาพ: Hannibal Hanschke-Pool/Getty Images
อ้างอิง: