วันนี้ (28 เมษายน) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เรียกประชุม สส.พรรคภูมิใจไทย และพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งมีพรรคประชาชาติ พรรคพลังประชารัฐ และพรรคเล็ก เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
ในการประชุม เป็นการสรุปเนื้อหาก่อนการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่จะมีขึ้นในวันที่ 29-30 เมษายน โดยจะมีการเคาะรายชื่อประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย 14 คณะ ซึ่งมีรายงานว่าวางตัวไว้เรียบร้อยแล้ว ประกอบด้วย
- วัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สส.สระบุรี ประธาน กมธ.การตำรวจ
- อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ ประธาน กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ
- คงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สส.ระนอง ประธาน กมธ.การกระจายอำนาจฯ
- ธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สส.เพชรบุรี ประธาน กมธ.การศาสนาฯ
- ธนยศ ทิมสุวรรณ สส.เลย ประธาน กมธ.การปกครอง
- สุพล จุลใส สส.ชุมพร ประธาน กมธ.การพลังงาน
- ศุภโชค ศรีสุขจร สส.นครปฐม ประธาน กมธ.การอุตสาหกรรม
- สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ ประธาน กมธ.การพาณิชย์ฯ
- จุติ ไกรฤกษ์ สส.พิษณุโลก ประธาน กมธ.คลังฯ
- อรรถพล ไตรศรี สส.พังงา ประธาน กมธ.การคุ้มครองผู้บริโภคฯ
- แพทย์อลงกต มณีกาศ สส.นครพนม ประธาน กมธ.การสื่อสารฯ
- สฤษดิ์ บุตรเนียร สส.ปราจีนบุรี ประธาน กมธ.แก้ปัญหาหนี้สินฯ
- มณเฑียร สงฆ์ประชา สส.ชัยนาท ประธาน กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ
- กุลวลี นพอมรบดี สส.ราชบุรี ประธาน กมธ.การที่ดินฯ
ประธาน กมธ. สำคัญอย่างไร
ตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญ ถือเป็นกลไกสำคัญในระบบรัฐสภา ทำหน้าที่เป็นผู้นำในการขับเคลื่อนวาระเฉพาะด้าน ทั้งการพิจารณากลั่นกรองกฎหมาย สอบหาข้อเท็จจริง และตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหาร โดยมีอำนาจกำหนดระเบียบวาระการประชุม รวมถึงเรียกเอกสารหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง ซึ่งเป็นเครื่องมือหลักในการบริหารงานของกรรมาธิการ
บทบาทของประธาน กมธ. เริ่มตั้งแต่การคุมวาระ โดยเป็นผู้กำหนดทิศทางการพิจารณาว่าเรื่องใดควรได้รับความสำคัญก่อนหรือหลัง ซึ่งสามารถเร่งรัดหรือชะลอประเด็นที่มีผลกระทบต่อรัฐบาลหรืออยู่ในความสนใจของสาธารณะได้โดยตรง
ขณะเดียวกัน ยังมีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบฝ่ายบริหาร ผ่านอำนาจเรียกข้าราชการหรือผู้เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงในประเด็นต่าง ๆ เพื่อสร้างความโปร่งใสในการทำงานของหน่วยงานรัฐ
ในด้านนิติบัญญัติ กมธ. มีหน้าที่กลั่นกรองร่างกฎหมายในรายละเอียดก่อนเข้าสู่การพิจารณาของสภา ทำให้ประธาน กมธ. มีอิทธิพลต่อเนื้อหาและทิศทางของกฎหมายอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ การจัดสรรตำแหน่งประธาน กมธ. ยังสะท้อนดุลอำนาจทางการเมือง ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลและฝ่ายค้าน โดยพรรคการเมืองต่างพยายามช่วงชิงตำแหน่งดังกล่าวเพื่อใช้เป็นพื้นที่สร้างผลงานและตรวจสอบคู่แข่ง
ทั้งนี้ กมธ.สามัญจำนวน 35 คณะ ยังทำหน้าที่ศึกษาวิจัยปัญหาเฉพาะด้าน อาทิ การเกษตร เศรษฐกิจ และการปกครอง เพื่อเสนอแนวทางแก้ไขทั้งในเชิงนโยบายและกฎหมาย ส่งผลให้ตำแหน่งประธาน กมธ. เป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญของการทำงานในสภาไทย


