วันนี้ (1 มกราคม) ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ประจำวันโดยจากการตรวจวัดในช่วงเวลา 09.00 – 11.00 น. (3 ชั่วโมงล่าสุด) พบว่าคุณภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานครเริ่มเข้าสู่ภาวะวิกฤต โดยค่าฝุ่นละอองมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ผลการตรวจวัดพบค่าฝุ่นละออง PM2.5 อยู่ในช่วง 41.4 – 74.4 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) โดยมีค่าเฉลี่ยรวมของกรุงเทพมหานครอยู่ที่ 58.8 มคก./ลบ.ม. ซึ่งสูงกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ไม่เกิน 37.5 มคก./ลบ.ม. ส่งผลให้คุณภาพอากาศอยู่ในระดับ สีส้ม หรือ เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ
จากการตรวจสอบพบพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานจำนวนมากถึง 70 พื้นที่ ครอบคลุมทั้งเขตชั้นในและชั้นนอก รวมถึงสวนสาธารณะสำคัญหลายแห่ง ได้แก่:
- พื้นที่เขตเมืองและย่านเศรษฐกิจ: อาทิ เขตราชเทวี, ปทุมวัน, บางรัก, สาทร, คลองเตย, พญาไท, ดินแดง
- พื้นที่กรุงเทพฯ เหนือและตะวันออก: อาทิ เขตจตุจักร, บางเขน, หลักสี่, ดอนเมือง, สายไหม, ลาดกระบัง, มีนบุรี
- พื้นที่ฝั่งธนบุรี: อาทิ เขตธนบุรี, คลองสาน, บางกอกน้อย, ตลิ่งชัน, ทวีวัฒนา, บางขุนเทียน
นอกจากนี้ยังพบค่าฝุ่นสูงในสวนสาธารณะยอดนิยมหลายแห่ง เช่น สวนลุมพินี, สวนจตุจักร, สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ), อุทยานเบญจสิริ และสวนเบญจกิติ เป็นต้น
ข้อแนะนำด้านสุขภาพสำหรับประชาชน: เนื่องจากคุณภาพอากาศอยู่ในระดับ สีส้ม (เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ) ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศฯ จึงมีข้อแนะนำดังนี้:
- ประชาชนทั่วไป: ควรใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น สวมหน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร และควรจำกัดระยะเวลาในการทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายกลางแจ้งที่ต้องใช้แรงมาก หากมีอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก หรือระคายเคืองตา ให้รีบปรึกษาแพทย์
- ประชาชนกลุ่มเสี่ยง: (เด็ก, คนชรา, หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีโรคประจำตัว) ต้องสวมหน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร และควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งโดยเด็ดขาด หากมีอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์ทันที







