วันนี้ (16 มกราคม) ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ล่าสุดในช่วงเช้าวันนี้ โดยภาพรวมของคุณภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานครวัดค่าเฉลี่ยได้ 57.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งยังคงสูงกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ไม่เกิน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่งผลให้คุณภาพอากาศอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ หรือระดับสีส้ม แม้ว่าในเชิงสถิติจะพบว่าปริมาณฝุ่นละอองเริ่มมีแนวโน้มลดลงบ้างแล้วก็ตาม
จากการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด พบพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นละอองสูงสุด 12 อันดับแรกของกรุงเทพมหานคร ได้แก่ เขตบางรัก ซึ่งวัดได้สูงสุดที่ 75.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ตามมาด้วยเขตลาดกระบัง 75.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และเขตปทุมวัน 73.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร นอกจากนี้ยังมีพื้นที่เขตประเวศ จตุจักร สาทร คลองสามวา หนองจอก คลองเตย บึงกุ่ม ราชเทวี และมีนบุรี ที่ยังมีค่าฝุ่นสะสมหนาแน่นเกินเกณฑ์มาตรฐาน
ในส่วนของภาพรวมรายกลุ่มเขต พบว่าคุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพทุกพื้นที่ โดยกลุ่ม กรุงเทพใต้ และ กรุงเทพตะวันออก มีความเข้มข้นของฝุ่นละอองสูงสุด โดยมีค่าฝุ่นสูงสุดอยู่ที่ 75.8 และ 75.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ตามลำดับ
ขณะที่กลุ่มกรุงเทพเหนือมีค่าฝุ่นอยู่ในช่วง 53.5 ถึง 70.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร สำหรับกลุ่มกรุงเทพกลาง กรุงธนเหนือ และกรุงธนใต้ แม้จะมีค่าเฉลี่ยที่ต่ำกว่ากลุ่มอื่นเล็กน้อยแต่ยังคงอยู่ในระดับสีส้มที่ต้องเฝ้าระวังเช่นเดียวกัน
เนื่องจากคุณภาพอากาศอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ประชาชนทั่วไปควรเพิ่มความระมัดระวังโดยการใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากากป้องกัน PM 2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร และควรจำกัดระยะเวลาการทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก หากมีอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก หรือระคายเคืองตา ควรสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด
สำหรับกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุ และสตรีมีครรภ์ ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ หากสถานการณ์ทวีความรุนแรงจนถึงระดับสีแดง หรือระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ ขอให้ประชาชนทุกคนงดกิจกรรมกลางแจ้งโดยเด็ดขาด และผู้ที่มีโรคประจำตัวควรเตรียมยาและอุปกรณ์ที่จำเป็นให้พร้อมอยู่เสมอ หากมีอาการผิดปกติเพียงเล็กน้อยให้รีบพบแพทย์ทันที












