วันนี้ (3 ตุลาคม) กรุงเทพมหานครเปิดเผยรายละเอียดหลักเกณฑ์และช่องทางการขอรับเงินช่วยเหลือเยียวยา สำหรับประชาชนชาวกรุงเทพฯ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย โดยสามารถขอรับเงินช่วยเหลือได้จาก 2 แหล่งที่มาหลัก และต้องดำเนินการยื่นคำขอภายใน 30 วัน นับแต่วันที่เกิดภัยหรือประสบสาธารณภัย ดังนี้
- เงินช่วยเหลือค่าดำรงชีพเบื้องต้นจากรัฐบาล ประชาชนสามารถยื่นเรื่องผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ หรือติดต่อที่สำนักงานเขตตามทะเบียนบ้านที่ได้รับผลกระทบ (ในวันและเวลาราชการ)
- เงินช่วยเหลือค่าเสียหายและค่าซ่อมแซมจาก กทม. พิจารณาจ่ายตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง โดยสามารถยื่นเอกสารผ่านเว็บไซต์ https://claim.bangkok.go.th/ หรือติดต่อที่สำนักงานเขตตามทะเบียนบ้านที่ได้รับผลกระทบ (ในวันและเวลาราชการ)
ผู้ยื่นขอรับสิทธิจะต้องเป็นบ้านหรือที่อยู่อาศัยประจำที่ได้รับความเสียหาย หรือถูกน้ำท่วมถึงพื้นที่พักอาศัย และต้องอยู่ในพื้นที่ที่มีการประกาศให้ความช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน ทั้งนี้ กรณีที่เป็นบ้านเช่า หรือพักอาศัยอยู่ในบ้านแต่ไม่มีชื่อในทะเบียนบ้าน สามารถยื่นเรื่องได้ตามเงื่อนไขและหลักฐานที่กำหนด โดยมีอัตราความช่วยเหลือตามประเภทความเสียหาย ดังนี้
- ค่าซ่อมแซมบ้าน/ที่พักอาศัย: จ่ายตามความเสียหายจริง สูงสุดไม่เกิน 88,600 บาทต่อหลัง (ไม่รวมกรณีบ้านเช่า)
- ค่าที่พักชั่วคราว/ค่าเช่าบ้าน: ไม่เกิน 3,000 บาทต่อเดือน (สูงสุดไม่เกิน 2 เดือนตามความเหมาะสมของกรณี)
- ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพและเงินทุน: ไม่เกิน 13,500 บาทต่อครอบครัว
- ค่ารักษาพยาบาล: ผู้ป่วยนอกจ่ายตามจริงไม่เกิน 2,000 บาทต่อราย และผู้ป่วยในจ่ายตามจริงไม่เกิน 4,000 บาทต่อราย
- เงินปลอบขวัญ: กรณีได้รับบาดเจ็บ 2,300 บาทต่อราย
- ค่าจัดการศพผู้เสียชีวิต: ไม่เกิน 35,700 บาทต่อราย (หากผู้เสียชีวิตเป็นหัวหน้าครอบครัวหรือผู้หารายได้หลัก อาจได้รับเงินสงเคราะห์เพิ่มเติมไม่เกิน 35,700 บาทต่อราย)
- ค่าดำรงชีพเบื้องต้น: กรณีบ้านเสียหายทั้งหลัง 3,800 บาท และกรณีเสียหายบางส่วน 1,900 บาท
สำหรับการเตรียมเอกสารเบื้องต้น ประชาชนต้องเตรียมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน, สำเนาทะเบียนบ้าน, หลักฐานภาพถ่ายความเสียหาย และเอกสารเพิ่มเติมตามประเภทความช่วยเหลือ โดย ไม่ต้องเดินทางไปแจ้งความหรือลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจ เพื่อเป็นการลดภาระให้แก่ผู้ประสบภัย
ด้านกระบวนการรับเงิน กทม. จะดำเนินการโอนเงินผ่านระบบ PromptPay (พร้อมเพย์) ที่ผูกกับเลขบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัญชีธนาคารตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยกระบวนการพิจารณาและจ่ายเงินจะใช้ระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 60 วัน
กรุงเทพมหานครเน้นย้ำว่า จำนวนเงินที่ระบุไว้ข้างต้นเป็น อัตราสูงสุด ไม่ใช่นโยบายการจ่ายแบบเหมาจ่ายในอัตราเท่ากันทุกครัวเรือน เจ้าหน้าที่จะพิจารณาอนุมัติเงินช่วยเหลือจากประเภทความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง คุณสมบัติของผู้ประสบภัย และหลักฐานที่นำมาแสดงเป็นหลัก ผู้ประสบภัยจึงอาจได้รับเงินในอัตราที่ต่ำกว่าเพดานสูงสุดที่กำหนดไว้


