วันนี้ (12 ตุลาคม) พรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการจัดเก็บขยะชิ้นใหญ่และขยะตกค้างหลังน้ำลดในพื้นที่เคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง ว่า ขณะนี้การดำเนินการคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 90 โดย กทม. ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่จากสำนักสิ่งแวดล้อม สำนักงานเขตบัดดี้ 12 เขต และหน่วยงานพันธมิตร เร่งจัดเก็บขยะกองใหญ่ให้แล้วเสร็จภายในวันนี้ ก่อนส่งมอบภารกิจให้สำนักงานเขตลาดกระบังตามเก็บขยะตกหล่นต่อไป
กทม. ได้ยกระดับปฏิบัติการจัดเก็บขยะอย่างต่อเนื่อง โดยขยายความร่วมมือจากเดิม 3 เขต เป็น 12 เขตบัดดี้ เพื่อแบ่งโซนรับผิดชอบอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังได้นำระบบแผนที่ปักหมุดมาใช้ในการบริหารจัดการขยะ โดยแยกสีหมุดตามขนาดกองขยะและปริมาณรถขนย้าย เช่น หมุดสีแดงสำหรับกองขยะใหญ่ที่ต้องใช้รถบรรทุก 50 เที่ยวขึ้นไป สีเหลืองสำหรับ 20 เที่ยว หมุดสีฟ้าสำหรับจุดที่มีเครื่องจักร และหมุดสีเขียวสำหรับพื้นที่ที่เคลียร์เสร็จแล้ว ซึ่งช่วยให้ กทม. สามารถจัดสรรทรัพยากรได้อย่างแม่นยำ
ล่าสุด กองขยะขนาดใหญ่โดยเฉพาะในโซน 5 และโซน 7 ซึ่งมีความหนาแน่นที่สุด ได้รับการจัดเก็บเกือบทั้งหมดแล้ว ปัจจุบันเหลือเพียงประมาณ 3 กองย่อย ซึ่งคาดว่าจะเคลียร์เสร็จสิ้นภายในช่วงเย็นของวันนี้
รองผู้ว่าฯ พรพรหม ระบุเพิ่มเติมว่า กทม. ได้เปิดจุดพักขยะหลักภายในพื้นที่ 2 จุด เพื่อให้รถบรรทุกสามารถขนย้ายขยะจากชุมชนมาพักไว้ได้โดยตรง โดยไม่ต้องวิ่งไปถึงศูนย์กำจัดมูลฝอยที่อ่อนนุชหรือท่าแร้งในทุกรอบ ทำให้สามารถเพิ่มรอบขนส่งและจัดเก็บได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
สำหรับปริมาณขยะตกค้างหลังน้ำท่วมทั่วกรุงเทพฯ ปัจจุบัน กทม. สามารถจัดเก็บสะสมได้แล้วประมาณ 10,686 ตัน หรือเฉลี่ยวันละ 800 ตัน เฉพาะพื้นที่เคหะร่มเกล้ามีการจัดเก็บได้ถึง 1,000 ตันต่อวันในช่วงเร่งด่วน ขณะที่พื้นที่อื่นอย่างหมู่บ้านนักกีฬา เขตสะพานสูง คืบหน้าไปแล้ว 90% ส่วนเขตบางกะปิ หนองจอก และมีนบุรี ทาง กทม. ยังคงเฝ้าระวังเพื่อเตรียมจัดเก็บขยะหลังน้ำลดอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ กทม. ขอความร่วมมือประชาชนนำขยะชิ้นใหญ่ไปวางในจุดที่กำหนดหรือบริเวณที่รถและเครื่องจักรเข้าถึงได้สะดวก เพื่อความรวดเร็วในการจัดเก็บและฟื้นฟูสภาพแวดล้อมให้กลับคืนสู่ปกติโดยเร็วที่สุด







