วันนี้ (6 ตุลาคม) กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า เตือนบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน จะมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้น เนื่องจากมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ปะทะกับลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดนำความชื้นจากอ่าวไทยและทะเลจีนใต้
ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ลาดเชิงเขา ควรระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก รวมถึงหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทย บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล คาดการณ์มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ พร้อมฝนตกหนักและลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิสูงสุด 33–35 องศาเซลเซียส โดยในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา (ถึงเวลา 07.00 น.) เกิดฝนตกปานกลางถึงหนักหลายพื้นที่ จุดวัดปริมาณฝนสูงสุด ได้แก่
- ซอยแอนเน็กซ์ เขตสายไหม: 99.0 มม.
- สถานีดาวคะนอง เขตธนบุรี: 69.5 มม.
- สำนักงานเขตจอมทอง: 67.5 มม.
- สวนเบญจสิริ เขตคลองเตย: 64.5 มม.
- สำนักงานเขตราชเทวี: 61.5 มม.
ทั้งนี้ มีรายงานจุดเร่งการระบายน้ำบนถนนสายหลักรวม 5 จุด ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เร่งดำเนินการคลี่คลายสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
ศูนย์ป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร รายงานระดับน้ำแนวคันกั้นน้ำด้านตะวันออก ประจำวันที่ 6 ตุลาคม 2569 เวลา 07.00 น. พบจุดที่มีระดับน้ำสูงเกินขั้นวิกฤต 3 แห่ง ประกอบด้วย
- ประตูระบายน้ำคลองสอง (สายใต้): ระดับน้ำ +1.85 ม.รทก. (ระดับวิกฤต +1.80)
- ประตูระบายน้ำแสนแสบ (มีนบุรี): ระดับน้ำ +1.19 ม.รทก. (ระดับวิกฤต +0.70)
- ประตูระบายน้ำลาดกระบัง: ระดับน้ำ +0.69 ม.รทก. (ระดับวิกฤต +0.35)
ขณะที่สถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ปริมาณน้ำไหลผ่านอำเภอเมืองนครสวรรค์อยู่ที่ 1,951 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และอัตราการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยคาดการณ์ฐานน้ำขึ้นสูงสุดหน้าสถานีกองบัญชาการกองทัพเรือวันนี้ จะอยู่ในช่วงบ่าย เวลา 16.37 น. ที่ระดับ +1.09 ม.รทก. ด้านค่าความเค็มยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ
กรมอุตุนิยมวิทยาเน้นย้ำให้ประชาชนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากในช่วงวันที่ 9–13 ตุลาคม 2569 มวลอากาศเย็นอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมา ส่งผลให้ร่องมรสุมเคลื่อนลงมาพาดผ่านภาคตะวันออกและภาคใต้ตอนบน ทำให้พื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก กทม. และปริมณฑล รวมถึงภาคใต้ มีปริมาณฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
ภาพ: (ข้อความปกไม่บังภาพแผนที่ค่ะ)


