×
Menu
88979

‘ช่องว่างระหว่างวัยไม่มีจริง’ เมื่อ แบงค์ ธิติ ใช้เวลา 15 วันกับ 4 คุณปู่ในรายการ ‘ป๋าซ่าพาซิ่ง’

07.05.2018
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

5 MINS READ
  • ก่อนหน้านี้ แบงค์ไม่ค่อยอยากคุยกับผู้ใหญ่ที่มีอายุห่างกันมากๆ เพราะคิดว่าช่องว่างระหว่างวัยจะทำให้สื่อสารกันไม่รู้เรื่อง แต่เขาได้เรียนรู้จากการเป็นพิธีกรรายการ ป๋าซ่าพาซิ่ง Grandpas Over Flowers ว่าที่จริงแล้วช่องว่างระหว่างวัยนั้นไม่มีจริง ถ้าทุกคนมีเวลาเปิดใจพูดคุยซึ่งกันและกัน
  • ภารกิจของแบงค์ในรายการ ป๋าซ่าพาซิ่ง Grandpas Over Flowers คือการพาคุณปู่ทั้ง 4 คน ที่มีอายุห่างกันหลายปี ผจญภัยทำกิจกรรมต่างๆ ในประเทศนิวซีแลนด์เป็นเวลา 15 วัน
  • แบงค์ได้เรียนรู้การใช้ชีวิตหลายอย่างจากคุณปู่ทั้งสี่คน โดยอาหนิง นิรุตติ์ เป็นตัวแทนของระเบียบวินัย, แอนนา ชวนชื่น คือตัวแทนของพลังในเสียงหัวเราะ, ชลิต เฟื่องอารมย์ คือตัวแทนในเรื่องการปรับตัว และพ่อดม ชวนชื่น เป็นตัวแทนในเรื่องการใช้ชีวิตให้คุ้มค่ามากที่สุด

ก่อนหน้านี้ แบงค์ ธิติ-มหาโยธารักษ์ ก็ไม่ต่างจากเด็กวัยรุ่นหลายคนที่ถูกกรอบของคำว่า ‘ช่องว่างระหว่างวัย’ มาบดบัง ทำให้มีความรู้สึกว่าไม่อยากพูดคุยกับผู้ใหญ่ที่มีอายุห่างกันมากๆ เท่าไรนัก

 

แต่ความคิดที่ฝังหัวมา 21 ปี ก็ถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง ด้วยเวลาเพียง 15 วัน ที่แบงค์ต้องรับหน้าที่เป็นไกด์ทัวร์จำเป็น พาคุณปู่ทั้ง 4 คน อย่างอาหนิง-นิรุตติ์ ศิริจรรยา, แอนนา ชวนชื่น, พ่อดม ชวนชื่น และชลิต เฟื่องอารมย์ ที่อายุห่างกันหลายสิบปี ผจญภัยทำกิจกรรมในนิวซีแลนด์และใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันตลอด 24 ชั่วโมง ในรายการ ป๋าซ่าพาซิ่ง Grandpas Over Flowers

 

จากทุกๆ มื้ออาหาร ทุกๆ กิจกรรม ทุกๆ บทสนทนาที่เกิดขึ้น ถึงแม้จะมีหลายครั้งที่เด็กหนุ่มอย่างแบงค์ถูกดุ แต่ก็เพราะความเป็นห่วงเป็นใย การเปิดใจรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ที่ทำให้ช่องว่างที่เคยกว้างใหญ่หายไป และเปลี่ยนสถานะจาก ‘คุณปู่’ กลายเป็นพ่อ เป็นพี่ เป็นเพื่อน ที่แบงค์ได้เพิ่มเข้ามาในชีวิตพร้อมกันทีเดียวถึง 4 คน

 

 

เริ่มต้นจากการโดนหลอก สู่ทริปเดินทาง 15 วันที่น่าประทับใจ

 

ตอนแรกทีมงานติดต่อมาว่ามีรายการท่องเที่ยวที่นิวซีแลนด์ให้ผมเป็นพิธีกร โจทย์มีอย่างเดียวคือจะมีสาวๆ 4 คนไปด้วย แล้วผมต้องดูแลทุกคนให้ดีที่สุด ซึ่งสำหรับผมแค่นั้นสบายมาก แต่พอไปถึงสนามบินก็เจอเซอร์ไพรส์ว่าคนที่เราต้องดูแลไม่ใช่สาวๆ แต่เป็นคุณปู่ทั้ง 4 ท่าน คือโจทย์เหมือนเดิมทุกอย่างคือต้องดูแลทุกคนให้ดีที่สุด แต่แค่เปลี่ยนจากสาวๆ เป็นปู่ๆ มาแทน เปิดเกมมาก็โดนตั้งแต่แรกเลย (หัวเราะ)

 

ตอนแรกที่ผมหาข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในนิวซีแลนด์ก็ตื่นเต้นมากนะครับ เพราะเป็นเมืองที่ผมอยากไปอยู่แล้ว แต่ไม่เคยไปสักที ก็คิดแผนเดินทางเอาไว้ ว่าอยากพาสาวๆ ไปที่ไหนบ้าง ก็มีทั้งที่โรแมนติกอย่างเมืองควีนส์ทาวน์ที่เหมาะกับการพาแฟนไปเที่ยวมากๆ มีกิจกรรมอย่างไปกระโดดสกายทาวเวอร์ที่คิดว่าจะพาสาวๆ ไปเสียวด้วยกัน แต่พอเป็นคุณปู่ที่อายุเยอะเลยกลายเป็นว่ามีผมคนเดียวที่ได้ขึ้นไปเสียว มีแผนหลายๆ อย่างที่ต้องปรับเปลี่ยนไปบ้าง แต่กลายเป็นทริปที่ผมประทับใจมาก คือถ้าไปกับสาวๆ อาจจะได้ความสนุก ซึ่งไปกับคุณปู่ก็สนุกเหมือนกัน แถมยังได้ประสบการณ์ในการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหญ่เป็นของแถมกลับมาด้วย

 

ประสบการณ์ครั้งแรกในชีวิตที่ต้องจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง

 

นอกจากแผนการเดินทางที่ผมต้องเป็นคนเตรียมและเอามาคุยกับทีมงาน ผมยังต้องหาข้อมูลอื่นๆ ทั้งเรื่องรถบ้านที่ต้องใช้ในการเดินทางว่าเราทำอะไรกับรถคันนี้ได้บ้าง เติมแบตที่ไหน เอาสิ่งปฏิกูลไปทิ้งยังไง ทุกอย่างผมต้องหาข้อมูลเองทั้งหมด เพราะถ้าไม่นับเรื่องโดนหลอกว่าต้องมาเที่ยวกับปู่ๆ ป๋าซ่าพาซิ่ง Grandpas Over Flowers คือรายการท่องเที่ยวแนวเรียลิตี้ที่ ‘เรียล’ มากๆ เหมือนเอาพวกเราไปปล่อยเกาะ พร้อมกับเงินสองแสนห้าหมื่นบาท ซึ่งตอนแรกผมคิดว่าเยอะแล้วนะ ยังไงก็น่าจะพอ แต่พอใช้ไปเรื่อยๆ เพิ่งมารู้ว่าจริงๆ มันน้อยมาก เพราะค่าใช้จ่ายที่นั่นค่อนข้างสูง ทั้งกิจกรรมที่ต้องไปทำ ที่พัก การกินอยู่ต่างๆ ใช้แป๊บเดียวก็หมดแล้ว (หัวเราะ) ประกอบกับการจัดการที่ไม่ดีเท่าไร และเราอยากให้คุณปู่ทุกคนได้อยู่อย่างสบาย เลยเป็นเหตุให้ผมต้องไปทำงานใช้เพื่อแลกเงินที่สูญเสียไป ทั้งใช้แรงงาน ตัดต้นไม้ใหญ่ ที่ต้องใช้ทั้งเลื่อย ขวาน กรรไกร ภารกิจเสริมต่างๆ ที่ทีมงานให้ทำ

 

อีกเรื่องที่ประทับใจมากๆ ก็คือคุณปู่ทั้ง 4 คน ที่พอรู้ว่าผมมีหน้าที่เป็นไกด์นำเที่ยว เขาก็จะให้อำนาจการตัดสินใจทุกอย่างกับผมหมดเลย เขาจะพูดกันตลอดว่า อยากพาไปไหน เอาเลย เต็มที่เลยนะ ซึ่งพวกการใช้เงินทั้งหมดมันต้องใช้ความเป็นผู้ใหญ่ในการตัดสินใจ หลายๆ อย่างเขาอาจจะคิดว่าถ้าให้เขาเป็นคนจัดการอาจจะทำได้ดีกว่านี้ แต่เขาก็ปล่อยให้ผมเป็นคนจัดการทั้งหมด เลยไม่ได้เหมือนว่าผมพาพวกเขาไปเที่ยวอย่างเดียว แต่เขาสนับสนุนให้ผมเติบโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นไปอีกสเตปหนึ่งในการจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง

 

 

อาหนิง นิรุตติ์ ตัวแทนแห่งระเบียบวินัยในวงการบันเทิง

 

ตั้งแต่ตอนแรกที่เห็นอาหนิงในโทรทัศน์ ความรู้สึกของผมคนนี้คือพระเอกตลอดกาล เป็นคนเนี้ยบๆ สุขุม น่าจะดุๆ หน่อย ซึ่งพอได้มาเจอก็ปรากฏว่าดุจริงๆ ครับ (หัวเราะ) ถ้าได้ดูในรายการก็จะเห็นว่าผมโดนอาหนิงดุบ่อยที่สุด (หัวเราะ) แต่นั่นเป็นแค่ส่วนเดียวที่ผมคิดเอาไว้ เพราะจริงๆ แล้วอาหนิงเป็นคนที่สนุก มีปล่อยมุก คุยเล่นกันอยู่ตลอดเวลา แต่ที่เห็นว่าเขาดุ ก็เพราะว่าเป็นห่วงเรา จะแอบมาถามผมตลอดว่าเป็นยังไงบ้าง เหนื่อยหรือเปล่า กินข้าวอิ่มหรือยัง เพราะฉะนั้นทุกครั้งที่โดนอาหนิงดุ ผมเลยไม่รู้สึกเสียใจ เพราะรู้ว่าที่เขาดุเพราะเขาหวังดีกับเราจริงๆ

 

สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ผมได้เรียนรู้กับอาหนิงก็คือการปฏิบัติตัวในวงการบันเทิง เพราะเขาเป็นคนที่มีระเบียบวินัยสูงมาก ทุกอย่างต้องเป๊ะ ขนาดอยู่ในรายการท่องเที่ยวที่ดูสบายๆ อาหนิงก็ยังเป็นคนที่เป๊ะกับเรื่องการทำงานเหมือนเดิม อาหนิงจะแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการตรงต่อเวลา การเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเริ่มทำงาน เพื่อไม่ให้ทีมงานคนอื่นๆ ต้องเดือดร้อนหรือว่าทำงานช้าเพราะเรา

 

เรียนรู้การเสี่ยงโชคและมุกตลกตามสไตล์แอนนา ชวนชื่น

 

เวลาเห็นน้าแอนนาในทีวีจะเห็นว่าเป็นคนตลก เล่นมุกตลอดเวลา ซึ่งตัวจริงก็เป็นแบบนั้นเป๊ะๆ เลยครับ เป็นคนที่คอยสร้างสีสันให้กับทุกคนได้ตลอดเวลา เวลาบรรยากาศไม่ดี มีความเครียด น้าแอนนาก็จะเป็นคนมาหยอดมุกใส่ เพื่อทำให้บรรยากาศดีขึ้น น้าแอนนาคือคนที่ทำให้เห็นเลยว่าพลังของความตลก พลังของเสียงหัวเราะแก้ปัญหาทุกอย่างได้จริงๆ

 

แต่ในรายการก็จะได้มุมซีเรียสของคนตลกอย่างน้าแอนนาก็คือ เขาเป็นคนที่จริงจังกับเรื่องการเสี่ยงโชคมาก ที่นิวซีแลนด์จะมีพวกลอตโต้หรือสลอตแมชชีนที่ถูกกฎหมายอยู่เต็มไปหมด ไปที่ไหนก็จะต้องลองไปเสี่ยงโชคดูให้ได้ ซึ่งมันเป็นการทำแบบสนุกๆ แหละครับ ไม่ได้ทำเพื่อหวังจะได้กำไรอะไรมากมาย แต่พอเห็นคนตั้งใจทำอะไรมากๆ ถึงแม้จะเป็นเรื่องเล็กหรือไร้สาระในสายตาคนอื่น ก็ทำให้ผมอยากเพิ่มความจริงจังให้กับหลายๆ เรื่องในชีวิต ก็เลยเริ่มด้วยการพาน้าแอนนาไปเสี่ยงโชค ไปขูดตัวเลขลุ้นรางวัลกับเขาด้วยเหมือนกัน (หัวเราะ)

 

 

บทเรียนเรื่องการปรับตัวจากอาตุ่ม ชลิต ผู้คอยสนับสนุนทุกคนอยู่ตลอดเวลา

 

อย่างแรกที่ชัดเจนมากคืออาตุ่มเป็นคนทำอาหารอร่อยมาก อันนี้ผมเคยได้ยินมาเยอะ แต่พอได้มาชิมจริงๆ แล้วต้องยอมรับเลยว่าอร่อยจริงๆ อย่างที่สองอาตุ่มคือผู้ใหญ่ใจดีที่คอยสนับสนุนทุกความคิดของทุกคนตลอดเวลา ใครอยากไปไหนอาตุ่มไปด้วยได้หมด ไม่เคยขัดใจ และเวลาใครมีปากเสียงกันอาตุ่มก็จะคล้ายๆ น้าแอนนาที่คอยทำให้สถานการณ์ดีขึ้น แต่น้าแอนนาจะเป็นสายตลก อาตุ่มจะเป็นสายซอฟต์ ค่อยๆ พูดค่อยๆ จา ช่วยไกล่เกลี่ยด้วยเหตุและผล อย่างตอนที่ผมโดนดุ เพราะเตรียมข้อมูลมาไม่ดี ไม่รู้เรื่องอะไรสักอย่าง อาตุ่มก็เป็นคนคอยบอกทุกคนว่าให้เย็นๆ เด็กมันก็โดนหลอกให้มาเที่ยวเหมือนพวกเรานี่แหละ จะเอาอะไรมาก (หัวเราะ)

 

อาตุ่มจะบอกเสมอว่าให้เราพยายามปรับตัวให้ได้กับทุกคน เพราะหลายคนมาจากหลายสถานที่หลายครอบครัว ก็ย่อมมีความคิดและการตัดสินใจไม่เหมือนกัน เราควรทำตัวยืดหยุ่นเพื่อรับให้ได้กับทุกสถานการณ์และทุกๆ ความคิดที่เราจะต้องเจอ อะไรที่หยวนๆ ได้ก็ยอมปล่อยไปบ้าง อะไรที่ทำให้เครียดก็อย่าเก็บมาใส่ใจ เป็นคำสอนที่เรียบง่ายมากนะครับ แต่ก็มีหลายครั้งที่ผมลืมเรื่องพวกนี้ไป จนได้อาตุ่มมาช่วยย้ำให้เห็นความสำคัญจริงๆ

 

พ่อดม ชวนชื่น ตัวแทนของผู้ใหญ่หัวใจเด็ก ที่คิดอยู่เสมอว่าเกิดมามีหนึ่งชีวิตต้องใช้ให้คุ้มที่สุด

 

พ่อดมเป็นคนที่อายุมากที่สุดในรายการนะครับ 83 ปี มากกว่าผม 60 ปี แต่สิ่งที่ทำให้ผมประทับใจมากที่สุดคือ หัวใจของพ่อดมเป็นวัยรุ่นมากๆ ใจสู้สุดๆ ผมเซอร์ไพรส์ตั้งแต่วันที่ต้องไปกระโดดสกายทาวเวอร์ เขามีให้เลือก 2 แบบ คือกระโดดลงมาจากหอคอยเลย ซึ่งมีแค่ผมคนเดียวที่ทำได้ กับขึ้นไปดูวิวข้างบนแบบ 360 องศา สูงจากพื้น 328 เมตร ซึ่งถือว่าสูงมากๆ สำหรับผู้สูงอายุ และในทริปไม่มีใครกล้าเล่นนอกจากพ่อดมคนเดียว โห สำหรับผมนี่ที่สุดของสปิริตจริงๆ นะครับ

 

พ่อดมเลยกลายเป็นคนที่สอนผมในเรื่องเกิดมาทั้งทีต้องใช้ชีวิตให้คุ้ม พ่อดมบอกผมตลอดว่า ตอนนี้เขาอายุมากแล้ว ถ้ายังมีอะไรที่ทำได้เขาก็จะทำเต็มที่ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมอะไรก็ตาม ซึ่งถ้าดูจากประสบการณ์ทั้งหมดเทียบกับคนวัยเดียวกันผมว่าเขาคงใช้ชีวิตได้คุ้มที่สุดแล้วนะ แต่เขายังเชื่อว่ายังใช้ชีวิตคุ้มได้กว่านั้น เขายังกลัวว่าถ้าวันหนึ่งตายไปแล้วจะต้องมาเสียดายทีหลังว่ายังไม่ได้ทำเรื่องนี้เรื่องนั้นเลย

 

 

ถ้ามีเวลาเปิดใจนั่งคุยกัน ทุกช่องว่างระหว่างวัยล้วนไม่มีอยู่จริง

 

ยอมรับนะครับว่าก่อนหน้านี้ เพราะคำว่าช่องว่างระหว่างวัยทำให้ผมเคยมีความรู้สึกว่าไม่ได้ชอบ หรือไม่ต้องการที่จะอยู่กับผู้ใหญ่ที่อายุห่างกันมากๆ เพราะคิดว่าเขาอาจจะพูดคนละเรื่อง คนละภาษากับเราหรือเปล่า เราจะทำอะไรร่วมกับเขาได้ จะสนุกไหมถ้าอยู่กับพวกเขา แต่ตลอด 15 วันที่นิวซีแลนด์กับปู่ๆ ทั้ง 4 คน การได้ใช้ชีวิตด้วยกันทุกวันเกือบ 24 ชั่วโมง ได้คุยสัพเพเหระกันแทบทุกเรื่องในชีวิต บางเรื่องรู้สึกว่าเราคุยกันในเรื่องไร้สาระได้มากกว่าที่ผมคุยกับเพื่อนๆ อายุใกล้ๆ กันอีก (หัวเราะ) โดยเฉพาะพ่อดมที่ชอบเล่าประสบการณ์ในชีวิตของตัวเองให้ฟัง ทำให้ผมเข้าใจถึงชีวิตผู้ใหญ่ในสมัยก่อน บรรยากาศเก่าๆ การจีบผู้หญิง ความรัก กิจกรรมต่างๆ ฯลฯ พอได้เปิดใจพูดคุยกัน ไม่เกิน 2 วัน ผมก็รู้สึกว่าช่องว่างระหว่างวัยที่เคยมีมันหายไปหมดเลย ถ้าไม่นับเรื่องตัวเลขของอายุ เรื่องสังขารร่างกายที่เริ่มโรยรา ผมคิดว่าจริงๆ แล้วพวกคุณปู่แทบไม่ได้มีอะไรแตกต่างจากพวกเราเลย

 

 

15 วัน กับคุณปู่ทั้ง 4 ที่ทำให้กลับมาคิดถึงผู้ใหญ่ในครอบครัวมากขึ้น

 

จากกิจกรรมทั้งหมดที่ได้ทำด้วยความกระตือรือร้น ความสุข เสียงหัวเราะ และแววตาที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นของคุณปู่ทั้ง 4 คน ทำให้ผมรู้ว่าไม่มีผู้สูงอายุคนไหนที่อยากนั่งอยู่บ้าน นอนดูทีวีหรืออยู่กับหมาตัวหนึ่งเฉยๆ หรอก ทุกคนอยากให้ลูกหลานมาหา อยากพูดคุย อยากให้พาไปเที่ยว แต่ด้วยคำว่าสูงอายุ ทำให้คนอื่นๆ ชอบไปคิดแทนเขาว่า เขาคงเดินไม่ไหว เดี๋ยวจะเป็นอันตราย สุดท้ายเลยถูกลูกหลานปล่อยเอาไว้อยู่ที่บ้าน รายการนี้ทำให้ผมกลับมาคิดถึงคนในครอบครัวทั้งคุณปู่ คุณย่า คุณพ่อ คุณแม่ ว่าอยากพาพวกเขามาทำอะไรแบบนี้บ้าง และคิดว่าทุกคนที่ได้ดูรายการจะเกิดความรู้สึกแบบนี้ขึ้นเหมือนกัน

 

ตัวอย่างรายการ ป๋าซ่าพาซิ่ง Grandpas Over Flowers

FYI
  • รายการ ป๋าซ่าพาซิ่ง Grandpas Over Flowers คือรายการท่องเที่ยวที่มีต้นตำรับจากประเทศเกาหลีใต้ ภายใต้การผลิตของบริษัท CJ Entertainment ออกอากาศทุกวันจันทร์เวลา 20.30-21.30 น. ทางช่อง True4U
  • LOADING...

READ MORE

FOLLOW US

MOST POPULAR