×

เลือกตั้ง 2569 : กลุ่มเฝ้าหีบรวมตัวฟ้องกลับ ผอ. กกต. เขต 1 ชลบุรี ฐานแจ้งความเท็จ

โดย THE STANDARD TEAM
12.02.2026
  • LOADING...
กลุ่มเฝ้าหีบฯ ฟ้องกลับ ผอ. กกต. ชลบุรี เขต 1 ที่ สภ. เมืองชลบุรี

วันนี้ (12 กุมภาพันธ์) เวลา 15.00 น. ที่ สภ. เมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี ประชาชนที่ถูกแจ้งความดำเนินคดีโดยผู่อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำจังหวัดชลบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1 พร้อมด้วยทนายความประจำศูนย์ทนายสิทธิมนุษยชน ได้เดินทางเข้าแจ้งความกลับ ผอ. กกต. ชลบุรี เขต 1 ในข้อหาแจ้งความเท็จทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย

 

นรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความประจำศูนย์ทนายสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า วันนี้ได้เข้ามาติดต่อกับรองผู้กำกับที่กำกับงานสอบสวนได้รับแจ้งว่า ผู้เสียหายเหล่านี้จะแจ้งความดำเนินคดีแต่คณะกรรมการจังหวัดได้มีการประชุมว่า ต้องสอบปากคำก่อนทีละคน ไม่รู้ว่าจะใช้ระยะเวลาเสร็จสิ้นตอนไหน แต่ในขณะเดียวกันเมื่อวานที่ทาง กกต. มาแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดี ไม่ต้องมีการสอบปากคำ สามารถดำเนินคดีได้เลย แต่ประชาชนจะแจ้งความบอกว่าต้องสอบปากคำก่อน ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาที่นานพอสมควร แล้วมวลชนต่างก็มีเวลาจำกัดที่จะต้องกลับไปติดตามกระบวนการนับคะแนน

 


รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/


 

ซึ่งหากตามระเบียบและโดยทั่วไปแล้วตามกฏหมายไม่ได้บังคับว่าพนักงานสอบสวนจะต้องสอบปากคำเพิ่ม เพียงแค่สอบถามพูดคุยข้อเท็จจริงในเบื้องต้นเพื่อที่จะดำเนินคดี เรื่องอะไรก็สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ แต่ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าต้องมีการสอบปากคำ

 

ทั้งนี้ นรเศรษฐ์ยังได้ร้องขอให้พาเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าไปเก็บภาพบันทึกกล้องวงจรปิดตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 จนถึงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อนำมาใช้เป็นพยานหลักฐานยืนยัน ว่าบุคคลที่เป็นผู้เสียหาย และถูกกล่าวหาไม่ได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา เพราะภาพวงจรปิดที่บันทึกไว้ จะเห็นพฤติการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันนั้น แล้วหลังจากนั้นจะนำพยานหลักฐานทั้งหมดมาส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการต่อไป

 

ด้าน มนัสนนัทน์ กรเกษม หรือ ‘เจ๊ตอง’ ผู้ถูกดำเนินคดีในข้อหานำเอกสารไปจากการครอบครองของราชการ ยืนยันว่า ปกติถ้ามาแจ้งความ เราไม่จำเป็นต้องสอบปากคำ เพราะตามปกติที่มาทุกครั้งสามารถแจ้งความได้เลย และเจ้าหน้าที่จะบันทึกประจำวัน แต่ที่นี่ไม่ใช่ เพราะมีกฎหมายออกมาเมื่อเช้านี้ ถ้าประชาชนมาแจ้งความร้องทุกข์จะต้องถูกการสอบปากคำก่อนรายบุคคล เป็นกรณีพิเศษ

 

“อยากถามว่าอะไรคือบรรทัดฐาน ประชาชนหรอ ประชาชนต้องอยู่เบี้ยล่างของกฎหมายหรือไง” มนัสนันทน์กล่าว

 

ด้าน กนกวรรณ สร้อยสม หรือ ‘เฟิร์น’ หนึ่งในประชาชนที่ถูกดำเนินคดี กล่าวเสริมว่า ขอพูดเพิ่มเติมเผื่อคนที่เป็นหัวหน้าระดับสูงกว่ามีการได้รับแจ้งว่าไม่ประสงค์ที่จะให้การสอบสวน เรื่องนั้นยืนยันว่าไม่จริง เพราะเราให้มีการสืบสวนสอบสวน เพียงแต่ว่าขอแจ้งความดำเนินคดีในส่วนที่เราถูกแจ้งความเท็จก่อน ส่วนจะสืบสอบอะไร ก็สามารถทำในขั้นตอนต่อไปได้เลยโดยการที่จะสอบปากคำทั้งหมดนั้นจะใช้ระยะเวลานานมาก และเจ้าหน้าที่แจ้งว่าเพิ่งมีการนโยบายประชุมกันวันนี้

 

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตํารวจได้เปิดเผยสั้นๆเกี่ยวกับกรณีที่พนักงานสอบสวนไม่รับแจ้งความทีแรกว่า เป็นการเข้าใจผิดกัน คิดว่าเป็นการแจ้ง มาตรา 157 ซึ่งต้องมีการสอบสวนก่อน แต่เมื่อเป็นฐานแจ้งความเท็จสามารถแจ้งได้ทันที ล่าสุดรับแจ้งความแล้วอยู่ระหว่างดําเนินการตามขั้นตอน

 

อย่างไรก็ตาม ต่อมาเรื่องที่ถูกแจ้งความดำเนินคดี เบื้องต้นพนักงานสอบสวนไม่ได้มีการเรียกสอบปากคำแต่อย่างใด

 

ด้าน เบญจพร สุขสว่าง หรือ ‘ฝน’ ที่ถูกแจ้งข้อหากรณีเปิดหีบบัตรเลือกตั้ง ชี้แจงว่า คืนแรกที่มาถึงหีบอยู่บนรถและประชาชนในวันนั้นได้ทําการล้อมรถอีกส่วนหนึ่งนั่งสังเกตการณ์อยู่ภายในสนามแบดมินตัน ซึ่งวันดังกล่าวมี ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง อยู่ด้วยตนเอง จึงสอบถามท่านว่าใครมีอํานาจสั่งขนย้ายหีบได้ ซึ่งท่านบอกว่านายอําเภอ ตนเองจึงได้ปรึกษากับนายอําเภอว่าพอจะเป็นไปได้ไหมที่จะนํารถซึ่งมีหีบบัตรเลือกตั้งเข้ามาในอาคาร ซึ่งนายอําเภอบอกถ้าเป็นรถไม่ได้ แต่ถ้าเป็นหีบได้แล้วจะเอารั้วล้อมไว้ให้ ตนเองจึงสอบถามประชาชนเพื่อที่จะได้ไม่ต้องไปล้อมรถเพราะเกรงว่าจะกีดขวางการจราจรในช่วงเช้า

 

จากนั้นได้ถามนายอําเภออีกว่าประชาชนสามารถช่วยขนได้ไหม ทางนายอําเภอบอกว่าได้แต่ขออย่าเยอะสัก 4-5 คน ก็ช่วยกันขนเข้ามาด้านในและเรียงตามหน่วย ระหว่างขนพบว่าบางกล่องถูกปิดไม่สนิท แต่ก็เก็บไว้ในใจไม่ได้พูดอะไร

 

ภายหลังได้ทราบว่ามีการประชุม กกต. ทั้ง 7 ท่าน จนสุดท้าย กกต. แต่ไม่ได้ยินเรื่องหลักฐานที่เจอในถุงหรือถังขยะแม้แต่คําเดียวและพูดถึงกรณีหีบบัตรเลือกตั้งเขต 1 ว่า กล่องที่ไม่ถูกรัดด้วยสายเคเบิ้ลไทร์จะถูกปิดด้วยเทปกาวอย่างแน่หนา หลังฟังจบจึงตัดสินใจเดินเข้าไปปกติเพื่อไปเปิดให้ดูว่าหีบมันถูกปิดไม่สนิทจริงๆ แค่นิ้วสะกิดก็เปิดแล้วแสดงให้เห็นว่าหีบบัตรเลือกตั้งไม่มีความปลอดภัย

 

อย่างไรก็ตาม ต้องขอโทษพี่น้องประชาชนทุกท่านที่เข้าไปบริเวณจุดเก็บหีบ แต่ยืนยันว่ามีเจตนาเพื่อชี้ให้ประชาชนเห็นเท่านั้นว่า ถูกปิดไม่สนิทจริงๆ

 

ทั้งนี้ อยากฝากถึง ผอ.กกต. เขต 1 จังหวัดชลบุรี ด้วยว่า วันที่เกิดเรื่องพยายามคุยแล้ว แต่ท่านไม่ตอบและหนีหายไป ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ท่านไม่เคยลงพื้นที่มาดูหีบที่สนามแบดมินตันเลย

 

กลุ่มเฝ้าหีบฯ ฟ้องกลับ ผอ. กกต. ชลบุรี เขต 1 ที่ สภ. เมืองชลบุรี 1กลุ่มเฝ้าหีบฯ ฟ้องกลับ ผอ. กกต. ชลบุรี เขต 1 ที่ สภ. เมืองชลบุรี 2กลุ่มเฝ้าหีบฯ ฟ้องกลับ ผอ. กกต. ชลบุรี เขต 1 ที่ สภ. เมืองชลบุรี 3กลุ่มเฝ้าหีบฯ ฟ้องกลับ ผอ. กกต. ชลบุรี เขต 1 ที่ สภ. เมืองชลบุรี 4กลุ่มเฝ้าหีบฯ ฟ้องกลับ ผอ. กกต. ชลบุรี เขต 1 ที่ สภ. เมืองชลบุรี 5กลุ่มเฝ้าหีบฯ ฟ้องกลับ ผอ. กกต. ชลบุรี เขต 1 ที่ สภ. เมืองชลบุรี 6กลุ่มเฝ้าหีบฯ ฟ้องกลับ ผอ. กกต. ชลบุรี เขต 1 ที่ สภ. เมืองชลบุรี 7กลุ่มเฝ้าหีบฯ ฟ้องกลับ ผอ. กกต. ชลบุรี เขต 1 ที่ สภ. เมืองชลบุรี 8
 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising