×

Babylon กับ 3 เกร็ดน่าสนใจจากภาพยนตร์สุดทะเยอทะยานของผู้กำกับ Damien Chazelle

13.01.2023
  • LOADING...
Babylon

แม้ว่า Damien Chazelle จะเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ที่ไม่ได้มีผลงานการกำกับออกมาให้เราได้ติดตามมากมายนัก แต่ทุกผลงานการกำกับของเขาต่างก็เป็นภาพยนตร์ที่มีเอกลักษณ์และได้รับคำชื่นชมจากผู้ชมอย่างล้นหลาม และล่าสุดเขากลับมาพร้อมกับผลงานเรื่องใหม่อย่าง Babylon ภาพยนตร์สุดทะเยอทะยานที่จะพาผู้ชมย้อนเวลาไปสัมผัสกับวงการฮอลลีวูดในช่วงทศวรรษ 1920 ที่คับคั่งไปด้วยแสงสีและบ้าคลั่ง โดยมีกำหนดเข้าฉายในวันที่ 19 มกราคมนี้ THE STANDARD POP จึงถือโอกาสรวบรวม 3 เกร็ดน่าสนใจของ Babylon มาให้ผู้ชมได้อุ่นเครื่องกัน

 

Babylon

 

1. Babylon โปรเจกต์ในฝันของ Damien Chazelle ที่ใช้เวลาปลุกปั้นมานานกว่า 15 ปี

 

Babylon นับว่าเป็นโปรเจกต์ในฝันของผู้กำกับ Damien Chazelle ที่เขาใช้เวลาในการค้นคว้าหาข้อมูลและวางแผนการสร้างมานานกว่า 15 ปี โดยจุดเริ่มต้นของภาพยนตร์เรื่องนี้มาจากความสนใจส่วนตัวของ Damien Chazelle ที่อยากจะสำรวจเรื่องราวของวงการฮอลลีวูดและการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่เกิดขึ้นในช่วงทศวรรษ 1920 ทั้งในแง่มุมของสังคมและผู้คนในยุคสมัยนั้น

 

ไล่เลียงตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงของนครลอสแอนเจลิสที่เคยเป็นเพียงเมืองกลางทะเลทรายที่ตั้งอยู่ในแถบชนบท สู่การเป็นนครอันยิ่งใหญ่ที่ผู้คนต่างเดินทางมาเยือนอย่างเนืองแน่น การก่อร่างสร้างตัวของวงการฮอลลีวูดในยุคแรกเริ่มและการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลมาถึงปัจจุบัน รวมถึงความวุ่นวายและแง่มุมดำมืดที่สร้างบาดแผลและทำให้เกิดความสูญเสียของผู้คนมากมาย

 

Babylon

 

โดยในปี 2009 หลังจากที่ Damien Chazelle ได้นั่งแท่นกำกับภาพยนตร์เรื่องแรกอย่าง Guy and Madeline on a Park Bench เขาก็ได้มีโอกาสพบกับ Matthew Plouffe ผู้บริหารจาก Focus Features เพื่อเสนอโปรเจกต์สุดทะเยอทะยานของตัวเอง ที่อยากจะเล่าเรื่องราวความเปลี่ยนแปลงของฮอลลีวูดซึ่งเกิดขึ้นในช่วงท้ายของยุคภาพยนตร์เงียบ แต่ด้วยข้อจำกัดด้านเงินทุน ทั้งคู่จึงค่อยๆ พัฒนาโปรเจกต์ดังกล่าวต่อไปควบคู่ไปกับการทำงานในเส้นทางของแต่ละคน

 

Damien Chazelle ใช้เวลาหลายปีในการค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของฮอลลีวูด ไล่เลียงตั้งแต่บทสัมภาษณ์ คลิปของภาพยนตร์ในยุคสมัยดังกล่าว รูปถ่ายของเมืองลอสแอนเจลิสในช่วงแรกเริ่ม ไปจนถึงการบันทึกเสียงเพลงที่ได้รับความนิยมในสมัยนั้น เพื่อที่จะสามารถถ่ายทอดเรื่องราวอันน่าตื่นตาตื่นใจ และความชุลมุนวุ่นวายที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นออกมาได้อย่างครบถ้วนรอบด้าน

 

หลังจากใช้เวลาในการค้นคว้าหาข้อมูลและปรับแก้บทภาพยนตร์มานานหลายปี ในที่สุด Damien Chazelle ก็ได้บทภาพยนตร์ฉบับสมบูรณ์ในปี 2019 แต่ด้วยสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด จึงทำให้เขาได้เริ่มต้นถ่ายทำภาพยนตร์อย่างเป็นทางการในปี 2021

 

BABYLON

 

2. เรื่องราวของเหล่านักล่าฝันภายใต้ยุคสมัยอันบ้าคลั่ง

 

Babylon จะพาผู้ชมย้อนเวลากลับไปในช่วงทศวรรษ 1920 เพื่อสำรวจเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของวงการฮอลลีวูดที่จะส่งผลมาถึงโลกภาพยนตร์ในปัจจุบัน ผ่านเรื่องราวของหลากหลายตัวละครที่โลดแล่นอยู่ภายใต้แสงสีและความบ้าคลั่ง

 

ทั้ง Nellie LaRoy (Margot Robbie) นักแสดงหญิงโนเนมผู้พยายามหาบทบาทสำคัญที่จะส่งให้ชื่อของเธอโด่งดัง ควบคู่ไปกับการข้ามผ่านปัญหาอันหนักหนาสาหัสที่ประดังเข้ามาไม่หยุด Manny Torres (Diego Calva) นักล่าฝันหนุ่มผู้พยายามทำทุกอย่างเพื่อแจ้งเกิดในวงการฮอลลีวูด Jack Conrad (Brad Pitt) นักแสดงภาพยนตร์เงียบผู้โด่งดัง

 

Elinor St. John (Jean Smart) คอลัมนิสต์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในฮอลลีวูด จนสามารถส่งนักแสดงคนหนึ่งให้โด่งดังหรือทำลายชีวิตของนักแสดงสักคนได้ไม่ยาก Sidney Palmer (Jovan Adepo) นักดนตรีทรัมเป็ตที่สร้างสีสันให้กับงานปาร์ตี้สุดเวอร์วัง และ Lady Fay Zhu (Li Jun Li) นักแสดงสาวผู้ได้รับฉายามรกตแห่งตะวันออกและเครื่องประดับแห่งแดนตะวันออก

 

Babylon

 

โดยหนึ่งในนักแสดงนำอย่าง Margot Robbie เล่าว่าเธอได้รับแรงบันดาลใจในการสวมบทบาทเป็น Nellie LaRoy จากการศึกษาเรื่องราวของนักแสดงในยุคภาพยนตร์เงียบหลายคนด้วยกัน หนึ่งในนั้นคือนักแสดงชื่อดังอย่าง Clara Bow

 

Clara Bow เคยมีวัยเด็กที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่ฉันเคยได้ยินมาเลยค่ะ พ่อแม่ของ Clara ไม่เคยทำใบเกิดให้เธอ เพราะว่าพวกเขาเคยเสียลูกไปแล้วสองคน พวกเขารู้สึกว่าเธอเองก็คงจะไม่สามารถรอดชีวิตพ้นวัยเด็กไปได้ ตอนที่ฉันอ่านเรื่องราวนี้ ตัวละคร Nellie ก็เริ่มมีความสมเหตุสมผลสำหรับฉัน ฉันจินตนาการได้เลยว่าเธอคงจะรู้สึกว่าทุกๆ วันที่เธออยู่บนโลกใบนี้ เธอเหมือนใช้เวลาที่ถูกหยิบยืมมา ดังนั้นเธอจึงใช้ชีวิตแบบพังพินาศทุกวันค่ะ”

 

Babylon

 

3. ทีมงานเบื้องหลังและนักแสดงนำระดับแถวหน้าที่มาร่วมรังสรรค์สู่จอภาพยนตร์

 

Babylon เรียกว่าเป็นภาพยนตร์สุดเวอร์วังที่รวบรวมเหล่าทีมงานเบื้องหลังมากฝีมือไว้อย่างคับคั่ง เพื่อมาร่วมรังสรรค์เรื่องราวของผู้กำกับ Damien Chazelle ให้ออกมาโลดแล่นบนจอภาพยนตร์

 

นำโดย Linus Sandgren ผู้กำกับภาพที่ร่วมงานกับ Damien Chazelle มาแล้วใน La La Land (2016) และ First Man (2018) โดยครั้งนี้ Linus Sandgren เลือกใช้กล้องฟิล์ม 35 มม. ในรูปแบบอนามอร์ฟิกสำหรับการถ่ายทำ เพื่อให้ได้มุมภาพที่กว้างกว่ารูปแบบอื่นๆ และสามารถฉายทิวทัศน์อันกว้างใหญ่และโกลาหลของเมืองลอสแอนเจลิสในยุคแรกเริ่มได้อย่างครบถ้วน Mandy Moore ผู้ออกแบบท่าเต้นจาก La La Land ที่จะกลับมาร่วมงานกับ Damien Chazelle อีกครั้ง

 

Florencia Martin โปรดักชันดีไซเนอร์เจ้าของรางวัลออสการ์จาก Blonde (2022) ที่จะมาสร้างสรรค์เมืองลอสแอนเจลิสในช่วงทศวรรษ 1920 ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง Tom Cross มือตัดต่อคู่บุญของ Damien Chazelle เจ้าของรางวัลออสการ์จาก Whiplash (2014) และ Justin Hurwitz คอมโพเซอร์เจ้าของรางวัลออสการ์จาก Whiplash และ La La Land ที่จะมาแต่งแต้มแสงสีผ่านบทเพลงให้กับภาพยนตร์เรื่องนี้

 

Babylon

 

เสริมทัพด้วยทีมนักแสดงระดับแถวหน้าที่จะมาร่วมประชันบทบาท นำโดย Margot Robbie จาก I, Tonya (2017) มาสวมบทเป็น Nellie LaRoy นักแสดงสาวผู้ทะเยอทะยาน Diego Calva จาก Narcos: Mexico (2018) มาสวมบทเป็น Manny Torres หนุ่มนักฝันที่อยากมีชื่อเสียงในฮอลลีวูด Brad Pitt นักแสดงมาดเท่เจ้าของรางวัลออสการ์จาก Once Upon a Time in Hollywood (2019) มารับบทเป็น Jack Conrad นักแสดงภาพยนตร์เงียบชื่อดัง

 

Jean Smart จากซีรีส์ Hacks (2021) มารับบทเป็น Elinor St. John คอลัมนิสต์ผู้ทรงอิทธิพล Jovan Adepo จาก Watchmen (2019) มาสวมบทเป็น Sidney Palmer นักดนตรีมากฝีมือ Li Jun Li จาก The Exorcist (2017) มารับบทเป็น Lady Fay Zhu นักแสดงสาวเปี่ยมเสน่ห์ และ Tobey Maguire จาก Spider-Man (2002) มารับบทเป็น James McKay เจ้าของคาสิโนที่ใครๆ ต่างก็เกรงกลัว

 

Babylon มีกำหนดเข้าฉาย 19 มกราคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

 

รับชมตัวอย่างได้ที่นี่:

 

 

ภาพ: UIP Thailand

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising