ธ.ก.ส. ชี้นโยบาย ‘ล้างหนี้เกษตรกร’ ต้องดูหลายมิติ เล็งคุม NPL สิ้นปีไม่เกิน 5.3%

29.01.2026
  • LOADING...
ไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการ ธ.ก.ส. แถลงข่าวถึงนโยบายล้างหนี้เกษตรกรและเป้าหมายการคุม NPL

ธ.ก.ส. ชี้ นโยบาย ‘ล้างหนี้เกษตรกรสูงวัย’ ต้องพิจารณาหลายมิติ พร้อมหั่นเป้าสินเชื่อปีนี้ลงเหลือ 4.7 หมื่นล้านบาท หลังจากปีก่อนไม่ถึงเป้า มุ่งกด NPL ลง คาดสิ้นปีไม่เกิน 5.3%

 

ไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ประเมินว่า นโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองขนาดใหญ่ต่างๆ ที่เสนอ ‘ล้างหนี้เกษตรกร’ โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรสูงอายุ จะไม่ส่งผลกระทบต่อทิศทางดำเนินงานของธ.ก.ส. มากนัก เนื่องจากแนวคิดดังกล่าวอยู่ในยุทธศาสตร์การบริหารหนี้ของธนาคารอยู่แล้ว

 

อย่างไรก็ตาม ไพศาล กล่าวว่า การยกหนี้ไม่ควรทำอย่างเหมารวม แต่ต้องพิจารณาเกณฑ์ตามกรอบกฎหมายในหลายมิติ โดยเฉพาะกรณีที่ลูกหนี้ยังมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ซึ่งจะไม่สามารถปลดหนี้ได้โดยตรง

 

ทั้งนี้ มีหลายพรรคการเมืองที่เสนอนโยบาย ‘แก้หนี้เกษตรกร’ เช่น พรรคเพื่อไทย ที่ประกาศพักชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 3 ปี วงเงินไม่เกิน 500,000 บาทต่อราย โดยในช่วงพักหนี้ ดอกเบี้ยจะหยุดนิ่ง เนื่องจากภาครัฐเป็นผู้รับภาระดอกเบี้ยแทนเกษตรกร

 

ขณะที่ พรรคประชาธิปัตย์ เสนอแนวทางแก้หนี้เกษตรกรด้วยการซื้อหนี้คืน ผ่านกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) โดยมีเป้าหมายเพื่อดึงหนี้เสียออกจากระบบสถาบันการเงิน และหยุดวงจรการทบต้นดอกเบี้ยที่ทำให้เกษตรกรสูญเสียที่ดินทำกิน ส่วนพรรคประชาชนที่ออกนโยบายปลดหนี้เกษตรกรสูงอายุ วัย 70 ปีขึ้นไป หากจ่ายครบต้น จะปลดหนี้ทันที แต่ถ้ายังจ่ายไม่ครบต้นจะลดหนี้ลงเหลือ 50%

 

ไพศาล ระบุอีกว่า แนวทางเดิมของธนาคารคือการจำแนกลูกหนี้ออกเป็นกลุ่มตามศักยภาพ โดยกลุ่มที่ไม่สามารถฟื้นตัวได้จริง เช่น ผู้สูงอายุเกิน 70 ปี และไม่มีหลักประกัน จะเข้าสู่กระบวนการ ‘ตัดหนี้สูญ’ ตามเกณฑ์

 

พร้อมอธิบายว่า “ถ้าเป็นกรณีที่ใช้บุคคลค้ำ ซึ่งคนค้ำก็อายุมากพอๆ กัน และถ้าไม่ไหวทั้งคนกู้ และไม่ไหวทั้งคนค้ำ แบบนี้ก็เข้าข่ายปลดหนี้ให้”

 

ปล่อย ‘กรีนเครดิต’ แล้ว 3-4 พันล้านบาท

 

ในด้านสินเชื่อสีเขียว ไพศาลระบุว่า โครงการกรีนเครดิตปล่อยสินเชื่อไปแล้วประมาณ 3,000 ถึง 4,000 ล้านบาท โดยลูกค้าที่เข้าโครงการจะได้รับอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าปกติสูงสุด 1.25% แต่ต้องผ่านการอบรมและนำไปใช้จริงตามเงื่อนไข

 

หากลูกค้าไม่ปฏิบัติตาม เช่น ยังใช้วิธีการผลิตที่ทำลายสิ่งแวดล้อม อัตราดอกเบี้ยจะกลับมาเป็นปกติทันที

 

สำหรับลูกค้าที่ไม่ได้เข้าโครงการกรีนเครดิตโดยตรง ยังสามารถขอสินเชื่อในกลุ่ม BCG Model ได้ แต่จะไม่ได้รับสิทธิด้านองค์ความรู้และดอกเบี้ยพิเศษในระดับเดียวกัน

 

ทั้งนี้ BCG Model คือกรอบการส่งเสริมเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรชีวภาพอย่างคุ้มค่า (Bio) การหมุนเวียนทรัพยากรเพื่อลดของเสีย (Circular) และการเติบโตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green) ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นทิศทางหลักในการพัฒนาสินเชื่อของธนาคาร

 

โครงการกรีนเครดิตอยู่ภายใต้กรอบ BCG ซึ่งมีวงเงินรวมประมาณ 50,000 ล้านบาท โดยในส่วนที่เป็นกรีนคิดเป็นประมาณ 10,000 ล้านบาท

 

3.5 หมื่นล้านช่วยตัดดอก หนี้คงค้างยังอยู่ราว 1 แสนล้าน

 

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2568 คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงิน 35,960 ล้านบาท ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อใช้ลดยอดลูกหนี้รอการชดเชยของรัฐบาลให้แก่ ธ.ก.ส. โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มสภาพคล่องและเสริมเงินหมุนเวียนในการช่วยเหลือประชาชนและเกษตรกรที่ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์

 

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด ไพศาล เปิดเผยว่า ยอดหนี้คงค้างที่เกี่ยวข้องกับภาระของรัฐบาลซึ่งอยู่กับ ธ.ก.ส. ยังคงอยู่ในระดับใกล้เคียงเดิม ราว 100,000 ล้านบาท แม้ก่อนหน้านี้จะมีการตัดหนี้ไปแล้วประมาณ 35,000 ล้านบาท เนื่องจากการตัดส่วนใหญ่เป็นเพียงการตัดดอกเบี้ย ไม่ได้เป็นการตัดเงินต้น

 

สำหรับโครงการใหม่ที่ก่อภาระหนี้ให้รัฐบาลในอนาคต ไพศาลมองว่าจะมีความเข้มงวดมากขึ้น เพราะต้องอยู่ภายใต้กรอบ มาตรา 28 และ 29 ของ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง ตามที่บรรจุไว้ในแผนการคลังระยะปานกลาง (MTFF) ซึ่งผ่านการอนุมัติของครม. แล้ว

 

อย่างไรก็ตาม ไพศาลยอมรับว่า แผนการคลังระยะปานกลางสามารถถูก ‘รื้อ’ ได้ หากมีมติ ครม. ใหม่มาทับมติเดิม ซึ่งเคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งในอดีต

 

ปรับเป้าสินเชื่อปีนี้เหลือ 4.7 หมื่นล้าน เหตุน้ำท่วม-เศรษฐกิจทรงตัว

 

ด้านการปล่อยสินเชื่อใหม่ปี 2569 นี้ ธ.ก.ส. ตั้งเป้าเดิมไว้ที่ 50,000 ล้านบาท แต่ล่าสุดบอร์ดได้ปรับลดเป้าหมายเหลือประมาณ 47,000 ล้านบาท จากผลกระทบหลายปัจจัย เช่น น้ำท่วม ปัญหาชายแดนที่ทำให้ไม่สามารถเข้าไปผลิตได้ และภาวะเศรษฐกิจภาคเกษตรที่ยังทรงตัว

 

ไพศาลระบุว่า ภาพรวมระบบธนาคารขณะนี้ยัง ‘ไม่โต’ แทบทุกแห่ง และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็ส่งสัญญาณให้ทุกธนาคารช่วยกันพยุงสินเชื่อ

 

ตั้งเป้า NPL สิ้นปีไม่เกิน 5.3%

 

สำหรับหนี้เสีย (NPL) ของ ธ.ก.ส. ล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 5% ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ราว 6% ขณะที่เป้าหมายสิ้นปีตั้งไว้ที่ไม่เกิน 5.3%

 

ไพศาลระบุว่า ธนาคารมีการมอนิเตอร์คุณภาพหนี้ทุกวัน และมีการรายงานต่อผู้บริหารระดับภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง พร้อมระบุว่า อัตราหนี้เสียมีการปรับลดขึ้นลงตลอดเวลา แต่ยังอยู่ในกรอบที่บริหารจัดการได้

 
  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising