×

ออสเตรียเปลี่ยนบ้านเกิด ‘ฮิตเลอร์’ เป็นสถานีตำรวจ หวังรับผิดชอบมรดกบาป-สกัดจุดหมายกลุ่มนีโอนาซี

24.07.2026
  • LOADING...
ภาพอาคารบ้านเกิดอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ที่ถูกเปลี่ยนเป็นสถานีตำรวจในออสเตรีย

ออสเตรียทำพิธีเปิดบ้านเกิดของ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำนาซีเยอรมนี เป็น ‘สถานีตำรวจ’ ชี้เป็นการรับผิดชอบต่อมรดกเลวร้าย หลังต้องเผชิญข้อถกเถียงมานานหลายปีว่า ควรจัดการกับอาคารเก่าแก่แห่งนี้อย่างไร เพื่อไม่ให้กลายเป็นจุดหมายของกลุ่มนีโอนาซี

 

 
 

ทำไมออสเตรียใช้บ้านเกิดของฮิตเลอร์เปิดเป็นสถานีตำรวจ

 

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา รัฐบาลออสเตรียจัดพิธีเปิดสถานีตำรวจแห่งใหม่ ซึ่งตั้งอยู่ภายในอาคารบ้านเกิดของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ บนถนนซัลซ์บวร์เกอร์ ฟอร์ชตัดท์ เมืองเบราเนา อัม อินน์ ใกล้พรมแดนออสเตรียติดกับเยอรมนี

 

การเปิดสถานีตำรวจครั้งนี้เกิดขึ้น หลังออสเตรียเผชิญข้อถกเถียงมาอย่างยาวนานว่า ควรจัดการกับสถานที่เกิดของอดีตผู้นำนาซีอย่างไร เพราะที่ผ่านมา อาคารแห่งนี้ดึงดูดผู้มาเยือนจำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะกลุ่มนีโอนาซีที่อาจเดินทางมาเชิดชูฮิตเลอร์หรือแสดงสัญลักษณ์สุดโต่ง เช่น การทำท่าแสดงความเคารพแบบนาซี หรือการใช้สัญลักษณ์ของพรรคนาซี ซึ่งล้วนเป็นสิ่งผิดกฎหมายในออสเตรีย

 

ย้อนกลับไปในปี 2019 รัฐบาลออสเตรียประกาศแผนเปลี่ยนอาคารเป็นสถานีตำรวจ พร้อมเปิดประกวดแบบสถาปัตยกรรมทั่วสหภาพยุโรป โดย สเตฟาน มลโซค หัวหน้าฝ่ายประวัติศาสตร์ของกระทรวงความมั่นภายในออสเตรียอธิบายว่า เป้าหมายของการปรับเปลี่ยนครั้งนี้คือ การลดความเชื่อมโยงระหว่างอาคารกับอดีตผู้นำนาซี และขจัด ‘มนตร์ขลัง’ ที่กลุ่มขวาจัดอาจผูกโยงไว้กับสถานที่แห่งนี้

 

ด้าน แกร์ฮาร์ด คาร์เนอร์ รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงภายในออสเตรียกล่าวว่า ตำรวจสหพันธ์ออสเตรียในปัจจุบัน เป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับสัญลักษณ์ที่เคยผูกติดอยู่กับอาคาร โดยเคารพประชาธิปไตย หลักนิติธรรม ความมั่นคง เสรีภาพ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งล้วนตรงข้ามกับอุดมการณ์และการปกครองของระบอบนาซี

 

ขณะที่ โยฮันเนส ไวด์บาเคอร์ นายกเทศมนตรีเมืองเบราเนา อัม อินน์ ระบุว่า ประชาชนโดยรวมในเมืองยอมรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว และสามารถอยู่ร่วมกับสถานีตำรวจแห่งใหม่นี้ได้

 

ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการที่ไวด์บาเคอร์เข้าร่วม เคยเสนอให้อาคารถูกใช้เพื่อกิจกรรมการกุศลหรือเป็นสถานที่ราชการ แต่ถูกปัดตกไปจากเหตุผลด้านความปลอดภัย เพราะประชาชนอาจเข้าถึงพื้นที่ได้ง่ายเกินไป จนไม่สามารถป้องกันการเดินทางมาของกลุ่มนีโอนาซีได้อย่างที่รัฐบาลต้องการ

 

“ผมคิดว่า นี่ไม่ใช่แนวทางที่แย่ แต่จะได้ผลตามที่เราทุกคนหวังและคาดการณ์หรือไม่ ยังต้องรอดูกันต่อไป” เขากล่าว

 

แม้บางฝ่ายเห็นว่า การเปิดสถานีตำรวจจะช่วยลดความสำคัญเชิงสัญลักษณ์ของสถานที่และป้องกันการรวมตัวของกลุ่มนีโอนาซี แต่การตัดสินใจดังกล่าวก็เผชิญเสียงคัดค้าน โดยมีการมองว่า รัฐบาลควรใช้พื้นที่แห่งนี้เป็นศูนย์เรียนรู้ เพื่ออธิบายอาชญากรรมของระบอบนาซี และเปิดให้สังคมเผชิญหน้ากับอดีตอย่างตรงไปตรงมามากกว่า

 

หนึ่งในผู้คัดค้านคือคณะกรรมการเมาท์เฮาเซน องค์กรหลักของกลุ่มผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ Holocaust ในออสเตรียที่มองว่า การเปลี่ยนอาคารเป็นสถานีตำรวจไม่เหมาะสม และรัฐบาลควรดำเนินการมากกว่านี้ เพื่อทำให้ผู้คนตระหนักถึงอาชญากรรมของฮิตเลอร์และระบอบนาซี

 

โรเบิร์ต ไอเทอร์ ตัวแทนคณะกรรมการเมาท์เฮาเซน และเครือข่ายต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติและแนวคิดขวาจัดกล่าวว่า ทุกปีจะมีพิธีรำลึกที่อนุสรณ์สถานค่ายกักกันเมาท์เฮาเซน ภายใต้คำมั่นว่า ‘จะไม่ให้เกิดขึ้นอีก’ (Never Again) แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในเบราเนาเหมือนกำลังบอกว่า ให้โลกลืมเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เร็วที่สุด

 

ไอเทอร์ยังตั้งข้อสงสัยว่า การเปลี่ยนอาคารเป็นสถานีตำรวจจะช่วยลดจำนวนกลุ่มนีโอนาซีที่เดินทางมายังเมืองแห่งนี้ได้จริงหรือไม่ เพราะประวัติของสถานที่ยังคงเป็นที่รับรู้ไปทั่วโลก และไม่อาจลบออกไปได้ด้วยการเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานอาคาร

 

ด้าน ฟลอเรียน โคทันโก นักประวัติศาสตร์ท้องถิ่นกล่าวว่า เขาต้องการให้องค์กรการกุศลกลับมาใช้อาคารอีกครั้ง แต่องค์กรดังกล่าวไม่ต้องการกลับมา เพราะกังวลว่าอาจถูกใช้เป็นข้ออ้างหรือเครื่องมือในข้อถกเถียงทางการเมือง

 

ปัจจุบัน อาคารหลังนี้ทาสีขาวทั้งหมด โดยมีป้ายศิลาจารึกบนทางเท้าที่นำมาจากค่ายกักกันเมาท์เฮาเซนว่า ‘ลัทธิฟาสซิสต์ต้องไม่เกิดขึ้นอีก’ แต่ไม่มีการะบุชื่อฮิตเลอร์ ขณะที่มีการติดป้ายสถานีตำรวจ และยังอนุรักษ์สถาปัตยกรรมเก่าแก่อย่างบันไดเวียนเก่าและโถงทางเข้าทรงโค้งไว้

 

ประวัติบ้านเกิดฮิตเลอร์ สัญลักษณ์ที่ดึงดูดกลุ่มนีโอนาซี

 

ย้อนกลับไปในอดีต อาคารหลังนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 เดิมเป็นโรงแรมขนาดเล็กที่มีร้านเหล้าอยู่บริเวณชั้นล่าง แต่ได้รับความสำคัญในฐานะสถานที่เกิดของฮิตเลอร์ในปี 1889 แม้ครอบครัวของเขาอาศัยอยู่ที่นี่เพียงไม่กี่สัปดาห์ ก่อนย้ายไปอยู่บ้านอีกหลังหนึ่งในเมืองเดียวกัน และย้ายออกจากเมืองเบราเนา อัม อินน์ อย่างถาวร เมื่อผู้นำนาซีมีอายุ 3 ขวบ

 

ต่อมา มาร์ติน บอร์มันน์ เลขานุการส่วนตัวของฮิตเลอร์ เคยซื้ออาคารหลังนี้ในนามพรรคนาซี หลังเยอรมนีผนวกออสเตรียเข้าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศในปี 1938 ขณะที่ฮิตเลอร์เองก็เคยเดินทางกลับมายังเมืองเบราเนาเป็นเวลาสั้นๆ ในปีเดียวกัน ระหว่างเดินทางไปกรุงเวียนนา

 

ในช่วงที่ฮิตเลอร์ครองอำนาจ อาคารแห่งนี้ถูกเรียกว่า ‘บ้านเกิดของท่านผู้นำ’ โดยถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นศูนย์วัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ภายในมีหอศิลป์และห้องสมุด ขณะที่พื้นที่บางส่วนถูกรื้อถอนเพื่อเปิดทางสำหรับการเดินสวนสนามของกองทัพ

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลงในปี 1945 ทหารอเมริกันได้ขัดขวางไม่ให้ทหารเยอรมันที่กำลังล่าถอยทำลายอาคาร ก่อนใช้สถานที่แห่งนี้เป็นพื้นที่จัดแสดงภาพถ่ายที่บันทึกความโหดร้ายภายในค่ายกักกันของนาซี

 

ต่อมา เทศบาลเมืองเบราเนาเช่าอาคาร โดยนำไปใช้ประโยชน์ในหลายรูปแบบ ทั้งเป็นโรงเรียน ห้องสมุด และธนาคาร กระทั่งตั้งแต่ปี 1972 เป็นต้นมา รัฐบาลออสเตรียเข้ามาเป็นผู้เช่าอาคาร และมอบพื้นที่ให้องค์กรการกุศลใช้เป็นศูนย์ดูแลผู้พิการในช่วงกลางวัน

 

ข้อถกเถียงเกี่ยวกับอนาคตของอาคารกลับมารุนแรงขึ้นอีกครั้งในปี 2011 หลังองค์กรการกุศลย้ายออก เนื่องจากอาคารไม่เอื้อต่อการเข้าถึงของผู้พิการ ขณะที่เจ้าของเดิมไม่ยินยอมให้ปรับปรุงอาคารและปฏิเสธขายทรัพย์สินให้รัฐบาล

 

ต่อมาในปี 2016 รัฐสภาออสเตรียผ่านกฎหมายให้อำนาจรัฐบาลเวนคืนอาคาร และเข้าถือกรรมสิทธิ์ในปี 2017 ทำให้ทางการมีอำนาจตัดสินใจการใช้งานอาคารในอนาคตอย่างเต็มที่

 

อย่างไรก็ตาม อดีตเจ้าของอาคารได้ยื่นฟ้องรัฐบาลออสเตรีย โดยคัดค้านการเวนคืนและมูลค่าเงินชดเชย ส่งผลให้กระบวนการจัดการอาคารเผชิญข้อพิพาททางกฎหมายอีกระยะหนึ่ง

 

นอกจากนี้ การปรับเปลี่ยนโครงสร้างของอาคารยังมีความซับซ้อน เนื่องจากบ้านหลังนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอาคารอนุรักษ์ เช่นเดียวกับอาคารเก่าอื่นๆ ในบริเวณใกล้เคียง โดยสถานะดังกล่าวมาจากอายุและคุณค่าทางสถาปัตยกรรมของอาคาร ไม่ใช่ความสำคัญในฐานะบ้านเกิดของฮิตเลอร์

 

ภาพ: Peter Kneffel / Reuters

 

อ้างอิง:

 

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising