ออสเตรียทำพิธีเปิดบ้านเกิดของ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำนาซีเยอรมนี เป็น ‘สถานีตำรวจ’ ชี้เป็นการรับผิดชอบต่อมรดกเลวร้าย หลังต้องเผชิญข้อถกเถียงมานานหลายปีว่า ควรจัดการกับอาคารเก่าแก่แห่งนี้อย่างไร เพื่อไม่ให้กลายเป็นจุดหมายของกลุ่มนีโอนาซี
ประเด็นสำคัญ
ทำไมออสเตรียใช้บ้านเกิดของฮิตเลอร์เปิดเป็นสถานีตำรวจ
เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา รัฐบาลออสเตรียจัดพิธีเปิดสถานีตำรวจแห่งใหม่ ซึ่งตั้งอยู่ภายในอาคารบ้านเกิดของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ บนถนนซัลซ์บวร์เกอร์ ฟอร์ชตัดท์ เมืองเบราเนา อัม อินน์ ใกล้พรมแดนออสเตรียติดกับเยอรมนี
การเปิดสถานีตำรวจครั้งนี้เกิดขึ้น หลังออสเตรียเผชิญข้อถกเถียงมาอย่างยาวนานว่า ควรจัดการกับสถานที่เกิดของอดีตผู้นำนาซีอย่างไร เพราะที่ผ่านมา อาคารแห่งนี้ดึงดูดผู้มาเยือนจำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะกลุ่มนีโอนาซีที่อาจเดินทางมาเชิดชูฮิตเลอร์หรือแสดงสัญลักษณ์สุดโต่ง เช่น การทำท่าแสดงความเคารพแบบนาซี หรือการใช้สัญลักษณ์ของพรรคนาซี ซึ่งล้วนเป็นสิ่งผิดกฎหมายในออสเตรีย
ย้อนกลับไปในปี 2019 รัฐบาลออสเตรียประกาศแผนเปลี่ยนอาคารเป็นสถานีตำรวจ พร้อมเปิดประกวดแบบสถาปัตยกรรมทั่วสหภาพยุโรป โดย สเตฟาน มลโซค หัวหน้าฝ่ายประวัติศาสตร์ของกระทรวงความมั่นภายในออสเตรียอธิบายว่า เป้าหมายของการปรับเปลี่ยนครั้งนี้คือ การลดความเชื่อมโยงระหว่างอาคารกับอดีตผู้นำนาซี และขจัด ‘มนตร์ขลัง’ ที่กลุ่มขวาจัดอาจผูกโยงไว้กับสถานที่แห่งนี้
ด้าน แกร์ฮาร์ด คาร์เนอร์ รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงภายในออสเตรียกล่าวว่า ตำรวจสหพันธ์ออสเตรียในปัจจุบัน เป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับสัญลักษณ์ที่เคยผูกติดอยู่กับอาคาร โดยเคารพประชาธิปไตย หลักนิติธรรม ความมั่นคง เสรีภาพ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งล้วนตรงข้ามกับอุดมการณ์และการปกครองของระบอบนาซี
ขณะที่ โยฮันเนส ไวด์บาเคอร์ นายกเทศมนตรีเมืองเบราเนา อัม อินน์ ระบุว่า ประชาชนโดยรวมในเมืองยอมรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว และสามารถอยู่ร่วมกับสถานีตำรวจแห่งใหม่นี้ได้
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการที่ไวด์บาเคอร์เข้าร่วม เคยเสนอให้อาคารถูกใช้เพื่อกิจกรรมการกุศลหรือเป็นสถานที่ราชการ แต่ถูกปัดตกไปจากเหตุผลด้านความปลอดภัย เพราะประชาชนอาจเข้าถึงพื้นที่ได้ง่ายเกินไป จนไม่สามารถป้องกันการเดินทางมาของกลุ่มนีโอนาซีได้อย่างที่รัฐบาลต้องการ
“ผมคิดว่า นี่ไม่ใช่แนวทางที่แย่ แต่จะได้ผลตามที่เราทุกคนหวังและคาดการณ์หรือไม่ ยังต้องรอดูกันต่อไป” เขากล่าว
แม้บางฝ่ายเห็นว่า การเปิดสถานีตำรวจจะช่วยลดความสำคัญเชิงสัญลักษณ์ของสถานที่และป้องกันการรวมตัวของกลุ่มนีโอนาซี แต่การตัดสินใจดังกล่าวก็เผชิญเสียงคัดค้าน โดยมีการมองว่า รัฐบาลควรใช้พื้นที่แห่งนี้เป็นศูนย์เรียนรู้ เพื่ออธิบายอาชญากรรมของระบอบนาซี และเปิดให้สังคมเผชิญหน้ากับอดีตอย่างตรงไปตรงมามากกว่า
หนึ่งในผู้คัดค้านคือคณะกรรมการเมาท์เฮาเซน องค์กรหลักของกลุ่มผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ Holocaust ในออสเตรียที่มองว่า การเปลี่ยนอาคารเป็นสถานีตำรวจไม่เหมาะสม และรัฐบาลควรดำเนินการมากกว่านี้ เพื่อทำให้ผู้คนตระหนักถึงอาชญากรรมของฮิตเลอร์และระบอบนาซี
โรเบิร์ต ไอเทอร์ ตัวแทนคณะกรรมการเมาท์เฮาเซน และเครือข่ายต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติและแนวคิดขวาจัดกล่าวว่า ทุกปีจะมีพิธีรำลึกที่อนุสรณ์สถานค่ายกักกันเมาท์เฮาเซน ภายใต้คำมั่นว่า ‘จะไม่ให้เกิดขึ้นอีก’ (Never Again) แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในเบราเนาเหมือนกำลังบอกว่า ให้โลกลืมเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เร็วที่สุด
ไอเทอร์ยังตั้งข้อสงสัยว่า การเปลี่ยนอาคารเป็นสถานีตำรวจจะช่วยลดจำนวนกลุ่มนีโอนาซีที่เดินทางมายังเมืองแห่งนี้ได้จริงหรือไม่ เพราะประวัติของสถานที่ยังคงเป็นที่รับรู้ไปทั่วโลก และไม่อาจลบออกไปได้ด้วยการเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานอาคาร
ด้าน ฟลอเรียน โคทันโก นักประวัติศาสตร์ท้องถิ่นกล่าวว่า เขาต้องการให้องค์กรการกุศลกลับมาใช้อาคารอีกครั้ง แต่องค์กรดังกล่าวไม่ต้องการกลับมา เพราะกังวลว่าอาจถูกใช้เป็นข้ออ้างหรือเครื่องมือในข้อถกเถียงทางการเมือง
ปัจจุบัน อาคารหลังนี้ทาสีขาวทั้งหมด โดยมีป้ายศิลาจารึกบนทางเท้าที่นำมาจากค่ายกักกันเมาท์เฮาเซนว่า ‘ลัทธิฟาสซิสต์ต้องไม่เกิดขึ้นอีก’ แต่ไม่มีการะบุชื่อฮิตเลอร์ ขณะที่มีการติดป้ายสถานีตำรวจ และยังอนุรักษ์สถาปัตยกรรมเก่าแก่อย่างบันไดเวียนเก่าและโถงทางเข้าทรงโค้งไว้
ประวัติบ้านเกิดฮิตเลอร์ สัญลักษณ์ที่ดึงดูดกลุ่มนีโอนาซี
ย้อนกลับไปในอดีต อาคารหลังนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 เดิมเป็นโรงแรมขนาดเล็กที่มีร้านเหล้าอยู่บริเวณชั้นล่าง แต่ได้รับความสำคัญในฐานะสถานที่เกิดของฮิตเลอร์ในปี 1889 แม้ครอบครัวของเขาอาศัยอยู่ที่นี่เพียงไม่กี่สัปดาห์ ก่อนย้ายไปอยู่บ้านอีกหลังหนึ่งในเมืองเดียวกัน และย้ายออกจากเมืองเบราเนา อัม อินน์ อย่างถาวร เมื่อผู้นำนาซีมีอายุ 3 ขวบ
ต่อมา มาร์ติน บอร์มันน์ เลขานุการส่วนตัวของฮิตเลอร์ เคยซื้ออาคารหลังนี้ในนามพรรคนาซี หลังเยอรมนีผนวกออสเตรียเข้าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศในปี 1938 ขณะที่ฮิตเลอร์เองก็เคยเดินทางกลับมายังเมืองเบราเนาเป็นเวลาสั้นๆ ในปีเดียวกัน ระหว่างเดินทางไปกรุงเวียนนา
ในช่วงที่ฮิตเลอร์ครองอำนาจ อาคารแห่งนี้ถูกเรียกว่า ‘บ้านเกิดของท่านผู้นำ’ โดยถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นศูนย์วัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ภายในมีหอศิลป์และห้องสมุด ขณะที่พื้นที่บางส่วนถูกรื้อถอนเพื่อเปิดทางสำหรับการเดินสวนสนามของกองทัพ
อย่างไรก็ตาม เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลงในปี 1945 ทหารอเมริกันได้ขัดขวางไม่ให้ทหารเยอรมันที่กำลังล่าถอยทำลายอาคาร ก่อนใช้สถานที่แห่งนี้เป็นพื้นที่จัดแสดงภาพถ่ายที่บันทึกความโหดร้ายภายในค่ายกักกันของนาซี
ต่อมา เทศบาลเมืองเบราเนาเช่าอาคาร โดยนำไปใช้ประโยชน์ในหลายรูปแบบ ทั้งเป็นโรงเรียน ห้องสมุด และธนาคาร กระทั่งตั้งแต่ปี 1972 เป็นต้นมา รัฐบาลออสเตรียเข้ามาเป็นผู้เช่าอาคาร และมอบพื้นที่ให้องค์กรการกุศลใช้เป็นศูนย์ดูแลผู้พิการในช่วงกลางวัน
ข้อถกเถียงเกี่ยวกับอนาคตของอาคารกลับมารุนแรงขึ้นอีกครั้งในปี 2011 หลังองค์กรการกุศลย้ายออก เนื่องจากอาคารไม่เอื้อต่อการเข้าถึงของผู้พิการ ขณะที่เจ้าของเดิมไม่ยินยอมให้ปรับปรุงอาคารและปฏิเสธขายทรัพย์สินให้รัฐบาล
ต่อมาในปี 2016 รัฐสภาออสเตรียผ่านกฎหมายให้อำนาจรัฐบาลเวนคืนอาคาร และเข้าถือกรรมสิทธิ์ในปี 2017 ทำให้ทางการมีอำนาจตัดสินใจการใช้งานอาคารในอนาคตอย่างเต็มที่
อย่างไรก็ตาม อดีตเจ้าของอาคารได้ยื่นฟ้องรัฐบาลออสเตรีย โดยคัดค้านการเวนคืนและมูลค่าเงินชดเชย ส่งผลให้กระบวนการจัดการอาคารเผชิญข้อพิพาททางกฎหมายอีกระยะหนึ่ง
นอกจากนี้ การปรับเปลี่ยนโครงสร้างของอาคารยังมีความซับซ้อน เนื่องจากบ้านหลังนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอาคารอนุรักษ์ เช่นเดียวกับอาคารเก่าอื่นๆ ในบริเวณใกล้เคียง โดยสถานะดังกล่าวมาจากอายุและคุณค่าทางสถาปัตยกรรมของอาคาร ไม่ใช่ความสำคัญในฐานะบ้านเกิดของฮิตเลอร์
ภาพ: Peter Kneffel / Reuters
อ้างอิง:
- https://www.bbc.com/news/articles/cy5d36e752yo
- https://edition.cnn.com/2026/07/22/europe/hitler-birthplace-conversion-scli-intl
- https://www.reuters.com/world/hitlers-birthplace-begins-new-life-police-station-2026-07-22/
- https://hdgoe.at/Hitler_Birth_House


