หากพูดถึงทีมที่สามารถหยุดความร้อนแรงของบาเยิร์น มิวนิค ชื่อแรกๆ ที่แฟนบอลนึกถึงอาจเป็นโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ หรือไบเออร์ เลเวอร์คูเซน สองทีมที่เคยท้าทายอำนาจของยักษ์ใหญ่แห่งบาวาเรียมาแล้วหลายครั้ง
ประเด็นสำคัญ
แต่หากย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ จะพบว่ามีอีกหนึ่งทีมที่แม้ไม่ได้มีขุมกำลังระดับเดียวกัน กลับสร้างความเจ็บปวดให้บาเยิร์นในช่วงเวลาสำคัญอยู่เสมอ
ทีมนั้นคือ เอาก์สบวร์ก
สุดสัปดาห์นี้ ทั้งสองทีมเตรียมกลับมาพบกันอีกครั้งในศึกบุนเดสลีกา ภายใต้ชื่อ บาวาเรีย ดาร์บี เกมดาร์บีของสองสโมสรที่อยู่ห่างกันเพียงประมาณ 60 กิโลเมตร
แต่สิ่งที่ทำให้เกมนี้น่าสนใจ ไม่ใช่เพียงความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์ หากเป็นประวัติศาสตร์ของทีมรองบ่อนที่มักสร้างปัญหาให้ทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเยอรมนีได้อย่างเหลือเชื่อ
บาวาเรีย ดาร์บี เกมดาร์บีที่ไม่ได้มีเพียงเรื่องศักดิ์ศรี
แม้ทั้งสองสโมสรจะตั้งอยู่ในรัฐบาวาเรียเหมือนกัน แต่พวกเขามีอัตลักษณ์แตกต่างกันอย่างชัดเจน บาเยิร์น มิวนิค คือมหาอำนาจแห่งฟุตบอลเยอรมัน สโมสรที่เต็มไปด้วยนักเตะระดับโลกและคุ้นเคยกับการลุ้นแชมป์ทุกฤดูกาล ขณะที่เอาก์สบวร์กเป็นตัวแทนจากเขตชวาเบิน (Swabia) ซึ่งมักต้องต่อสู้ด้วยทรัพยากรที่จำกัดกว่า
ความแตกต่างนี้ทำให้เกมระหว่างทั้งคู่ไม่ใช่ดาร์บีที่มีความสูสีด้านความสำเร็จ แต่เป็นการต่อสู้ระหว่างสองแนวคิด ทีมหนึ่งต้องการครองเกม ส่วนอีกทีมต้องหาวิธีทำลายเกมของคู่แข่ง
หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้การพบกันครั้งนี้มีความหมายเป็นพิเศษ ต้องย้อนกลับไปวันที่ 24 มกราคม 2026 วันนั้น บาเยิร์นเปิดบ้านพบเอาก์สบวร์ก พร้อมสถิติไม่แพ้ใครในบุนเดสลีกา 27 นัดติดต่อกัน
ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นไปตามคาด เมื่อฮิโรกิ อิโตะ ยิงให้เจ้าถิ่นขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 23 แต่เอาก์สบวร์กไม่ยอมแพ้ อาร์เธอร์ ชาเวส ตีเสมอในนาทีที่ 75 ก่อนฮัน-โนอาห์ มัสเซงโก จะยิงประตูชัยในนาทีที่ 81
ชัยชนะ 2-1 ครั้งนั้นไม่ได้มอบเพียงสามคะแนน แต่ทำให้เอาก์สบวร์กกลายเป็นทีมที่หยุดความสมบูรณ์แบบของบาเยิร์นลงได้
หากย้อนกลับไปในเดือนเมษายน 2014 เอาก์สบวร์กเคยสร้างหนึ่งในผลการแข่งขันที่น่าจดจำที่สุดของสโมสรมาแล้ว ครั้งนั้น บาเยิร์นกำลังอยู่ในยุคที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง และมีสถิติไม่แพ้ใครในบุนเดสลีกาติดต่อกันถึง 53 นัด แต่เอาก์สบวร์กกลับเอาชนะไปได้ 1-0 ยุติสถิติที่ยาวนานของเสือใต้
อีกหนึ่งปีต่อมา ในเดือนพฤษภาคม 2015 พวกเขาบุกไปชนะบาเยิร์นถึงอัลลิอันซ์ อารีนา ด้วยสกอร์ 1-0 จากประตูของราอูล โบบาดิยา
นี่จึงเป็นความพิเศษของคู่นี้ เอาก์สบวร์กอาจไม่ได้ชนะบาเยิร์นบ่อยครั้ง แต่หลายครั้งที่ชนะ กลับเป็นวันที่บาเยิร์นต้องสูญเสียสถิติสำคัญ
บาเยิร์นยังเหนือกว่า แต่เอาก์สบวร์กไม่ใช่งานง่าย
อย่างไรก็ตาม หากมองภาพรวมของการพบกัน บาเยิร์นยังคงเหนือกว่าอย่างชัดเจน จากการบุกเยือนเอาก์สบวร์กในบุนเดสลีกา 15 นัดหลังสุด บาเยิร์นชนะถึง 11 นัด เสมอหนึ่งครั้ง คิดเป็นอัตราชนะประมาณ 73 เปอร์เซ็นต์
ที่น่าสนใจคือ บาเยิร์นยังไม่แพ้เกมลีกนอกบ้านติดต่อกันถึง 28 นัด ซึ่งเป็นหนึ่งในสถิติที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร
แต่เอาก์สบวร์กก็มีจุดแข็งของตัวเอง พวกเขาแพ้เกมบุนเดสลีกาในบ้านเพียงนัดเดียวจาก 14 นัดหลังสุด ดังนั้น เกมนี้จึงเป็นการเผชิญหน้าระหว่างทีมที่แข็งแกร่งยามเล่นในบ้าน กับทีมที่แทบไม่มีใครเอาชนะได้เมื่อออกไปเยือน
ตัวเลขการครองบอลอาจอธิบายรูปแบบการแข่งขันที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ดีที่สุด บาเยิร์นภายใต้การคุมทีมของแว็งซ็องต์ กอมปานี มีค่าเฉลี่ยครองบอลสูงถึง 71.4 เปอร์เซ็นต์ มากที่สุดในบุนเดสลีกา
ตรงกันข้าม เอาก์สบวร์กมีค่าเฉลี่ยเพียง 39.3 เปอร์เซ็นต์ แต่การครองบอลน้อยไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไม่มีอันตราย
เอาก์สบวร์กสามารถใช้เกมรับที่มีระเบียบ การเข้าปะทะ การเล่นลูกตั้งเตะ และการสวนกลับเพื่อโจมตีพื้นที่ด้านหลังแนวรับคู่แข่ง
เกมนี้จึงไม่ใช่คำถามว่าใครจะครองบอลมากกว่า แต่เป็นคำถามว่าบาเยิร์นจะเปลี่ยนการครองบอลเป็นโอกาสได้มากเพียงใด และเอาก์สบวร์กจะใช้โอกาสที่มีจำกัดได้คุ้มค่าแค่ไหน
อาวุธที่ทำให้เกมรับต่ำไม่ใช่คำตอบเสมอไป
หนึ่งในนักเตะที่เอาก์สบวร์กต้องระวังมากที่สุดคือไมเคิล โอลิเซ เพราะปีกทีมชาติฝรั่งเศสกำลังอยู่ในฟอร์มยอดเยี่ยม หลังทำแฮตทริกแรกในบุนเดสลีกาจากเกมถล่มอูนิโอน เบอร์ลิน 7-0 ทำให้ยิงไปแล้วสี่ประตูจากสี่นัดแรก
แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าคือความสามารถในการยิงไกล นับตั้งแต่ย้ายมาเยอรมนีในปี 2024 โอลิเซทำประตูจากนอกกรอบเขตโทษไปแล้ว 10 ลูก มากที่สุดในลีกช่วงเวลาดังกล่าว
นั่นหมายความว่า แม้เอาก์สบวร์กจะตั้งรับลึกจนบาเยิร์นเจาะเข้ากรอบเขตโทษไม่ได้ พวกเขาก็ยังต้องระวังการยิงจากระยะไกลอยู่ดี
นอกจากโอลิเซแล้ว อีกหนึ่งคนที่น่าจับตามองคือแฮร์รี เคน โดยกองหน้าทีมชาติอังกฤษเพิ่งสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการยิงครบ 100 ประตูในบุนเดสลีกาจากการลงเล่นเพียง 98 นัด กลายเป็นนักเตะที่ทำสถิตินี้ได้เร็วที่สุด
เคนเคยยิงเอาก์สบวร์กถึงเจ็ดประตูจากการพบกันสี่นัดแรกในลีก แต่ในฤดูกาล 2025/26 เขากลับไม่สามารถยิงประตูคู่แข่งรายนี้ได้เลยจากการพบกันทั้งสองนัด
ดังนั้น เกมนี้จึงเป็นโอกาสที่เคนจะกลับมาทำประตูใส่เอาก์สบวร์กอีกครั้ง พร้อมขยับเข้าใกล้สถิติดาวยิงตลอดกาลของบาเยิร์น
เอาก์สบวร์กไม่ได้มีดีแค่เกมรับ
แม้ภาพจำของเอาก์สบวร์กเวลาเจอบาเยิร์นจะเป็นทีมที่เน้นเกมรับและรอสวนกลับ แต่ฤดูกาลนี้พวกเขากำลังแสดงให้เห็นถึงเกมรุกที่น่าสนใจ
เอาก์สบวร์กยิงไปแล้ว 11 ประตูจากสี่นัดแรกของบุนเดสลีกา เป็นการออกสตาร์ตด้านการทำประตูที่ดีที่สุดของสโมสร ตัวเลขดังกล่าวทำให้พวกเขามีเกมรุกอันดับสามของลีก เป็นรองเพียงบาเยิร์นและไฟรบวร์ก
นี่อาจทำให้รูปเกมแตกต่างจากดาร์บีหลายครั้งที่ผ่านมา เพราะเอาก์สบวร์กไม่ได้มีเพียงความสามารถในการต้านทานบาเยิร์น แต่ยังมีศักยภาพที่จะตอบโต้ด้วยเกมรุกของตัวเอง
บาเยิร์นต้องการย้ำความยิ่งใหญ่ เอาก์สบวร์กต้องการสร้างประวัติศาสตร์อีกครั้ง
หลังผ่านสี่นัดแรก บาเยิร์นยิงไปแล้ว 14 ประตู และยังไม่เคยตกเป็นฝ่ายตามหลังคู่แข่งเลยแม้แต่ครั้งเดียวในบุนเดสลีกาฤดูกาลนี้
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าทีมของกอมปานียังคงเป็นหนึ่งในทีมที่แข็งแกร่งที่สุดของยุโรป แต่ฟุตบอลไม่ได้ตัดสินกันด้วยสถิติเพียงอย่างเดียว
โดยเฉพาะเมื่อคู่แข่งคือเอาก์สบวร์ก ทีมที่เคยพิสูจน์มาแล้วว่า แม้บาเยิร์นจะมีสถิติไร้พ่ายยาวนานเพียงใด ก็สามารถถูกหยุดลงได้ภายใน 90 นาที และนี่คือเสน่ห์ของ บาวาเรีย ดาร์บี
สำหรับบาเยิร์น ชัยชนะอาจหมายถึงอีกสามคะแนนบนเส้นทางลุ้นแชมป์ แต่สำหรับเอาก์สบวร์ก ชัยชนะอาจหมายถึงการสร้างอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของสโมสร
เพราะบางครั้ง เกมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของทีมเล็ก ไม่ใช่เกมที่พวกเขาต้องเป็นแชมป์ แต่เป็นเกมที่พวกเขาทำให้ทีมที่ทุกคนคิดว่าไม่มีใครหยุดได้ ต้องหยุดลงอีกครั้ง
อ้างอิง
- https://fcbayern.com/en/news/2026/10/fc-augsburg-vs.-fc-bayern-facts-on-bavaria-derby
- https://www.bundesliga.com/en/bundesliga/news/augsburg-end-bayern-munichs-27-game-unbeaten-streak-35731
ภาพ: Marcel Engelbrecht – firo sportphoto / Getty Images



