×

Apple แซงหน้า Nvidia กลับมามีมาร์เก็ตแคปมากสุดของโลกอีกครั้ง ท่ามกลางแรงเทขายหุ้น AI จากการลงทุนสูงต่อเนื่อง

31.10.2026
ป้ายสัญลักษณ์ร้าน Apple Store ในกรุงเทพฯ

Apple Inc. (AAPL) กลับมาเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกได้อีกครั้งเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (30 ตุลาคม) ด้วยมูลค่า 5.03 ล้านล้านดอลลาร์ หรือราว 169 ล้านล้านบาท โดยแซงหน้า Nvidia Corp. (NVDA) ที่มีมูลค่า 4.94 ล้านล้านดอลลาร์ ท่ามกลางแรงเทขายในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ตลอด 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา จากความกังวลต่อการลงทุนที่สูงต่อเนื่อง

 

แม้ราคาหุ้น Apple จะย่อตัวลงในสัปดาห์ที่ผ่านมาเกือบ 1% แต่หากย้อนไป 4 สัปดาห์ล่าสุด ราคาหุ้นยังปรับขึ้นได้ 3.3% สวนทางกับ Nvidia ที่ปรับตัวลง 4 สัปดาห์ติดต่อกัน ลดลง 14% นับเป็นครั้งแรกที่ Apple แซงหน้า Nvidia ได้ นับตั้งแต่ที่เคยแซงขึ้นไปได้ช่วงสั้นๆ เมื่อปลายเดือนกรกฎาคม

 

ส่วนแรงเทขายในวันศุกร์เกิดขึ้นหลังจากบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่หลายแห่งรายงานผลประกอบการที่น่าผิดหวัง ซึ่งรวมถึง Intel Corp. (INTC) และ Amazon.com Inc. (AMZN) ตามหลังรายงานที่น่าผิดหวังในลักษณะเดียวกันจาก Alphabet Inc. (GOOG) และ Meta Platforms Inc. (META) ผลประกอบการล่าสุดของบริษัทเหล่านี้ ทำให้เกิดความกังวลต่อแนวโน้มการใช้จ่ายด้าน AI ขึ้นอีกครั้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ Apple ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องมากนัก

 

การใช้จ่ายดังกล่าวพุ่งสูงจนบริษัทอย่าง Alphabet Inc. และ Amazon.com Inc. มีกระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow) ติดลบ ทำให้ต้องหันไปพึ่งพาตลาดตราสารหนี้เพื่อระดมทุนมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกัน อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นก็ทำให้ต้นทุนการกู้ยืมเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย

 

Bloomberg ระบุว่า ในทางตรงกันข้าม คาดการณ์ว่า Apple จะมีกระแสเงินสดอิสระเพิ่มขึ้น 38% เป็น 142,000 ล้านดอลลาร์ ในปีงบประมาณ 2026 ซึ่งสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 30 กันยายน

 

ทั้งนี้ ดัชนี Nasdaq 100 ซึ่งมีหุ้นเทคโนโลยีเป็นสัดส่วนหลัก ร่วงลง 6.7% ในเดือนตุลาคม ถือเป็นเดือนที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2025 ส่วน CoreWeave Inc. และ Nebius Group ผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลที่ให้บริการประมวลผล AI ราคาหุ้นดิ่งลงกว่า 30% ในเดือนนี้ และจากการร่วงลงอย่างหนักในวันศุกร์ ทำให้หุ้น Intel ติดลบมากกว่า 45% ในเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นการร่วงลงรายเดือนครั้งใหญ่ที่สุดเป็นประวัติการณ์ ตามข้อมูลที่ Bloomberg รวบรวมย้อนหลังไปกว่า 40 ปี

 

อ้างอิง:


READ MORE






Latest Stories