วันนี้ (2 พฤศจิกายน) เวลา 16.15 น. ศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคมจังหวัดอุดรธานี ค่ายเสนีย์รณยุทธ (กก.ตชด.24) ตำบลหนองบัว อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตรวจเยี่ยมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรอย่างยั่งยืน (อุดรโมเดล พลัส) พร้อมเยี่ยมและพบปะพูดคุยกับผู้ป่วยจิตเวชที่มีอาการคลุ้มคลั่งและมีพฤติกรรมรุนแรง
อนุทินกล่าวว่า ตนมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาตรวจเยี่ยมศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคมของจังหวัดอุดรธานี สาขาอำเภอเมืองอุดรธานี แห่งที่ 2 ในวันนี้ ศูนย์แห่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากยาเสพติด และสร้างโอกาสให้พวกเขาได้กลับมาใช้ชีวิตในสังคมอย่างมีคุณภาพอีกครั้งหนึ่ง ตนขอบคุณฝ่ายปกครอง ตำรวจ บุคลากรทางการแพทย์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันดูแลความปลอดภัยของประชาชน และช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากยาเสพติดด้วยความทุ่มเทเสียสละ ปัญหายาเสพติดเป็นเรื่องที่รัฐบาลของตนให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะผลกระทบไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเท่านั้น แต่ยังส่งผลไปถึงครอบครัว ชุมชน และสังคมโดยรวม
สำหรับครอบครัว การมีสมาชิกไปข้องเกี่ยวกับยาเสพติดถือเป็นความทุกข์อย่างใหญ่หลวง ทุกครอบครัวต้องการพาคนที่รักของเขากลับเข้ารับการรักษา แต่บางคนก็ไม่รู้ว่าจะเข้าถึงความช่วยเหลือได้อย่างไร ปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญ และเราได้มีการดำเนินการจับกุมและปราบปรามผู้ค้ายาเสพติดอย่างเด็ดขาดและต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การป้องกันและปราบปรามเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรอบด้าน เราจำเป็นต้องมีระบบรักษาและฟื้นฟูผู้ที่ได้รับผลกระทบจากยาเสพติด รวมทั้งผู้ป่วยที่ต้องการความช่วยเหลือ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการกลับไปใช้ชีวิตและทำงานในสังคมได้ต่อไป ที่ผ่านมาเราพบผู้ป่วยบางรายเมื่อมีอาการดีขึ้นจนสามารถออกจากการบำบัดรักษาได้แล้ว พร้อมที่จะกลับไปใช้ชีวิตตามปกติแล้ว แต่เราต้องให้กำลังใจพวกเขาเพิ่มมากขึ้น เพราะทั้งสังคม ชุมชน หรือคนทั่วไป ในบางครั้งก็ยังทำให้เขารู้สึกว่าเขาเป็นคนที่ยังมีความไม่สมบูรณ์อยู่ ดังนั้น เราต้องเสริมความพร้อมทั้งทางร่างกาย จิตใจ และพฤติกรรม ก่อนที่เขาจะกลับไปใช้ชีวิตในสังคมและชุมชนได้อย่างมั่นคง
ศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคมแห่งนี้จึงเข้ามาตอบโจทย์ปัญหาเหล่านี้ที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ เพื่อดูแลฟื้นฟูผู้ที่ได้รับการบำบัดอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านสุขภาพ พฤติกรรม ระเบียบวินัย ทักษะการดำรงชีวิต และการฝึกอาชีพ เพื่อให้มีความพร้อมก่อนกลับไปอยู่กับครอบครัวและชุมชน ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาซ้ำ สร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน และลดภาระของโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อีกครั้งหนึ่ง ตนขอชื่นชมจังหวัดอุดรธานี อำเภอเมือง สถานีตำรวจภูธรเมืองอุดรธานี บุคลากรทางการแพทย์ และภาคีเครือข่ายทุกฝ่าย ที่ร่วมกันจัดตั้งศูนย์แห่งนี้ขึ้นมา ตนเชื่อมั่นว่าผู้เข้ารับการฟื้นฟูทุกคนมีศักยภาพที่จะกลับมาเป็นกำลังของครอบครัวและสังคมได้ หากได้รับโอกาสพร้อมกับการดูแลที่เหมาะสม และกำลังใจอย่างต่อเนื่อง ตนขอเน้นย้ำว่าการดูแลหลังกลับบ้านคือสิ่งที่สำคัญมากที่สุด ต้องให้นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. ตำรวจ และหน่วยงานด้านสาธารณสุขได้ร่วมกันติดตามดูแล ให้กำลังใจพวกเขาอย่างใกล้ชิด เขาอาจจะยังต้องกินยาอย่างสม่ำเสมอ ต้องพบแพทย์ตามนัดอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องการประกอบอาชีพ การใช้ชีวิตประจำวัน หากพบความผิดปกติหรือมีความเสี่ยงที่อาจจะกลับไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอีก ก็ต้องรีบประสานขอความช่วยเหลือทันที เพื่อไม่ให้ปัญหากลับมาเกิดซ้ำอีก
สำหรับนโยบายหนึ่งอำเภอหนึ่งศูนย์บำบัดฟื้นฟู ตนอยากให้ทุกพื้นที่ได้นำแนวทางการทำงานที่เหมาะสมไปปรับใช้ตามบริบทและความพร้อมของแต่ละอำเภอ โดยให้ฝ่ายปกครอง ตำรวจ และหน่วยสาธารณสุขได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด โดยมีระบบคัดกรอง ส่งต่อ รักษา ฟื้นฟู และติดตามดูแลอย่างครบวงจรต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงความช่วยเหลือได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดผลลัพธ์ที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง และขอฝากถึงผู้ที่เข้ารับการฟื้นฟูทุกคนว่า ขอให้ใช้โอกาสนี้ในการฟื้นฟูและพัฒนาตนเองให้เต็มที่ เพราะเชื่อว่าด้วยความตั้งใจและความพยายามของทุกคน จะสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาอันเป็นอุปสรรคของชีวิตช่วงนี้ไปได้ ส่วนสมาชิกในครอบครัวและชุมชน ตนขอให้ทุกคนช่วยกันให้กำลังใจและสนับสนุนการต่อสู้ไปด้วยกัน กำลังใจจากคนใกล้ชิดเป็นพลังสำคัญอย่างยิ่ง ความเข้าใจ การยอมรับ และการให้โอกาสคือจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนในชุมชนของเรา
อนุทินกล่าวอีกว่า ตนต้องขอชื่นชมจริงๆ ตอนนั่งรถเข้ามาในศูนย์ฟื้นฟูหรือที่เรียกว่าค่ายเสนีย์รณยุทธ กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 24 จังหวัดอุดรธานีแห่งนี้ ตนรู้สึกว่าเป็นสถานที่ที่เหมาะสมมากสำหรับการฟื้นฟูผู้ที่ประสบปัญหายาเสพติดหรือสุขภาพจิต ต้องขอชื่นชมผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ที่ไม่ทำให้พื้นที่ที่กว้างใหญ่ไพศาลเหล่านี้เป็นพื้นที่ที่รกร้างว่างเปล่า แต่สามารถที่จะใช้พื้นที่เช่นนี้มาทำการฟื้นฟูผู้ที่ด้อยโอกาส ผู้ที่หลงผิด ซึ่งเป็นเรื่องที่อยู่ภายใต้การปฏิบัติหน้าที่ของทุกคนอยู่แล้ว เราไม่จำเป็นต้องให้พวกเขาไปติดคุกติดตะราง หากเราสามารถให้โอกาสพวกเขาได้ และการมาอยู่ในสภาพที่มีความเป็นมิตร มีสภาพที่ทำให้เขาสามารถฟื้นฟูจิตใจที่อ่อนแอของเขา ที่หลงผิดของเขา หากเราทำให้เขากลับมาเป็นคนใหม่ได้ ก็เท่ากับเราได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ และเป็นการลดภาระที่จะก่อให้เกิดคนเหล่านี้ที่ต้องไปเป็นอันตราย เป็นความเสี่ยงของสังคม
ส่วนที่ตนพูดว่าต้องกลับไปพบแพทย์ กลับไปรับการรักษา ก็ฝากปลัดกระทรวงสาธารณสุข ฝากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และผู้ที่เกี่ยวข้องด้านการแพทย์ทุกคน เราคงต้องให้ความสำคัญกับเขาเป็นพิเศษ เพราะคนเหล่านี้มีความอ่อนไหว มีความไวต่อการถูกชักจูงไปในทางที่ผิดได้ เขามีความอ่อนไหวอยู่แล้ว และเขาพยายามที่จะถามตัวเองว่าในเมื่อเป็นคนไม่ดีก็เป็นเช่นนี้ และพยายามเป็นคนดีก็ยังถูกกีดกัน ถูกตีตรา ยังถูกตั้งข้อสังเกต รังเกียจเดียดฉันท์ ถ้างั้นก็กลับไปเป็นเหมือนเดิมดีกว่า สิ่งเหล่านี้ก็จะทำให้ความพยายามของเราทั้งหมดที่พยายามจะฟื้นฟูทั้งบุคคล ทั้งตัวคน และพยายามจะเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันการติดยาเสพติดล้มเหลว แต่หากเราให้โอกาสกับพวกเขา ให้รู้สึกว่าเขาเป็นคนที่เราให้ความสำคัญ และให้การดูแลเอาใจใส่ เขาก็จะมีกำลังใจในการที่จะกลับไปเป็นพลเมืองดีของบ้านเมือง สามารถเป็นตัวอย่างให้กับคนที่หลงผิดหรือคิดจะหลงผิด ให้เป็นวิทยากรหรือให้เป็นคนที่มาคอยดูแลคนที่คิดจะไปในเส้นทางที่ติดยาเสพติดได้ หากเราปล่อยให้เขาไปเป็นปัญหาของสังคมอีก ก็เท่ากับเราเปิดประตูให้อันตรายเข้าถึงเรา เพราะไม่มีใครรู้ว่าวันหนึ่งเหยื่อของพวกเขาอาจเป็นตัวเราเองหรือเป็นญาติสนิทมิตรสหายหรือคนในครอบครัวของเราได้ ฉะนั้น สิ่งที่ดีที่สุดในเมื่อวันนี้เรามีหน้าที่ มีงบประมาณ รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างเต็มที่ เรามีนโยบายที่เป็นศัตรูกับกระบวนการยาเสพติดครบวงจรแล้ว ก็ขอให้พวกเราได้ทำหน้าที่นี้อย่างเต็มที่ ใช้งบประมาณทุกบาททุกสตางค์ให้คุ้มค่าเพื่อรักษาสังคมของพวกเรา
“เราตั้งสโลแกนไว้แล้วว่า ‘พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล’ 3 สโลแกนนี้เกี่ยวเนื่องกัน ถือเป็นงานที่พวกเราทุกคนสามารถทำร่วมกันได้ และยังมีความเชื่อมั่นว่าเราจะสามารถเอาชนะสิ่งที่เป็นภัยต่อสังคมเช่นนี้ได้ ประชาชนส่วนใหญ่อยู่ข้างพวกเราอยู่แล้ว หากเราทำให้เขาได้รับทราบว่าเรามีความพร้อมในการป้องกันและปราบปรามอย่างเด็ดขาด สำหรับผู้ที่อยู่ในกระบวนการค้ายาเสพติด เราจับกุมมากมาย เราต้องใช้การดำเนินการทุกอย่างที่เป็นอุปสรรคต่อการลำเลียงการค้ายาเสพติด แต่ละปีเราจับยาเสพติดมูลค่ากว่า 100,000 ล้านบาท เรามีประสิทธิภาพ อย่าคิดว่าเราไม่ได้ทำอะไร ตำรวจ ป.ป.ส. ทหาร ฝ่ายปกครอง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำงานอย่างเต็มที่ แม้กระทั่งประชาชนก็เป็นเบาะแสกับพวกเรา เราปราบปรามอย่างเต็มที่ เพียงแต่กระบวนการยาเสพติดมีเครือข่ายเยอะแยะมากมาย เพราะฉะนั้น เราต้องลดจำนวนยาเสพติดด้วยการปราบปรามอย่างเต็มที่ และลดจำนวนผู้ที่จะใช้ยาเสพติด ถือเป็นการลดทั้งต้นทางและปลายทาง ก็จะเกิดประโยชน์สูงสุด หากลดด้านการปราบปราม การลักลอบนำเข้าเราก็ปราบปรามตั้งแต่สมัยที่มีการนำเข้าจากภาคเหนือ ภาคตะวันตกตามตะเข็บชายแดน จนต้องเปลี่ยนทิศทางนำเข้าทางภาคอีสานหรืออ้อมไปเข้าทางที่อื่นตามเส้นทางธรรมชาติ แต่ก็ไม่เหนือความสามารถของเจ้าหน้าที่เราทุกฝ่าย จับได้ตลอด เพียงแต่ยังมีคนที่ยอมจะซื้ออยู่ ฉะนั้น หากเรามาดูในด้านของอุปสงค์หรือความต้องการด้วย ถ้าเราดูทั้งสองฝั่งก็จะทำให้กระบวนการดำเนินงานของเราในเรื่องของการปราบปรามยาเสพติดครบวงจรประสบความสำเร็จได้รวดเร็วยิ่งขึ้น” อนุทินกล่าว
อนุทินกล่าวทิ้งท้ายว่า ตนในฐานะหัวหน้ารัฐบาลขอยืนยันอีกครั้งว่ารัฐบาลชุดนี้มีความแน่วแน่ที่จะสนับสนุนภารกิจการปราบปราม ป้องกัน และพิชิต ดำเนินการกำจัดกระบวนการค้ายาเสพติดอย่างเต็มความสามารถ ฉะนั้น ขอกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการทุกคน เจ้าพนักงานทุกคน ขอให้ได้มีความปลอดภัยจากการปฏิบัติหน้าที่และมีกำลังใจในการดำเนินการของเราต่อไปอย่างไม่มีวันย่อท้อ เพื่อให้กระบวนการค้ายาเสพติดหมดไปจากประเทศไทยให้ได้ในเร็ววัน

