×

อนุทิน เผยมอบทนายฟ้อง ‘ยิ่งชีพ’ แล้ว หลังขอภูมิใจไทยทบทวนทบทวนการฟ้องหมิ่นประมาท

โดย THE STANDARD TEAM
23.07.2026
ภาพอนุทิน ชาญวีรกูล ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

วันนี้ (23 กรกฎาคม) เวลา 09.50 น. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการฟ้องร้อง ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ซึ่งโพสต์ข้อความผ่าน Facebook ส่วนตัว ภายหลังพรรคภูมิใจไทยประกาศเดินหน้าดำเนินคดีหมิ่นประมาท จากกรณีที่ยิ่งชีพกล่าวถึงบุคคล 9 รายที่อาจเกี่ยวข้องกับคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 2567 โดยขอให้พรรคภูมิใจไทยทบทวนการตัดสินใจและไม่ดำเนินคดีกับตน

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ได้มอบหมายให้ทนายความไปดำเนินการแล้ว แต่จะเป็นในสัปดาห์นี้หรือไม่ ตนไม่ทราบ

 

ก่อนหน้านี้ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) โพสต์ข้อความผ่าน Facebook ส่วนตัว ภายหลังพรรคภูมิใจไทยประกาศเดินหน้าดำเนินคดีหมิ่นประมาท จากกรณีที่ยิ่งชีพกล่าวถึงบุคคล 9 รายที่อาจเกี่ยวข้องกับคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 2567 โดยขอให้พรรคภูมิใจไทยทบทวนการตัดสินใจและไม่ดำเนินคดีกับตน

 

ยิ่งชีพระบุว่า ไม่เคยต้องการถูกฟ้องร้องและไม่ต้องการใช้เวทีคดีหมิ่นประมาทในฐานะจำเลยเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง ไม่ใช่เพราะกลัวแพ้คดี แต่เห็นว่าการใช้กฎหมายในลักษณะดังกล่าวไม่ใช่มาตรฐานที่ถูกต้องและไม่สง่างาม

 

ยิ่งชีพยืนยันว่า สิ่งที่ตนนำเสนอเกี่ยวกับกระบวนการทุจริตการเลือก สว. ไม่ใช่ข้อมูลใหม่ แต่เป็นข้อมูลที่มีผู้รู้เห็นเหตุการณ์และพยานที่เกี่ยวข้องออกมาพูดต่อสาธารณะหลายครั้งแล้ว หากเห็นว่าข้อมูลไม่เป็นความจริง ก็สามารถชี้แจงต่อสังคมได้ และให้สังคมเป็นผู้พิจารณา

 

พร้อมระบุว่า สิ่งที่ทำเป็นเพียงการรวบรวมข้อเท็จจริงจากคำให้การของพยานจำนวนมาก เพื่อนำเสนอให้ฝ่ายค้านใช้อำนาจตรวจสอบในรัฐสภา ในฐานะประชาชนที่ต้องการมีส่วนร่วมตรวจสอบว่ามีการทุจริตโดยบุคคลในรัฐบาลหรือไม่ หากตรวจสอบแล้วไม่เป็นความจริง เรื่องก็ยุติลง และตนไม่มีอำนาจดำเนินการใดมากกว่านั้น

 

ยิ่งชีพยังเห็นว่า ข้อสงสัยต่อการกระทำของบุคคลในรัฐบาลสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ ผู้ที่รับรู้ข้อเท็จจริงย่อมมีสิทธิออกมาพูดตามบทบาทของตน และกฎหมายควรทำหน้าที่คุ้มครองการแสดงความคิดเห็นและการวิพากษ์วิจารณ์ เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่สร้างบรรยากาศแห่งความหวาดกลัวต่อการถูกดำเนินคดี

 

อย่างไรก็ตาม ยิ่งชีพระบุว่า หากพรรคภูมิใจไทยเห็นว่าจำเป็นต้องดำเนินคดีหมิ่นประมาทจริง เพราะเห็นว่ามีข้อมูลที่ไม่ถูกต้องและการชี้แจงต่อสาธารณะไม่สามารถเยียวยาความเสียหายได้ ตนก็พร้อมนำข้อเท็จจริงและหลักฐานที่มี รวมถึงหลักฐานที่จะได้เพิ่มเติมในอนาคต เข้าสู่กระบวนการพิสูจน์ในชั้นศาล

 

นอกจากนี้ ยิ่งชีพยังเสนอ 4 ข้อ หากพรรคภูมิใจไทยตัดสินใจดำเนินคดี ได้แก่

 

  • ขออย่าใช้ตำรวจหรือกลไกของรัฐเป็นผู้ดำเนินคดีแทน แต่ให้จ้างทนายความยื่นฟ้องต่อศาลด้วยตนเอง เนื่องจากคดีหมิ่นประมาทเป็นความผิดต่อส่วนตัว และไม่ควรใช้ทรัพยากรของรัฐสนับสนุนการดำเนินคดีเรื่องชื่อเสียงส่วนบุคคล
  • ขออย่าฟ้องแยกหลายคดี เพราะการกระทำเกิดขึ้นครั้งเดียว หากผู้เสียหายทั้ง 9 คนเห็นว่าตนได้รับความเสียหาย ก็สามารถร่วมกันเป็นโจทก์ในคดีเดียว เพื่อลดภาระเรื่องพยาน หลักฐาน และการเดินทาง
  • ขออย่าฟ้องคดีในต่างจังหวัด แม้บุคคลที่ถูกกล่าวถึงบางรายมีทะเบียนบ้านอยู่ต่างจังหวัด แต่ต่างก็ปฏิบัติหน้าที่ในกรุงเทพมหานคร จึงควรยื่นฟ้องต่อศาลอาญาในกรุงเทพฯ เพื่อไม่เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายและเวลาให้จำเลย
  • ขอให้ผู้กล่าวหามาเบิกความด้วยตนเอง เนื่องจากข้อกล่าวหาหลายประเด็นเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมส่วนบุคคล การให้ตัวแทนหรือทนายความมาเบิกความแทนจะทำให้จำเลยไม่สามารถซักค้านเพื่อค้นหาข้อเท็จจริงได้อย่างเต็มที่

 

ช่วงท้าย ยิ่งชีพย้ำว่า ความผิดฐานหมิ่นประมาทเป็นความผิดต่อส่วนตัว หากผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้รู้สึกเสียหายก็ไม่จำเป็นต้องดำเนินคดี แต่หากเห็นว่าจำเป็นต้องฟ้องร้อง ตนก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์ข้อเท็จจริงในศาล โดยขอให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างตรงไปตรงมาและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพื่อรักษาศักดิ์ศรีของทั้งผู้ฟ้องและจำเลย


READ MORE





EDITOR'S PICKS


Latest Stories