วันนี้ (17 เมษายน) เวลา 12.15 น. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พบปะผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ศอ.บต.
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตนมีความชื่นชมในความทุ่มเทเสียสละของพวกท่านทุกคนที่ทำงานในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะไม่ใช่เรื่องสนุก ต้องแก้ไขปัญหาทุกวัน แต่ละปัญหาที่เข้ามาหนักหนาสาหัสทั้งนั้น คนที่ไม่มีความทุ่มเทไม่มีจิตใจที่เข้มแข็งก็คงไม่สามารถมีความอดทนต่อภารกิจตรงนี้ได้
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า พวกเราทุกคนเต็มใจและตั้งใจที่จะมาเจอกับพวกท่าน เพื่อที่จะให้มั่นใจว่ารัฐบาลพร้อมที่จะสนับสนุนการทำงานให้เกิดความก้าวหน้า ความเจริญ และความสันติสุขความสงบในพื้นที่แห่งนี้อย่างเต็มที่ และตนยึดมั่นในหลักการ สงบ สันติ สามัคคี ที่ต้องทำให้เกิดให้ได้ พวกเราทุกคนที่อยู่ในที่นี่มีทุกศาสนา เราต้องอยู่ร่วมกันให้ได้ เพราะเป็นคนไทยเหมือนกันทุกคน เราต้อง เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ซึ่งรัฐบาลพร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่
นายกรัฐมนตรียังกล่าวอีกว่า เราอยากให้ที่นี่มีความสงบ เพราะที่นี่สามารถสร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้ และเป็นสถานที่ที่ทุกคนอยากจะมา หากไม่มีเรื่องความไม่สงบ ทั้งปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ก็มีความสวยงามมาก
“ทำไมเราปล่อยให้สิ่งที่เป็นจุดแข็งเก็บไว้ในซอกกำแพง ทำให้ความไม่สงบ ความแตกสามัคคีเกิดขึ้น เราต้องไปสร้างความเข้าใจ เพราะทุกฝ่ายเจ็บหมด แพ้หมด ไม่มีใครชนะจากสิ่งเหล่านี้ ซึ่งเราก็พูดมาหลายปีแล้ว แต่เราหยุดไม่ได้ ตราบใดที่สันติสุขไม่เกิด เราก็ต้องทำต่อไปจนกว่าจะเกิด ท้อถอยไม่ได้ ถอยไม่ได้ พอท้อทุกอย่างก็จะหยุดหมดและถอยหลัง และมีสิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นมาอีก เพราะฉะนั้นไม่มีทางอื่น เราต้องมาทำงานร่วมกัน ซึ่งรัฐบาลพร้อมที่จะสนับสนุน เราต้องอยู่กันให้ได้ทุกอย่างจะเดินหน้าเป็นพลังขับเคลื่อนต่อไป” นายกรัฐมนตรีกล่าว
ภายหลังนายกรัฐมนตรีพบปะข้าราชการ ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ผู้สื่อข่าวรายการสามมิติ ไทยทีวีสีช่อง 3 และผู้ก่อตั้งสำนักข่าว The Reporters ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนถึงนายกรัฐมนตรี โดยเปิดเผยว่า ถูก IO โจมตีและป้ายสีผ่านสื่อออนไลน์ กล่าวหาว่าเป็นนักข่าวโจร และเป็นโฆษก BRN ภายหลังการสัมภาษณ์แม่ทัพภาคที่ 4 ทั้งที่ข่าวยังไม่ทันเผยแพร่
ฐปณีย์ยังระบุด้วยว่า การโจมตีดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นกับสื่อมวลชนเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงเครือข่ายสมาคมต่างๆ ในพื้นที่ อาทิ สมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนสอนศาสนา สมาคมสมาพันธ์โรงเรียนปอเนาะ และสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนตาดีกา ซึ่งล้วนตกเป็นเป้าการทำ IO เช่นกัน โดยแสดงความกังวลว่า การกระทำลักษณะนี้อาจเป็นอันตรายและสร้างความเกลียดชัง และเพิ่มความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงส่งผลกระทบต่อกระบวนการสร้างสันติภาพในพื้นที่ชายแดนภาคใต้
นอกจากนี้ ด้านตัวแทนสมาคมต่างๆ ได้ยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ตรวจสอบและแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน
ขณะที่ นายกรัฐมนตรีระบุว่า รัฐบาลรับทราบปัญหาแล้ว และจะเร่งดำเนินการดูแล แต่เรื่องการทำร้ายร่างกายจากเจ้าหน้าที่ภาครัฐจะไม่เกิดขึ้น และหากเกิดขึ้นถือว่าไม่ใช่การกระทำของรัฐ พร้อมจะกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในที่ประชุมด้านความมั่นคงในช่วงบ่ายวันนี้ ทั้งนี้ตนได้รับทราบข้อเรียกร้องจากสมาคมต่างๆ รวมถึงข้อมูลจากสื่อมวลชนแล้ว และเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมด พร้อมยืนยันว่าจะเร่งแก้ไขปัญหาโดยเร็ว
จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้เดินทางออกจาก ศอ.บต. เพื่อไปยังบ้านพักของวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เพื่อหารือข้อราชการ และสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นการส่วนตัว
วันมูหะมัดนอร์ ระบุว่า ตนร่วมงานกับนายกฯ มากว่า 25 ปี ทราบดีว่าเป็นคนทำงานจริงจัง และเชื่อมั่นในประสบการณ์ที่ผ่านวิกฤตสำคัญของประเทศมามากมายว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาปัจจุบันได้ พร้อมชื่นชมนโยบายรัฐบาลที่ชัดเจน ไม่เน้นถ้อยคำหรูหราแต่ปฏิบัติได้จริง ครอบคลุมทุกมิติ ซึ่งหากทำงานต่อเนื่องครบ 4 ปี สถานการณ์ประเทศจะดีขึ้นอย่างแน่นอน
สำหรับการรับตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี วันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า แม้ตนจะมีอายุมากแล้วแต่เมื่อประเทศมีปัญหาและนายกฯ เอ่ยปากขอให้ช่วย จึงยินดีเข้ามาทำงานอย่างเต็มที่เพื่อประชาชนโดยไม่หวังผลทางการเมือง ทั้งยังเปิดเผยด้วยว่า อนุทินเป็นผู้นำคนที่ 3 ที่ได้มาเยือนบ้านแห่งนี้ต่อจาก พล.อ. ชวลิต และทักษิณ


