×

นายกฯ ยันผิดกฎหมายต้องดำเนินการเด็ดขาด หลังเซ็นถอนสัญชาติไทย ‘ประธานเครือข่ายชาบัด’ ย้ำทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย โยนกรมการปกครองแจงรายละเอียด

โดย THE STANDARD TEAM
29.10.2026
อนุทิน ชาญวีรกูล ให้สัมภาษณ์ที่รัฐสภาเกี่ยวกับการถอนสัญชาติไทยของประธานเครือข่ายชาบัด

วันนี้ (29 ตุลาคม) ที่อาคารรัฐสภา อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังลงนามในประกาศกระทรวงมหาดไทย เพิกถอนสัญชาติไทยของโจเซฟ เฮม แคนเตอร์ ผู้นำชุมชนชาวยิวและประธานเครือข่ายชาบัด (Chabad) ในประเทศไทย ซึ่งเดิมถือสัญชาติอเมริกัน และได้รับสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ หลังพบพฤติการณ์ใช้สัญชาติเดิมในการเดินทางเข้า-ออกต่างประเทศหลายครั้ง ซึ่งอาจเข้าข่ายฝ่าฝืนเงื่อนไขการแปลงสัญชาติเป็นไทย

 

อนุทินกล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย เนื่องจากประเทศไทยมีกฎหมายกำหนดว่าบุคคลที่จะได้รับสัญชาติไทยต้องประพฤติปฏิบัติตนอย่างไร ทั้งในเรื่องการเดินทาง การปฏิบัติตนขณะพำนักอยู่ในประเทศ และการปฏิบัติต่อประชาชนในประเทศนั้น ๆ ส่วนรายละเอียดขอให้อธิบดีกรมการปกครองเป็นผู้ชี้แจง

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการดำเนินคดีต่อจากนี้หรือไม่ อนุทินกล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย โดยขอให้สอบถามรายละเอียดจากหน่วยงานผู้ปฏิบัติ เนื่องจากตนเป็นเพียงผู้ให้นโยบาย

 

ทั้งนี้ การกระทำใดๆ ที่ผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็ตาม หน่วยงานของรัฐและเจ้าพนักงานที่มีหน้าที่ต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด และบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยในสังคมไทย

 

สำหรับการเพิกถอนสัญชาติไทยดังกล่าว สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา อนุทินในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงนามในประกาศกระทรวงมหาดไทยให้ถอนสัญชาติไทยของโจเซฟ เฮม แคนเตอร์ ซึ่งเดิมเป็นบุคคลสัญชาติอเมริกัน และได้รับสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508

 

ประกาศดังกล่าวระบุว่า โจเซฟได้รับสัญชาติไทยโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย หลังมีประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2556 และจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2556

 

อย่างไรก็ตาม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กระทรวงยุติธรรม ได้สืบสวนกรณีบุคคลต่างด้าวที่ได้รับการแปลงสัญชาติเป็นไทย และมีพฤติการณ์ที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม โดยพบว่าโจเซฟยังคงใช้สัญชาติอเมริกันในการเดินทางเข้า-ออกประเทศออสเตรเลียอย่างต่อเนื่อง รวม 16 ครั้ง โดยครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569

 

พฤติการณ์ดังกล่าวมีลักษณะเป็นการใช้สัญชาติเดิม ซึ่งขัดต่อเงื่อนไขในการขอแปลงสัญชาติเป็นไทย ทั้งที่โจเซฟได้รับทราบเงื่อนไขดังกล่าวแล้วตั้งแต่วันที่ยื่นคำขอแปลงสัญชาติ

 

ด้วยเหตุนี้ จึงเข้าข่ายเงื่อนไขการถอนสัญชาติไทยตามมาตรา 19 (2) แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 เนื่องจากมีหลักฐานว่ายังคงใช้สัญชาติเดิม และหากปล่อยไว้เนิ่นช้าอาจก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อประชาชนและสาธารณะได้

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 19 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 ลงนามในประกาศให้ถอนสัญชาติไทยของโจเซฟ เฮม แคนเตอร์ ซึ่งเป็นผู้นำชุมชนชาวยิวและประธานเครือข่ายชาบัดในประเทศไทย


READ MORE





Latest Stories