วันนี้ (14 ตุลาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีมอบเงินสินไหมทดแทนตามโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ โดยวันนี้ได้กดปุ่มโอนเงินเยียวยารายแรก จำนวน 2 ล้านบาท หลังโครงการดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ให้แก่บุตรสาวของเกศริน ต่าสินิ ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุอุทกภัยและน้ำป่าไหลหลากในจังหวัดเชียงใหม่ โดยนายกรัฐมนตรีได้ประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์พูดคุยกับบุตรสาวของผู้เสียชีวิต พร้อมกำชับผู้ว่าราชการจังหวัดให้ดูแลความเป็นอยู่ของครอบครัวเป็นอย่างดี
อนุทินกล่าวว่า ในนามของนายกรัฐมนตรี รัฐบาล และประชาชนชาวไทยทุกคน ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำป่าไหลหลากในอำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา รัฐบาลได้จัดให้มีความคุ้มครองภายใต้โครงการประกันภัยแห่งชาติ ผ่านกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่ม เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติแห่งชาติทั้ง 3 ประเภท ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว โดยเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่นำระบบประกันภัยมาเป็นกลไกรองรับความเสี่ยงและบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติ เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับความเสียหายได้รับการเยียวยา ดูแล และช่วยเหลืออย่างเหมาะสมและทันท่วงที
“การจ่ายสินไหมทดแทนวันนี้ แม้เป็นสิ่งที่เราไม่ต้องการให้เกิดขึ้นเลย ไม่อยากจ่ายนะครับ อยากให้พี่น้องประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตมากกว่า แต่ถ้าเป็นสิ่งที่เราเลี่ยงไม่ได้ ต้องถือว่าเป็นความที่เราโชคไม่ดีมาก ๆ และเป็นการสูญเสีย อย่างน้อยผู้สูญเสียชีวิตก็มีการเยียวยาจากภาครัฐ
และให้ประชาชนมั่นใจว่าสิ่งที่รัฐบาลได้เตรียมไว้ คือความเป็นห่วงและตั้งใจที่จะช่วยเหลือให้เกิดความรวดเร็ว เป็นเรื่องจริง เป็นเรื่องที่ทำได้ และต้องทำ”
กรณีนี้เป็นการเสียชีวิตจากเหตุน้ำป่าไหลหลาก ซึ่งอยู่ในความคุ้มครองประเภทอุทกภัย โดยครอบครัวจะได้รับเงินเยียวยาจำนวน 2 ล้านบาทตามกรมธรรม์ประกันภัย หวังว่าเงินเยียวยาก้อนนี้จะช่วยให้ครอบครัวก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้
นายกรัฐมนตรียังขอบคุณทุกหน่วยงานที่ตอบสนองนโยบายรัฐบาลอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ. ซึ่งเป็นศูนย์กลางช่วยดำเนินการอย่างรวดเร็ว เพื่อโอนเงินให้ถึงมือผู้ที่สูญเสียหรือได้รับความเสียหาย
ทั้งนี้ ต้องขอบคุณทุกหน่วยงานที่เร่งดำเนินการอย่างรวดเร็ว พร้อมฝากผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ว่า ช่วงนี้อยู่ในฤดูฝน อาจเกิดน้ำหลากและภัยต่าง ๆ ขอให้เตรียมการทุกอย่างให้เรียบร้อย หากเกิดเหตุการณ์ที่เข้าเกณฑ์ได้รับเงินประกันภัย ขอให้เร่งสำรวจและประสานงานกับ คปภ. เพื่อให้การจ่ายสินไหมเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วที่สุด
อนุทินกล่าวต่อว่า เมื่อดูจากบุตรสาวทั้งสองคนของผู้เสียชีวิต ซึ่งยังมีอายุน้อย จะต้องมีคนช่วยดูแลเรื่องการดำรงชีวิต เงินเยียวยานี้ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพูดคุยกับผู้ปกครองและผู้ที่ดูแลเด็กทั้งสองคน โดยต้องใช้เงินให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปให้ได้ ทั้งในเรื่องการดำรงชีวิต การศึกษา และการใช้โอกาสต่าง ๆ เพื่อให้เงินก้อนนี้เกิดประโยชน์กับครอบครัว
“ระวังที่สุดคือคนมาขอยืมสตางค์ ต้องไม่ให้ เพราะเงินก้อนนี้มาจากการสูญเสียของคนในครอบครัว ซึ่งตอนนี้แม่ไม่อยู่แล้ว ต้องเป็นเงินที่เก็บไว้ให้น้อง ๆ ดูแลตัวเอง”
พร้อมกำชับผู้ว่าราชการจังหวัดให้คอยปกป้องดูแลเงินก้อนนี้ ไม่ให้เกิดความเสี่ยง หากเด็กทั้งสองคนมีปัญหาอะไรก็มาบอกผู้ว่าราชการจังหวัดได้
“เราต้องเตรียมความพร้อมอย่างนี้เรื่อย ๆ ที่รัฐบาลไทยได้ซื้อกรมธรรม์ประกันภัยไว้ เพื่อดูแลสวัสดิภาพของประชาชนไทย วันนี้เป็นสิ่งที่เราทำให้เห็น เป็นเรื่องที่ทำได้ ปฏิบัติได้ และมีประสิทธิภาพด้วยความรวดเร็ว” อนุทินกล่าวทิ้งท้าย
ขณะที่ไพลิน มณีวรรณ บุตรสาวของผู้เสียชีวิต กล่าวขอบคุณอนุทินที่จัดทำโครงการที่ดีเช่นนี้ เพราะโครงการดังกล่าวจะมีประโยชน์ต่อทุกคนในอนาคต และครั้งนี้ก็ช่วยเหลือพวกหนูได้มาก พร้อมขอบคุณผู้ใหญ่ทุกคนที่ช่วยดำเนินการยื่นเอกสารจนถึงวันที่ได้รับเงินเยียวยา
จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้กดปุ่มโอนเงินแบบเรียลไทม์ โดยเงินจำนวน 2,000,000 บาทเข้าบัญชีของไพลินทันที ขณะที่นายกรัฐมนตรีกล่าวเป็นภาษาเหนือในตอนท้ายว่า “จะใช้จะสอยหื้อ ระมัดระวังเน้อ ภัยที่น่ากลัวหลังจากนี้ คือภัยยืมเงิน” พร้อมกำชับให้ทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ดูแลเรื่องการใช้เงินด้วย


