วันนี้ (12 มีนาคม) เวลา 14.45 น. ที่พรรคภูมิใจไทย อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมแกนนำพรรค ให้การต้อนรับ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย ชูศักดิ์ ศิรินิล และสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ภายหลังพรรคเพื่อไทยนำรายชื่อบุคคลที่จะเสนอเป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 มามอบให้พรรคภูมิใจไทย ในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงก่อนรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา วันที่ 14 มีนาคม และก่อนการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 1 ในวันที่ 15 มีนาคม ซึ่งวาระแรกของสภาจะต้องเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธานสภาฯ ทั้งสองตำแหน่ง ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนสำคัญทางการเมือง คือ การเสนอชื่อบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
อนุทิน ระบุว่า การที่หัวหน้าพรรคเพื่อไทยนำรายชื่อรองประธานสภาฯ คนที่ 2 มายื่นให้พรรคภูมิใจไทย เป็นไปตามกระบวนการจัดตั้งรัฐบาล เนื่องจากหลังรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา คาดว่าจะมีการเรียกประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรก ซึ่งในวาระดังกล่าวจะมีการเสนอชื่อประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภาฯ ทั้งสองตำแหน่ง เพื่อให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรลงมติรับรอง
“พรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทยจะเสนอชื่อทั้งสามตำแหน่งให้ที่ประชุมสภารับรอง จากนั้นค่อยหารือไทม์ไลน์ขั้นตอนต่อไป แต่วันนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะพูดรายละเอียด เพราะต้องรอขั้นตอนการโปรดเกล้าฯ ประธานสภาผู้แทนราษฎรก่อน เมื่อมีประธานสภาฯ แล้ว จึงจะเข้าสู่ขั้นตอนเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี” อนุทิน กล่าว
อนุทิน ยังระบุว่า ขณะนี้โครงสร้างพรรคร่วมรัฐบาลมีความชัดเจนแล้ว โดยพรรคภูมิใจไทยจับมือกับพรรคเพื่อไทย และพรรคการเมืองอื่นรวม 13 พรรค ซึ่งมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสัดส่วนที่เหมาะสมต่อการบริหารราชการแผ่นดิน การขับเคลื่อนงานนิติบัญญัติ และการดูแลประชาชน
เมื่อถูกถามถึงกระแสข่าวว่ารายชื่อรองประธานสภาฯ คนที่ 2 ในโควตาพรรคเพื่อไทยคือ เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สส.เลย อนุทิน ระบุว่า ขอให้รอการเสนอชื่ออย่างเป็นทางการในสภา เนื่องจากเป็นมารยาททางการเมือง แต่ย้ำว่าคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งต้องมีประสบการณ์ มีความรู้ด้านกฎหมายและข้อบังคับการประชุมสภา มีความอาวุโส และได้รับการยอมรับจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ด้าน จุลพันธ์ ปฏิเสธตอบคำถามว่ารายชื่อดังกล่าวคือ เลิศศักดิ์ หรือไม่ โดยระบุว่า ขอให้รอการเสนอชื่อในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 15 มีนาคม เนื่องจากพรรคเพื่อไทยได้ส่งรายชื่อให้แกนนำจัดตั้งรัฐบาลแล้ว และต้องดำเนินการตามขั้นตอนรัฐสภา
ในประเด็นโครงสร้างเสียงรัฐบาล อนุทินยอมรับว่า ตัวเลขเสียงสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาลอยู่แถวๆ 291 เสียง
เมื่อถามต่อว่าหากพรรคกล้าธรรมโหวตสนับสนุนนายกรัฐมนตรีจะมีโอกาสเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ อนุทินตอบว่า ขณะนี้พรรคร่วมรัฐบาลมีเท่าที่มีอยู่ และถือว่ามีจำนวนเสียงที่เหมาะสมต่อการบริหารประเทศและการทำงานในสภา
อนุทินยังอธิบายเพิ่มเติมว่า รัฐบาลไม่ได้ต้องการมีเสียงเกิน 300 เสียง เพราะจำนวนที่มากเกินไปอาจทำให้การบริหารจัดการทางการเมืองซับซ้อนขึ้น และตัวเลขปัจจุบันถือว่าเพียงพอสำหรับการขับเคลื่อนนโยบายและกฎหมาย
เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ที่ต้องผลักคนเคยรักไปเป็นฝ่ายค้าน อนุทิน หยุดคิดก่อนจะตอบว่า ก็ไม่ชอบความรู้สึกนี้ แต่มีเหตุผลที่บางอย่างก็ฝืนไม่ได้ แต่ความเป็นเพื่อน ความผูกพันธ์ ความรัก เราก็ต้องปฏิบัติหน้าที่ในบทบาทที่ต่างกัน การเมืองมันก็แบบนี้ วันนี้หนูกับหนิมมาอยู่ด้วย
ส่วนกระบวนการจัดทำรายชื่อคณะรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จุลพันธ์ ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่แล้วเสร็จ และยังไม่ได้ส่งรายชื่ออย่างเป็นทางการ โดยต้องรอให้กระบวนการเลือกประธานสภาฯ รองประธานสภาฯ และการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีเสร็จสิ้นก่อน จากนั้นจึงจะเข้าสู่ขั้นตอนหารือเรื่องคณะรัฐมนตรี
จุลพันธ์ อธิบายว่า พรรคเพื่อไทยได้ตั้งคณะกรรมการคัดสรรบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งประกอบด้วยหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และ ชูศักดิ์ ศิรินิล เพื่อรับฟังความคิดเห็นและพิจารณาบุคคลที่เหมาะสม โดยย้ำว่าการส่งรายชื่อรัฐมนตรีจะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวม 18 หน่วยงาน ผ่านสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ก่อนเสนอเพื่อโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง
อนุทิน กล่าวเพิ่มเติมว่า กระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติของรัฐมนตรีมีหลักเกณฑ์ตามรัฐธรรมนูญและแนวคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือเป็นแนวทางสำคัญในการพิจารณาความเหมาะสมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยจะไม่เข้าไปแทรกแซงโควตาของพรรคร่วมรัฐบาล
ภายหลังการแถลงข่าว เวลา 15.02 น. อนุทิน พร้อมแกนนำพรรคภูมิใจไทย ได้เดินมาส่ง จุลพันธ์ และแกนนำพรรคเพื่อไทย พร้อมถ่ายภาพร่วมกันอย่างเป็นกันเอง โดยอนุทินกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า บรรยากาศการทำงานร่วมกันเป็นไปอย่าง “ชื่นมื่น”
เมื่อผู้สื่อข่าวขอให้ “หนิมกับหนูจับมือกัน” อนุทินตอบติดตลกว่า “ไม่จับมือ แต่กอดกันเลย เขาเป็นน้อง” ขณะที่จุลพันธ์กล่าวเสริมว่า “น้องครับ รู้จักกันมานาน เป็นพี่น้องกัน” ก่อนที่อนุทินจะกระซิบกับผู้สื่อข่าวว่า “รู้จักกันตั้งแต่รุ่นพ่อ” สะท้อนความสัมพันธ์ทางการเมืองและส่วนตัวของแกนนำทั้งสองพรรคที่มีมายาวนาน










