วานนี้ (17 เมษายน) ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังการลงพื้นที่ตรวจราชการชายแดนภาคใต้ ว่า พยายามทำความเข้าใจกับทุกๆ ฝ่าย ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ พวกเราทุกคนลงไปช่วยกันทำสถานการณ์ให้ดีขึ้น โดยวันนี้มีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องลงไปทุกกระทรวง ขาดเพียงกระทรวงสาธารณสุขเพียงกระทรวงเดียว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงบทบาทของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) จะต้องมีการปรับเปลี่ยนหรือเพิ่มเติมอย่างไร นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ได้ให้นโยบายเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายให้มากขึ้น และใช้หลัก ‘เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา’ ให้เต็มที่และยกระดับด้านการข่าว สร้างความร่วมมือของพี่น้องประชาชนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น
ส่วนความคืบหน้าคดีลอบยิง กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ตนได้มีโอกาสพูดคุยกับ กมลศักดิ์ ขณะเดียวกันก็ได้รับรายงานว่า ทุกอย่างคืบหน้าด้วยความรวดเร็ว สามารถจับกุมกลุ่มคนร้ายได้ 4 ใน 5 คน จะต้องขยายผลจับกุมตัวคนร้ายที่เหลือให้ได้ ซึ่งยังไม่ทราบว่าคนร้ายได้ออกช่องทางทางธรรมชาติไปแล้วหรือไม่
ขณะที่ กอ.รมน. ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีกับนายทหารยศนาวาเอก ที่เป็นคนอนุมัติให้ยืมรถ ซึ่งทุกอย่างก็คืบหน้าตามลำดับ รวมถึงตนได้เห็นชอบในหลักการให้มีการสร้างรั้วที่ อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส ที่ไว้กั้นบริเวณชายแดนที่มีแม่น้ำโก-ลก เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้าเถื่อนหรือของที่ไม่พึงประสงค์ที่ลอบใช้ช่องทางธรรมชาติเข้ามาสร้างความวุ่นวายในประเทศของเรา และได้สั่งให้ทำเพื่อป้องกันน้ำท่วมด้วย เพราะบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่มีน้ำท่วมเป็นประจำอยู่แล้ว
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า ในช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ อยากฝากอะไรถึงพี่น้องประชาชนคนไทยหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “ขอให้ ทุกคนมีความสุข มีความสำเร็จ มีความสมปรารถนา เงินทองไหลมาเทมา” ก่อนกล่าวติดตลกในช่วงท้ายว่า “ไม่กล้าบอกว่า ไม่ไหวแล้ว เอาไหลมาเทมาทุกวันก็แล้วกัน”


