บัดนี้ ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรีชุดใหม่ ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ เป็นสมัยที่ 2 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว 35 คน 36 ตำแหน่ง
ประเด็นสำคัญ
การจัดสรรเก้าอี้ครั้งนี้ ยังคงยึดกติกาโควตา 10 สส. ต่อ 1 เก้าอี้รัฐมนตรี ทำให้โฉมหน้าของ ‘ครม. อนุทิน 2’ ถูกขับเคลื่อนด้วยขุมกำลังจาก 2 พรรคการเมืองหลัก คือ พรรคภูมิใจไทย 27 คน และ พรรคเพื่อไทย 8 คน
รายชื่อคณะรัฐมนตรีในโควตาพรรคภูมิใจไทย
- อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
- พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
- ทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี
- เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
- สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
- ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
- ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี
- ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
- นภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
- ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
- สุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
- พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
- สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
- สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
- ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
- สรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
- ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
- แนน บุญย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
- สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
- ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
- พลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
- เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
- วรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
- พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
- พัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
- วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
รายชื่อคณะรัฐมนตรีในโควตาพรรคเพื่อไทย
- ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
- นิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
- สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
- วัชรพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
- ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
- จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
- ประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
- อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ขุมกำลัง ครม. อนุทิน 2 ใครอยู่ ใครไป ใครขยับตำแหน่ง?
ภาพประกอบ: ณัฏฐ์กานต์ ดวงมาตย์พล
รัฐมนตรีหน้าเดิม อยู่มาเกือบทศวรรษ
โครงสร้าง ครม. อนุทิน 2 สะท้อนภาพลักษณ์การเมืองไทยที่เปลี่ยนผ่านสู่ยุค ‘ภูมิใจไทยสไตล์’ อย่างเต็มรูปแบบ โดยมี 10 รัฐมนตรีที่ยังรักษาเก้าอี้เหนียวแน่นในตำแหน่งเดิม โดยเฉพาะกลุ่มแกนนำหลักของภูมิใจไทยที่คุมกลไกมหาดไทย คมนาคม และการเมืองท้องถิ่นไว้ได้อย่างเบ็ดเสร็จ
การจัดวางขุนพลเทคโนแครตระดับมืออาชีพอย่าง เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และการอัปเกรด ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ขึ้นแท่นรองนายกฯ ควบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ชี้ให้เห็นว่าอำนาจในการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจมหภาคถูกโอนย้ายไปอยู่ในมือของ ‘ผู้เชี่ยวชาญ’ ที่เชื่อมโยงกับกลุ่มทุนและกลไกอำนาจเดิมมากกว่าขุนพลสายตรงจากพรรคการเมือง
ในขณะเดียวกัน ฝั่ง ‘เพื่อไทย’ ดูเหมือนจะถูกปรับบทบาทจากการเป็น ‘ผู้นำเศรษฐกิจ’ ไปสู่การเป็น ‘ผู้ดูแลสังคมและฐานมวลชน’ มากขึ้น โดยมีชื่อหน้าใหม่และกลุ่มขยับขยายที่เข้าไปรับผิดชอบงานด้านเกษตรฯ, แรงงาน, ศึกษาฯ และ พม.
การปรับเปลี่ยนนี้สะท้อนภาวะจำยอมทางการเมืองที่ต้องรับภาระในกระทรวงที่มีแรงเสียดทานสูงและต้องเผชิญหน้ากับความคาดหวังของประชาชนโดยตรง ขณะที่งบประมาณลงทุนและยุทธศาสตร์หลักถูกคานอำนาจโดยพรรคร่วมรัฐบาลที่เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด
การหลุดโผของกลุ่มอำนาจเดิมและขุนพลหลายคนยังบ่งบอกถึงการ ‘ล้างไพ่’ เพื่อจัดสรรผลประโยชน์ใหม่ที่เน้นความนิ่งของเสถียรภาพรัฐบาล ภายใต้การนำของนายกฯ จากพรรคสีน้ำเงินที่ก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางอำนาจใหม่อย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตาม คณะรัฐมนตรีชุดนี้จะมีรัฐมนตรีหน้าใหม่จำนวนมาก สะท้อนความพยายามปรับภาพลักษณ์และเติมบุคลากรใหม่เข้าสู่การบริหารประเทศ แต่อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกจับตามองอย่างมาก คือการคงอยู่ของรัฐมนตรีหน้าเดิมที่ยังดำรงตำแหน่งต่อเนื่องหลายรัฐบาลตั้งแต่ปี 2542 – 2569 เห็นจากรายชื่อดังกล่าวมี 7 บุคคลดังนี้

อนุทิน ชาญวีรกูล
ภาพ: ศวิตา พูลเสถียร
1. อนุทิน ชาญวีรกูล อายุย่าง 60 ปี หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นลูกชายของ ชวรัตน์ ชาญวีรกูล อดีตรักษาการนายกรัฐมนตรี
- ปี 2547 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร 1 โควตาพรรคไทยรักษา
- ปี 2547 – 2548 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร 2 โควตาพรรคไทยรักษา
- ปี 2548 – 2549 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร 2 โควตาพรรคไทยรักษา
- ปี 2562 รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รับมือวิกฤตโควิด รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โควตาพรรคภูมิใจไทย
- ปี 2566-2567 รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน โควตาพรรคภูมิใจไทย
- ปี 2567-2568 รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร โควตาพรรคภูมิใจไทย
- ปี 2568 เป็นนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐบาล 96 วัน อนุทิน ชาญวีรกูล โควตาพรรคภูมิใจไทย

พิพัฒน์ รัชกิจประการ
ภาพ: ฐานิส สุดโต
2. พิพัฒน์ รัชกิจประการ อายุย่างเข้า 70 ปี สามีของ ‘นาที รัชกิจประการ’ แม่ทัพภาคใต้ของพรรคภูมิใจไทย และเป็นเจ้าของปั๊มน้ำมันเครือพีที ตระกูล ‘รัชกิจประการ’ มีความสนิทสนมกับตระกูล ‘ชิดชอบ’ มาอย่างยาวนาน และอยู่ภายใต้สังกัดพรรคภูมิใจไทยจนถึงปัจจุบัน
- ปี 2562 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โควตาพรรคภูมิใจไทย
- ปี 2566-2567 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน รัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน โควตาพรรคภูมิใจไทย
- ปี 2567-2568 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน รัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร โควตาพรรคภูมิใจไทย
- ปี 2568 รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐบาล 96 วัน อนุทิน ชาญวีรกูล โควตาพรรคภูมิใจไทย

ทรงศักดิ์ ทองศรี
ภาพ: ศวิตา พูลเสถียร
3. ทรงศักดิ์ ทองศรี อายุ 68 ปี เป็นนักการเมืองชาวบุรีรัมย์ เป็นหนึ่งในกลุ่มเพื่อนเนวิน และดำรงตำแหน่งต่างๆ ในวงการการเมืองมากมาย และเขาถือว่าเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยยาวนานที่สุดคนหนึ่ง
- ปี 2562 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โควตาพรรคภูมิใจไทย
- ปี 2566-2567 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน
- ปี 2567-2568 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร โควตาพรรคภูมิใจไทย
- ปี 2568 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐบาล 96 วัน อนุทิน ชาญวีรกูล โควตาพรรคภูมิใจไทย

สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ
ภาพ: ฐานิส สุดโต
4. สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ มีอายุ 71 ปี นักการเมืองสายดีล เขามีความสามารถในการประสานงานระหว่างขั้วการเมือง และเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของประเทศมาโดยตลอด
- ปี 2541-2542 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม รัฐบาลชวน หลีกภัย
- ปี 2544-2545 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร 1 โควตาพรรคไทยรักไทย
- ปี 2548-2549 รองนายกรัฐมนตรี รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร 2 โควตาพรรคไทยรักไทย
- ปี 2562 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โควตาพรรคพลังประชารัฐ
- ปี 2566-2567 รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน โควตาพรรคเพื่อไทย
- ปี 2567-2568 รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร โควตาพรรคเพื่อไทย

สุชาติ ชมกลิ่น
ภาพ: ฐานิส สุดโต
5. สุชาติ ชมกลิ่น อายุย่าง 52 ปี นักการเมืองชาวชลบุรี เป็น อดีต สส. มาตั้งแต่ปี 2554 ติดต่อกัน 3 สมัย บารมีทางการเมืองของเขาเริ่มก่อตัวหลังการเลือกตั้งปี 2562 โดยการกวาดต้อนผู้นำท้องถิ่นหลายแห่งเข้าสู่สังกัด และขึ้นสู่จุดสูงสุดในวงการการเมือง
- ปี 2563 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 2/2 แทนหม่อมราชวงศ์จัตุมงคล โสณกุล โควตาพรรคพลังประชารัฐ
- ปี 2566-2567 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐบาลเศรษฐา ทวีสินโควตาพรรครวมไทยสร้างชาติ
- ปี 2567-2568 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร โควตาพรรครวมไทยสร้างชาติ
- ปี 2568 รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รัฐบาล 96 วัน อนุทิน ชาญวีรกูล โควตาพรรครวมไทยสร้างชาติ สังกัดกลุ่ม 16 เพื่อนสุชาติ

วราวุธ ศิลปอาชา
ภาพ: ณาฌารัฐ ภักดีอาสา
6. วราวุธ ศิลปอาชา อายุ 52 ปี เป็นลูกคนสุดท้องของ บรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย และนายกฯ คนที่ 21 กับคุณหญิงแจ่มใส ศิลปอาชา เข้าสู่เส้นทางการเมืองตามบิดา เป็น สส. สุพรรณบุรี หลายสมัย และเป็นอีกบุคคลที่เป็นรัฐมนตรีเกือบทุกรัฐบาล
- ปี 2551 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ โควตาพรรคชาติไทย
- ปี 2563 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 2 โควตาพรรคชาติไทยพัฒนา
- ปี 2566-2567 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน โควตาพรรคชาติไทยพัฒนา
- ปี 2567-2568 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร โควตาพรรคชาติไทยพัฒนา

สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล
ภาพ: ศวิตา พูลเสถียร
7. สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล อายุย่าง 50 ปี เป็นบุตรชายของสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
- ปี 2566-2567 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รัฐบาลเศรษฐา ทวีสินโควตาพรรคภูมิใจไทย
- ปี 2567-2568 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร โควตาพรรคภูมิใจไทย
- ปี 2568 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รัฐบาล 96 วัน อนุทิน ชาญวีรกูล โควตาพรรคภูมิใจไทย
ทำไมอนุทินต้องควบ มท.1
การที่ อนุทิน ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของโครงสร้างอำนาจรัฐใน ครม. ชุดนี้
เพราะเท่ากับเป็นการรวมศูนย์อำนาจบริหารส่วนกลาง และอำนาจกำกับดูแลส่วนภูมิภาคไว้ในมือบุคคลเดียวอย่างชัดเจน ผ่านกลไกของกระทรวงมหาดไทยที่ดูแลผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ
ในเชิงการเมือง โครงสร้างลักษณะนี้เปิดทางให้สามารถวางเครือข่ายบ้านใหญ่ ได้อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ระดับจังหวัดลงไปถึงท้องถิ่น ซึ่งมีนัยสำคัญต่อการสร้างฐานเสียงและการเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งในอนาคต
ขณะเดียวกัน ก็สะท้อนโมเดลการบริหารแบบรวมศูนย์อำนาจ ที่เน้นความรวดเร็วในการสั่งการและผลักดันนโยบาย แต่ก็มาพร้อมคำถามเรื่องการกระจายอำนาจและกลไกตรวจสอบถ่วงดุลในระยะยาว
ไม่มีบวรศักดิ์ และกล้าธรรม
ขณะเดียวกัน รัฐบาลสมัยที่ 2 ของอนุทิน ภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทย ไม่มี ‘ศ.ดร. บวรศักดิ์ อุวรรณโณ’ หนึ่งในบุคคลที่ได้รับการยอมรับว่าเป็น ‘บิ๊กโฟร์ปรมาจารย์กฎหมายสายอนุรักษนิยม’ ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายต่อ
สาเหตุหลักมาจากปัญหาการประสานงานกับหน่วยงานราชการ เช่น สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี รวมถึงตลอด 96 วันที่ผ่านมา ยังไม่ปรากฏผลงานเชิงรูปธรรมชัดเจน
อีกด้านหนึ่ง คดีฮั้ว สว. และคดีที่ดินเขากระโดงที่มีแนวโน้มตัดจบคดี ทำให้พรรคไม่จำเป็นต้องใช้บทบาทด้านกฎหมายเข้มข้นเช่นเดิม ประกอบกับเงื่อนไขการทำงานของบวรศักดิ์ ที่ไม่สังกัดพรรค ไม่แทรกแซงองค์กรอิสระ และสงวนสิทธิแสดงความเห็นอย่างอิสระ
จากซ้าย: ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม อนุทิน ชาญวีรกูล และบวรศักดิ์ อุวรรณโณ
ภาพ: ศวิตา พูลเสถียร
ขณะเดียวกัน เหตุผลที่ไม่มีพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาลอนุทิน 2 นั้น เนื่องจากมี สส.และแกนนำบางส่วนถูกตั้งข้อสังเกตเกี่ยวข้องกับธุรกิจสีเทา อีกทั้งยังมี สส. และแกนนำหลายคนมีชื่ออยู่ในคดีแจกกล้วยรับค่าเลี้ยงดูในสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อยู่ระหว่างการพิจารณาและคาดว่าจะมีการชี้มูลในเร็วๆ นี้

ผ่าสถิติอายุ ครม. อนุทิน 2 จากเก๋าเกม…สู่รุ่นใหม่ไฟแรง
ภาพ: ภาพประกอบ: ณัฏฐ์กานต์ ดวงมาตย์พล
เมื่อ ‘ความเก๋า’ โคจรมาเจอ ‘พลังเยาว์’
หากเปรียบ ครม. อนุทิน 2 เป็นทีมฟุตบอล นี่คือทีมที่มีส่วนผสมน่าสนใจ เพราะเป็นการบาลานซ์ ระหว่าง ‘ความเก๋าเกมระดับตำนาน’ กับ ‘พลังของคนรุ่นใหม่’ ได้อย่างลงตัว โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ค่าเฉลี่ยอายุ 53.5 ปี ซึ่งถือเป็นวัยที่กำลัง ‘พีค’ ในแง่การทำงาน คือมีทั้งประสบการณ์และยังพร้อมชนกับงานหนัก
ฝั่งรุ่นใหญ่ที่นำโดย สุริยะ ในวัย 71 ปี คือกระดูกสันหลังที่คอยประคองเกมด้วยความเจนจัดในสมรภูมิการเมือง ในขณะที่ฝั่งรุ่นใหม่อย่าง ไชยชนก วัย 35 ปี ก็เข้ามาเติมความสดใหม่และภาพลักษณ์ที่ทันสมัย ขยับภาพลักษณ์จากภาพจำเดิมๆ ที่ ครม. มักจะมีแต่ผู้ใหญ่ให้ดูมีสีสันและเข้าถึงง่ายขึ้น
เมื่อเจาะลึกไปที่โครงสร้าง จะเห็นว่ากองกำลังหลักของ ครม. ชุดนี้คือกลุ่มรุ่นกลาง (45-59 ปี) ที่มีจำนวนถึง 13 คน นำทีมโดยแม่ทัพอย่างอนุทิน ซึ่งคนกลุ่มนี้ทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมที่สำคัญระหว่างวิสัยทัศน์เชิงนโยบายจากรุ่นใหญ่ และวิธีการทำงานรูปแบบใหม่จากรุ่นใหม่ (กลุ่มอายุต่ำกว่า 45 ปี) ที่มีอยู่ถึง 5 คน
การที่สัดส่วนคนรุ่นใหม่เริ่มมีพื้นที่มากขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าการเมืองไทยกำลังอยู่ในช่วงการถ่ายเลือดที่น่าจับตา ไม่ใช่แค่การสืบทอดตำแหน่ง แต่เป็นการนำเอาความเข้าใจในโลกยุคดิจิทัลเข้ามาผสมผสานกับชั้นเชิงการบริหารแบบดั้งเดิม ทำให้ ครม. ชุดนี้มีความยืดหยุ่นสูง และพร้อมจะลุยทั้งงานหนักเชิงโครงสร้างและงานที่ต้องใช้ไอเดียสมัยใหม่ไปพร้อมกัน
ครม.บ้านใหญ่ Genใหม่
อีกหนึ่งลักษณะเด่นของ ครม. ชุดนี้ คือการผสมกันระหว่างมืออาชีพ กับ ทายาททางการเมือง ซึ่งสะท้อนยุทธศาสตร์แบบสองชั้นของพรรคภูมิใจไทย ทั้งการบริหารประเทศในปัจจุบัน และการวางฐานอำนาจในอนาคต
กรรมการบริหารคนรุ่นใหม่ พรรคภูมิใจไทย
ที่ถูกขนานนามว่า ‘แก๊งลูกเทพ’
ภาพ: ณาฌารัฐ ภักดีอาสา
ในฝั่งของทายาทการเมืองปรากฏรัฐมนตรีคนรุ่นใหม่ที่มีสายสัมพันธ์กับตระกูลการเมืองในพื้นที่อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นลูกหลานหรือเครือญาติของบ้านใหญ่ในจังหวัดต่างๆ ซึ่งถูกดันขึ้นมามีบทบาทในระดับชาติ ดังนี้
- ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อายุย่างเข้า 47 ปี จากจังหวัดอ่างทอง บุตรชายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีหลายกระทรวง
- สุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นนักการเมืองท้องถิ่นมีฐานเสียงที่แข็งแกร่งในจังหวัดอำนาจเจริญ
- สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นบุตรชายของสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
- สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม บุตรชายของ ฉัฐมงคล อังคสกุลเกียรติ นายกเทศมนตรีเมืองศรีสะเกษ
- ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ฐานะทายาทของประวัติ ภัทรประสิทธิ์ และหลานชายของประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ อดีตรัฐมนตรีจากจังหวัดพิจิตร
- สรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นบุตรของ นิพนธ์ บุญญามณี อดีต สส.สงขลา และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
- ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม บุรีรัมย์ บุตรชายเนวิน ชิดชอบ ครูใหญ่พรรคภูมิใจไทย
- แนน บุญย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม บุตรสาวของอิสสระ สมชัย สส.บัญชีรายชื่อ และอดีต สส.อุบลราชธานี
- พลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย บุตรของ ไพโรจน์ สุวรรณฉวี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และ ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง และอดีตนายก อบจ.นครราชสีมา
- เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ชาวอุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย บุตรชายมนัญญา ไทยเศรษฐ์ และหลานชายชาดา ไทยเศรษฐ์ เป็น สส. อุทัยธานี หลายสมัย และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
- วรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลูกชายของสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ เจ้าของ หจก.เกียรติเจริญชัย มีธุรกิจทั้งเรือประมง รถบรรทุก แพปลา ท่าเรือ รับเหมาก่อสร้าง สถานีบริการน้ำมัน สวนปาล์ม และค่ายมวยเกียรติเจริญชัย เป็นหลานชายของสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ อดีตนายก อบจ.สตูล 3 สมัย
- พัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นบุตรชายของ สันติ พร้อมพัฒน์ นักการเมืองรัฐมนตรีหลายกระทรวง และ วันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ สส.เพชรบูรณ์
กระทรวงยุทธศาสตร์: ใครคุมอะไร และเพื่ออะไร?
โครงสร้าง ครม. อนุทิน 2 ไม่ได้เป็นเพียงการจัดสรรตำแหน่งตามโควตาการเมือง แต่สะท้อนการวางหมากเชิงยุทธศาสตร์ ผ่านการเลือกบุคคลคุมกระทรวงสำคัญ ซึ่งเชื่อมโยงทั้งมิติอำนาจ งบประมาณ และฐานเสียง
กระทรวงคมนาคม ถูกวางเป็นหัวใจด้านการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐบาล มอบหมายพิพัฒน์ รัชกิจประการ สานต่อโครงการโครงสร้างพื้นฐานระดับเมกะโปรเจกต์ ทั้ง Landbridge และระบบรถไฟฟ้า รวมถึงโครงการดิสนีย์แลนด์ไทยแลนด์ ซึ่งไม่เพียงเป็นเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ยังเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนและฐานเสียงในเมือง การวางคนเดิมในกระทรวงนี้จึงสะท้อนความต้องการความต่อเนื่อง มากกว่าการเปลี่ยนแปลง
ขณะที่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นักการเมืองสุดเก๋าอยู่มาทุกยุคทุกสมัย ลงไปคุมพื้นที่ฐานเสียงสำคัญที่สุดของประเทศอย่างภาคเกษตร การมีบุคคลที่มีประสบการณ์และเครือข่ายทางการเมืองเข้มแข็ง ช่วยให้รัฐบาลสามารถรักษาเสถียรภาพของคะแนนนิยมในระดับรากหญ้าได้ ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจและราคาสินค้าเกษตร
พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
ภาพ: ศวิตา พูลเสถียร
ในส่วนของ กระทรวงกลาโหม และกระทรวงยุติธรรม การเลือกใช้บุคลากรสายความมั่นคงหน้าเดิม คือ พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม โดยเฉพาะกลุ่มที่ถูกมองว่าใกล้ชิดเครือข่ายอำนาจเดิม สะท้อนการประคองสมดุลกับขั้วอำนาจนอกระบบการเมืองเลือกตั้ง
ด้าน กระทรวงพลังงาน ถือเป็นหนึ่งในตำแหน่งที่เผชิญโจทย์ยากที่สุด ท่ามกลางวิกฤตราคาน้ำมันและแรงกดดันค่าครองชีพ การให้ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีตคนใกล้ชิด พีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค เข้ามารับผิดชอบ สะท้อนความพยายามของรัฐบาลในการแก้ปัญหาเชิงเทคนิคควบคู่ไปกับแรงกดดันทางการเมือง เพราะผลงานของกระทรวงนี้จะส่งผลโดยตรงต่อความรู้สึกของประชาชนในชีวิตประจำวัน
โดยภาพรวม การจัดวางกระทรวงยุทธศาสตร์ของ ครม. อนุทิน 2 จึงเป็นการผสมระหว่างการรักษาฐานอำนาจเดิม และการรับมือโจทย์ท้าทายใหม่ ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่า รัฐบาลชุดนี้จะสามารถเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจให้กลายเป็นผลงานเชิงรูปธรรมได้หรือไม่
เกาะติดความเคลื่อนไหว หลัง เลือกตั้ง 2569 : อัปเดตข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ และ ผลการเลือกตั้ง 2569
https://thestandard.co/election2569/


