วันนี้ (31 มีนาคม) ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรีชุดใหม่ ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ เป็นสมัยที่ 2
การจัดสรรเก้าอี้ครั้งนี้ ยังคงยึดกติกาโควตา 10 สส. ต่อ 1 เก้าอี้รัฐมนตรี ทำให้โฉมหน้าของ ‘ครม. อนุทิน 2’ ถูกขับเคลื่อนด้วยขุมกำลังจาก 2 พรรคการเมืองหลัก คือ พรรคภูมิใจไทย และ พรรคเพื่อไทย
ทางฝั่ง พรรคภูมิใจไทย วางยุทธศาสตร์แยบยล ด้วยการดัน ‘ทายาทบ้านใหญ่’ ขึ้นแท่นรัฐมนตรีเพื่อตอกเสาเข็มรักษาฐานเสียงระยะยาว ขณะเดียวกันยังคงใช้ผู้เชี่ยวชาญตัวจริงมานั่งเก้าอี้รองนายกฯ เพื่อกำกับนโยบายภาพรวม เป็นเกราะป้องกันความผิดพลาดและอุดทุกช่องโหว่
ในฟากของพรรคเพื่อไทย ที่ได้โควตาไป 5 รัฐมนตรีว่าการ และ 3 รัฐมนตรีช่วย ต้องเผชิญกับแรงกระเพื่อมจาก ‘นิติสงคราม’ โดยเฉพาะคดีโรงงานแป้งมัน ที่ DSI แจ้งข้อกล่าวหาบุกรุกที่สาธารณะ แม้จะมีการเขย่าเก้าอี้กันอย่างหนัก แต่ในที่สุดค่าย ‘สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล’ ก็ยังสามารถรักษาเก้าอี้รัฐมนตรีไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ด้วยการส่ง ‘นิกร โสมกลาง’ นั่งเก้าอี้ในโควตาตัวเอง
หลังจากนี้ คือช่วงเวลาแห่งการพิสูจน์ฝีมือ ครม. ชุดใหม่ที่เต็มไปด้วยทีมเศรษฐกิจชุดเดิม และเจ้ากระทรวงหน้าใหม่ จะต้องจับมือกันฝ่าด่านทั้งวิกฤตพลังงาน ผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง และปัญหาราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้น
รัฐบาลชุดนี้จะพาไทยรอดพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้หรือไม่ คงต้องให้เวลาและผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์

อ้างอิง:


