วันนี้ (20 กุมภาพันธ์) กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) แถลงความคืบหน้าการติดตามประเมินผลมาตรการยกเลิกเวลาห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วง 14.00–17.00 น. หลังดำเนินการทดลองมาแล้วกว่า 60 วัน พบข้อมูลเบื้องต้นเยาวชนตกเป็นกลุ่มเป้าหมายใหม่ทางการค้า พร้อมเตรียมสังเคราะห์ข้อมูลรอบด้านเสนอคณะกรรมการนโยบายฯ ตัดสินใจหลังครบกำหนด 180 วัน
สืบเนื่องจากที่รัฐบาลได้มีนโยบายปลดล็อกช่วงเวลาห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (14.00-17.00 น.) โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม 2568 เป็นระยะเวลาทดลอง 180 วัน เพื่อหวังกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวได้นำมาสู่ข้อถกเถียงอย่างกว้างขวางในประเด็นผลกระทบด้านสุขภาพและความปลอดภัยบนท้องถนน ซึ่งผลสำรวจจากศูนย์วิจัยปัญหาสุราฯ พบว่าประชาชนกว่าร้อยละ 82.8 ยังคงมีความกังวลในประเด็นอุบัติเหตุ
ล่าสุด เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้เป็นประธานในการประชุมคณะทำงานติดตามและประเมินผลกระทบฯ ครั้งที่ 1/2569 เพื่อติดตามความคืบหน้างานวิจัยจากมูลนิธิเพื่อการประเมินนโยบายและเทคโนโลยีด้านสุขภาพ (HITAP) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก สวรส. ในการรวบรวมหลักฐานเชิงประจักษ์เพื่อประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบาย
ผศ.ดร.จรวยพร ศรีศศลักษณ์ รองผู้อำนวยการ สวรส. เปิดเผยผลวิเคราะห์เบื้องต้น (75 วันแรก) พบประเด็นสำคัญดังนี้:
- ด้านเศรษฐกิจ: รายได้รวมจากการท่องเที่ยวในบางพื้นที่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน แต่พบว่ายอดขายของผู้ประกอบการร้านอาหารบางกลุ่มมีการปรับตัวดีขึ้น
- ด้านสังคมและสุขภาพ: แม้อัตราการดื่มแล้วขับในภาพรวมยังไม่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับปีฐาน แต่ในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมาพบความเสี่ยงในการเสียชีวิตสูงกว่าช่วงปกติถึง 4-5 เท่า
- กลุ่มเสี่ยง: มีข้อสังเกตว่ากลุ่มเยาวชนกลายเป็นเป้าหมายใหม่ทางการตลาดของผู้ขายในช่วงเวลาที่มีการปลดล็อก
เพื่อให้การตัดสินใจภายหลังครบกำหนด 180 วันเป็นไปอย่างรอบด้าน คณะทำงานฯ ได้เตรียมประสานข้อมูลเชิงลึกจากหน่วยงานหลัก อาทิ:
- ข้อมูลสุขภาพ: ระบบ RTIDC และ HDC (อุบัติเหตุและห้องฉุกเฉิน) และค่ารักษาพยาบาลจาก สปสช.
- ข้อมูลสังคม: สถิติคดีเมาแล้วขับและอาชญากรรมจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเรื่องร้องเรียนจากกรมการปกครอง
- ข้อมูลเศรษฐกิจ: รายได้จากการท่องเที่ยวและข้อมูลภาษีจากกรมสรรพสามิตและกรมสรรพากร
นอกจากนี้ คณะทำงานฯ ยังเสนอให้มีการติดตามสื่อ (Media Monitoring) เพื่อวิเคราะห์กระแสสังคมควบคู่ไปกับการวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholder Analysis) ทุกกลุ่ม
รองผู้อำนวยการ สวรส. เน้นย้ำว่า การวิจัยครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเป้าเพียงเพื่อคัดค้านหรือสนับสนุน แต่เพื่อหาทางเลือกเชิงนโยบาย ที่เหมาะสม หากจะมีการขยายเวลาเป็นการถาวร จะต้องมีมาตรการกำกับดูแลเพิ่มเติมเพื่อลดผลกระทบทางสังคมและสุขภาพควบคู่กันไป โดย สวรส. จะดำเนินการกำกับและประเมินผลอย่างต่อเนื่องทุกเดือน เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่สมดุลที่สุดระหว่างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและความปลอดภัยของประชาชน


