พฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตของคนไทยเปลี่ยนไปอย่างมาก จากที่เคยเน้นการดาวน์โหลดข้อมูลเพื่อรับชมคอนเทนต์ ตอนนี้ผู้ใช้งานกลายเป็นคนสร้างคอนเทนต์เสียเอง การไลฟ์ขายของหรือส่งภาพให้ระบบ AI ประมวลผล ทำให้ความต้องการใช้อินเทอร์เน็ตฝั่งอัปโหลดพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
AIS จึงต้องปรับตัวรับเทรนด์นี้ นำมาสู่การเปิดตัวเครือข่าย ‘AIS 5G-ADVANCED’ เป็นรายแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งตลอดกว่า 20 ปีที่ผ่านมา AIS ได้เดินหน้าบริหารจัดการคลื่นความถี่เพื่อรองรับพฤติกรรมลูกค้ามาตลอด การอัปเกรดรอบนี้คือการตอบโจทย์วิถีชีวิตยุคใหม่โดยตรง
แก้ปมข้อจำกัดเครือข่าย เร่งสปีดรับส่งข้อมูลเต็มพิกัด
อินไซต์การใช้งานจริงพบว่าพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีปริมาณการถ่ายทอดสดและใช้ดาต้าสูงที่สุด สวนทางกับคนกรุงเทพมหานครที่มักใช้เน็ตบ้าน การออกแบบเครือข่ายจึงต้องลงลึกแก้ปัญหาทางเทคนิค โดยเฉพาะคลื่น 5G ย่าน 2600 MHz บนระบบ TDD ที่มีสัดส่วนดาวน์โหลดต่ออัปโหลด 8:2 ตามข้อกำหนดของ กสทช.
ทีมวิศวกรแก้โจทย์นี้ด้วยเทคโนโลยี ‘Uplink 2CC’ โดยดึงคลื่นย่าน 700 MHz และ 2100 MHz บนระบบ FDD ซึ่งมีสัดส่วนดาวน์โหลดและอัปโหลดเท่ากันที่ 50:50 เข้ามาทำงานร่วมกัน การผสานคลื่นทั้งสองระบบช่วยดันประสิทธิภาพการอัปโหลดให้พุ่งขึ้นสูงสุด 2 เท่า รองรับการส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์ได้ดีขึ้น
ฝั่งดาวน์โหลดก็ได้รับการอัปเกรดเช่นกัน เทคโนโลยี ‘Downlink 3CC’ ที่รวมคลื่น 700 MHz, 2100 MHz และ 2600 MHz เข้าด้วยกัน ช่วยเพิ่มความเร็วสูงสุด 1.5 เท่า ปัจจุบันเปิดให้บริการแล้วในพื้นที่สาทรและบางรัก พร้อมแผนขยายสู่พื้นที่สำคัญในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลภายในปี 2569
ดึง AI บริหารเครือข่ายอัตโนมัติ ตอบสนองการใช้งานทันที
โครงข่ายที่เร็วขึ้นต้องมาพร้อมระบบบริหารจัดการที่ดี มีการอัปเกรดซอฟต์แวร์เครือข่ายทั้งหมดให้เป็นมาตรฐาน 3GPP Release 18 และดึง AI เข้ามาจัดการความหนาแน่นของเครือข่ายแบบอัตโนมัติ เป้าหมายคือการผลักดันสู่โครงข่ายอัตโนมัติระดับ 4 เพื่อให้ระบบวิเคราะห์และปรับตัวรองรับการใช้งานได้เอง
วสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าหน่วยธุรกิจงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ AIS ระบุว่า “พันธกิจสำคัญของเราคือการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ การพัฒนาโครงข่ายในวันนี้คือการสร้างขีดความสามารถใหม่ให้ประเทศ และส่งมอบประสบการณ์ดิจิทัลที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในทุกการใช้งาน”
บริการ 5G SA Downlink 2CC เปิดให้ใช้งานครอบคลุมกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และตัวเมืองทั่วประเทศแล้ว ส่วนบริการ 5G SA Uplink 2CC ก็พร้อมใช้งานในพื้นที่ตัวเมืองภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยมีแผนขยายให้ครอบคลุมตัวเมืองทั่วประเทศภายในปี 2569
สัมผัสประสบการณ์ 5G+ พร้อมสปีดเครือข่ายแห่งอนาคต
ความต้องการแบนด์วิดท์ของคนไทยเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากยุค 2G ที่ใช้คลื่นเพียง 17.5 MHz มาสู่ยุค 3G และ 4G ที่ 20 MHz จนถึงยุค 5G ที่ต้องการขั้นต่ำถึง 100 MHz การเตรียมพร้อมด้านคลื่นความถี่จึงเป็นการรองรับความต้องการในปัจจุบันและปูทางสู่เทคโนโลยี 6G ในอนาคต
เบื้องหลังความพร้อมของเครือข่ายนี้ ต้องอาศัยการทำงานร่วมกับผู้ผลิตสมาร์ตโฟนและชิปเซตล่วงหน้านานนับปี เพื่อให้มั่นใจว่าฮาร์ดแวร์ของตัวเครื่องจะรองรับเทคโนโลยีใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ปัจจุบันมือถือระบบ Android เกือบทั้งหมดรองรับการใช้งานได้แล้ว
ขณะที่ระบบ iOS ก็รองรับการทำงานบนโครงข่ายใหม่ตั้งแต่การอัปเดตซอฟต์แวร์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ผู้บริโภคจึงใช้งานได้ทันทีเมื่ออยู่ในพื้นที่ให้บริการ
ลูกค้าที่มีอุปกรณ์รองรับจะเห็นสัญลักษณ์ ‘5G+’ บนหน้าจออัตโนมัติเมื่อดึงข้อมูล สามารถสัมผัสความเร็วเหนือระดับได้ทันทีโดยไม่ต้องตั้งค่าหรือสมัครแพ็กเกจเพิ่ม พร้อมความมั่นใจด้านความปลอดภัยจากบริการแจ้งเตือนเบอร์ต้องสงสัยและสายด่วนบล็อกมิจฉาชีพ เพื่อให้ท่องโลกออนไลน์ได้อย่างสบายใจ


