×

ศูนย์ AIRRE กางผลงานวิจัย 2 ปี ช่วยทารกรอดตาบอดถาวร ดันเชียงใหม่ฮับป้องกัน ROP

โดย THE STANDARD TEAM
17.08.2026
  • LOADING...
ภาพการแถลงข่าวความคืบหน้าโครงการป้องกันภาวะตาบอดในเด็กแรกเกิด โดยศูนย์ AIRRE และคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

วันนี้ (17 สิงหาคม) ที่ ห้องประชุมบุญสม มาร์ติน โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ร่วมกับ สถาบันจักษุวิทยาวิลเมอร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์ และศูนย์วิจัยและรักษาโรคจอตา อยู่วิทยา โกลบอล แอร์ (AIRRE) เซ็นเตอร์ จัดงานแถลงข่าวความคืบหน้าโครงการป้องกันภาวะตาบอดในเด็กแรกเกิดในประเทศไทย ภายใต้แนวคิด จากความร่วมมือระดับโลกสู่การรอดพ้นจากโลกมืดของเด็กไทย

 

การแถลงข่าวครั้งนี้นำโดย ศาสตราจารย์ นพ.นีล เอ็ม. เบรสเลอร์ ผู้อำนวยการศูนย์ AIRRE พร้อมด้วย ผศ.พญ.จุน คอง รองผู้อำนวยการศูนย์ฯ และ ผศ.พญ.อัจฉรียา วิวัฒน์วงศ์วนา หัวหน้าหน่วยจักษุวิทยาเด็กและตาเข ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

 

ศ.นพ.เบรสเลอร์ เปิดเผยว่า โครงการวิจัยนี้มุ่งเป้าไปที่การลดภาวะตาบอดในเด็ก โดยเฉพาะจาก ‘โรคจอประสาทตาผิดปกติในทารกคลอดก่อนกำหนด’ (Retinopathy of Prematurity: ROP) ซึ่งเป็นภัยเงียบที่ร้ายแรง เนื่องจากสถิติพบว่ากว่า 2 ใน 3 ของเด็กไทยที่ตาบอดมีสาเหตุมาจากโรค ROP และในทารกแรกเกิดทุกๆ 1,000 คน จะพบภาวะตาบอด 1 คน

 

จากสถานการณ์ดังกล่าว เฉลิม อยู่วิทยา นักธุรกิจชาวไทย เล็งเห็นถึงความสำคัญและได้เข้ามามีบทบาทหลักในการผลักดัน ผ่านการมอบทุนสนับสนุนมูลค่ากว่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 330 ล้านบาท) ครอบคลุมทั้งค่าบุคลากร อุปกรณ์ล้ำสมัย และค่าตรวจรักษา

 

ไฮไลต์สำคัญคือการจัดซื้อ กล้องถ่ายภาพจอประสาทตาแบบมุมกว้างสำหรับเด็ก (Wide-field Pediatric Retinal Camera) มูลค่า 125,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเข้ามาพลิกโฉมการตรวจรักษาในพื้นที่ห่างไกล โดยเจ้าหน้าที่สามารถถ่ายภาพและส่งต่อให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญวินิจฉัยทางไกลได้ทันท่วงที

 

ศ.นพ.เบรสเลอร์ เผยผลลัพธ์ว่า ตลอด 2 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่เริ่มโครงการ (สิงหาคม 2567) ทีมวิจัยได้ติดตามภาพถ่ายจอประสาทตากว่า 6,000 ภาพ จากทารก 60 คน พบทารก 23 คนที่มีภาวะ ROP ซึ่งทั้งหมดได้รับการรักษาด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์จอประสาทตาที่ทันสมัย ผลลัพธ์คือ เด็กทุกคนในโครงการรอดพ้นจากภาวะตาบอดถาวร 100%

 

ด้าน ผศ.พญ.อัจฉรียา เสริมว่า ตามมาตรฐานทางการแพทย์ ทารกคลอดก่อนกำหนด (อายุครรภ์ต่ำกว่า 30 สัปดาห์ หรือน้ำหนักไม่ถึง 1,500 กรัม) ต้องได้รับการคัดกรองภายใน 4 สัปดาห์ และหากพบความผิดปกติ ต้องรักษาด่วนภายใน 48 ชั่วโมง ซึ่งข้อจำกัดด้านอุปกรณ์ในอดีตทำให้มีเด็กจำนวนหนึ่งพลาดโอกาสนี้ไป

 

“มีกรณีที่เราคัดกรองเด็กจากโครงการ พบอาการชัดเจนและรักษาได้ทัน ครอบครัวเด็กเล่าว่าลูกคนโตต้องตาบอดเพราะคัดกรองไม่ทัน แต่ครั้งนี้เราช่วยลูกคนเล็กไว้ได้ ปัจจุบันเขาอายุ 1 ขวบและมองเห็นได้ดีขึ้น” ผศ.พญ.อัจฉรียา กล่าวพร้อมระบุว่าความสำเร็จของโมเดลนี้กำลังถูกนำไปประยุกต์ใช้ในประเทศมาเลเซียด้วย

 

สำหรับก้าวต่อไป ศูนย์ AIRRE วางเป้าหมายประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบถ่ายภาพขั้นสูง เพื่อพัฒนาระบบคัดกรองและสร้างความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน หวังสร้างองค์ความรู้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วยโรคจอประสาทตาในทุกช่วงวัย

 

ด้าน เฉลิม อยู่วิทยา ผู้สนับสนุนหลักของโครงการ เผยความรู้สึกว่า การช่วยรักษาดวงตาของเด็กทารกแม้เพียงคนเดียวก็เป็นเรื่องที่น่าทึ่ง การได้เห็นโครงการในบ้านเกิดประสบความสำเร็จจนขยายผลสู่ระดับโลก ถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง

 

“ทั้งหมดนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเงินบริจาค แต่คือการคืนความฝัน เปลี่ยนอนาคตของเด็กคนหนึ่งและครอบครัว การร่วมมือกับมหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์ จะเป็นรากฐานทางการแพทย์ที่ส่งต่อโอกาสในการมองเห็นให้แก่ผู้คนนับล้านทั่วโลกในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า” เฉลิม กล่าวทิ้งท้าย

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising