ตลอดช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา AI ได้กลายเป็นวาระสำคัญบนโต๊ะผู้บริหารอย่างรวดเร็ว หลายองค์กรทุ่มงบลงทุน ทดลองใช้ และผลักดัน AI เข้าสู่กระบวนการทำงาน ตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูล การจัดการองค์ความรู้ ไปจนถึงการสนับสนุนการตัดสินใจทางธุรกิจ
เมื่อการใช้ AI แพร่หลายมากขึ้น คำถามของผู้บริหารจึงเปลี่ยนจาก “จะนำ AI มาใช้อย่างไร” เป็น “จะทำอย่างไรให้ AI สร้างผลตอบแทนทางธุรกิจได้จริง” เพราะโครงการ AI จำนวนมากยังมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน มากกว่าการสร้างรายได้ใหม่หรือความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างชัดเจน
AI และ Digital Transformation ต้องเริ่มจากโจทย์ธุรกิจ
ปัญหาที่พบบ่อยในการขับเคลื่อน Digital Transformation คือ องค์กรมักเริ่มต้นจากการมองหาเทคโนโลยีใหม่ ทั้งที่ยังไม่ได้กำหนดอย่างชัดเจนว่าธุรกิจต้องการแก้ปัญหาใด หรือผลลัพธ์สุดท้ายที่ต้องการคืออะไร
เมื่อจุดตั้งต้นอยู่ที่เครื่องมือมากกว่าเป้าหมาย หลายโครงการจึงจบลงเพียงการทำให้กระบวนการเดิมรวดเร็วหรือสะดวกขึ้น โดยไม่ได้เปลี่ยนแปลงวิธีการทำงาน การตัดสินใจ หรือโมเดลธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ
มร. จุน ฮาชิโมโตะ ตัวแทนประจำประเทศไทย บริษัท ฟูจิตสึ (ประเทศไทย) จำกัด มองว่า หนึ่งในเหตุผลที่การลงทุนด้าน AI จำนวนไม่น้อยยังไม่สร้างผลลัพธ์ตามที่คาดหวัง คือ องค์กรยังไม่ได้กำหนด ผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ชัดเจนตั้งแต่ต้น
โจทย์สำคัญจึงอยู่ที่การตอบให้ได้ว่า องค์กรต้องการให้ AI เข้าไปช่วยเรื่องใด เช่น สร้างรายได้ใหม่ ลดความเสี่ยง ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า หรือปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจ เพราะหากปลายทางยังไม่ชัดเจน เทคโนโลยีก็มีโอกาสถูกใช้เพียงเพื่อสนับสนุนวิธีการทำงานแบบเดิม
เมื่อทุกองค์กรเข้าถึง AI ได้ ความต่างอยู่ที่ผลลัพธ์
ปัจจุบัน AI เข้าถึงได้ง่ายขึ้นจนไม่ใช่งานเฉพาะของบริษัทใหญ่ การมี AI จึงไม่พอสร้างข้อได้เปรียบ เพราะแม้ใช้เทคโนโลยีเดียวกัน ผลลัพธ์ก็ต่างกันขึ้นอยู่กับการนำไปตอบโจทย์ธุรกิจและการวัดผลที่ชัดเจน
กล่าวอีกนัยหนึ่ง ROI จากการลงทุนด้าน AI ไม่ได้ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความพร้อมขององค์กรในการนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางธุรกิจด้วย
3 ปัจจัยที่ช่วยเปลี่ยน AI ให้เป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจ
จากประสบการณ์การทำงานกับองค์กรในหลายประเทศ ฟูจิตสึพบว่า องค์กรที่สามารถต่อยอด AI และ Digital Transformation ไปสู่ผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้ มักมีองค์ประกอบร่วมกันอยู่ 3 ด้าน
1. วางกลยุทธ์ก่อนเลือกเทคโนโลยี
องค์กรที่สร้างผลลัพธ์จาก AI ได้จริง มักกำหนดเป้าหมายและผลลัพธ์ที่ต้องการให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มรายได้ ลดต้นทุน ลดความเสี่ยง หรือยกระดับประสบการณ์ลูกค้า ก่อนเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถวัดได้ว่าการลงทุนนั้นสร้างคุณค่าให้กับธุรกิจตามที่ตั้งเป้าไว้หรือไม่
2. เตรียมข้อมูลให้พร้อมสำหรับ AI
ประสิทธิภาพของ AI ขึ้นอยู่กับคุณภาพข้อมูล หากข้อมูลกระจัดกระจายหรือไม่น่าเชื่อถือ AI ก็ไม่สามารถทำงานได้เต็มศักยภาพ หลายองค์กรจึงต้องปรับปรุงโครงสร้างข้อมูลควบคู่ไปกับการลงทุน AI ข้อมูลที่พร้อมใช้งานจึงเป็นรากฐานสำคัญในการช่วยตัดสินใจและสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจระยะยาว
3. สร้างวัฒนธรรมที่พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง
การนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ไม่ได้ทำให้องค์กรเปลี่ยนแปลงในทันที หากวิธีการทำงานและวัฒนธรรมองค์กรยังคงเดิม องค์กรที่ประสบความสำเร็จจึงมักพัฒนาคนและเทคโนโลยีไปพร้อมกัน ทั้งการพัฒนาทักษะ การสร้างวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ และการเปิดรับวิธีคิดใหม่ๆ ความสำเร็จของ AI จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งผู้บริหาร ฝ่ายเทคโนโลยี และหน่วยธุรกิจที่ใช้งานจริง
จากการใช้ AI สู่การสร้าง ROI ที่วัดผลได้
เมื่อองค์กรเริ่มนำ AI มาใช้งานแล้ว โจทย์ต่อไปจึงอยู่ที่การพิสูจน์ว่าการลงทุนดังกล่าวสร้างผลตอบแทนอย่างไรให้แก่ธุรกิจ ผู้บริหารควรพิจารณาว่าโครงการใดควรขยายผล โครงการใดต้องปรับแนวทาง และโครงการใดอาจไม่จำเป็นต้องเดินหน้าต่อ เพราะการสร้าง ROI ไม่ได้หมายถึงการลงทุนใน AI ให้มากขึ้น แต่คือการเลือกลงทุนในสิ่งที่ตอบโจทย์ธุรกิจและสามารถพิสูจน์ผลลัพธ์ได้
หากต้องการสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจจาก AI และ Digital Transformation สามารถพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญของ Fujitsu ได้ที่ https://www.fujitsu.com/th/en/about/resources/contact/enquiry.html


