วันนี้ (4 เมษายน) ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวสต์เกต อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการเข้ารับตำแหน่งท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ไม่รู้สึกกดดันหรือหนักใจ พร้อมย้ำความเชื่อมั่นในผู้บัญชาการเหล่าทัพและกำลังพลทุกนาย ที่มีอุดมการณ์ร่วมกันในการปกป้องประเทศ
พล.ท.อดุลย์ ระบุว่า สถานการณ์ชายแดนยังอยู่ในการควบคุม โดยย้ำว่า ไม่ต้องกังวลรบรอบที่ 3 แต่ยอมรับว่าต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากการปะทะจะต้องมีสิ่งบอกเหตุล่วงหน้า ซึ่งกองทัพมีระบบข่าวกรองและการเฝ้าตรวจ (ISR) ที่มีประสิทธิภาพ พร้อมขอให้ประชาชนเชื่อข้อมูลจากหน่วยงานทางการ และอย่าหลงเชื่อข่าวลือในโซเชียลมีเดีย เนื่องจากอาจเป็นส่วนหนึ่งของสงครามไฮบริด ที่มุ่งสร้างความสับสน
ส่วนกรณีที่ วีระ สมความคิด ออกมาเปิดเผยว่ามีการลักลอบให้ทหาร BHQ เข้าประเทศโดยผิดกฎหมาย พล.ท.อดุลย์ ระบุว่า ได้สั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว โดยพร้อมรับฟังทุกข้อมูลและให้หน่วยงานในพื้นที่กลั่นกรองอย่างรอบคอบ ก่อนพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอน
ขณะเดียวกัน ยังกล่าวถึงกรณีการลักลอบขนน้ำมันเถื่อนผ่านชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ไม่ต้องกังวล เนื่องจากมีการติดตามตรวจสอบอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะทางทะเลที่มีทั้งกรมเจ้าท่าและศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) คอยกำกับดูแล พร้อมระบบติดตามเรือผ่าน GPS ซึ่งหากพบพฤติกรรมผิดปกติ เช่น การปิดสัญญาณหรือใช้เวลาขนส่งเกินกำหนด อาจเข้าข่ายกักตุน
พล.ท.อดุลย์ ยังขอความร่วมมือจากประชาชนและสื่อมวลชนช่วยเป็นหูเป็นตาในการตรวจสอบ พร้อมย้ำว่ารัฐบาลดำเนินการอย่างเต็มที่ในการแก้ไขปัญหา
สำหรับสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พล.ท.อดุลย์ ระบุว่า ขอรอแถลงนโยบายต่อรัฐสภาก่อนจึงจะชี้แจงแนวทางอย่างเป็นทางการ ขณะที่กรณีเหตุลอบยิง สส.พรรคประชาชาติ เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสอบสวน และหากพบว่าเชื่อมโยงถึงบุคคลใด เชื่อว่านายกรัฐมนตรีจะไม่ละเว้นอย่างแน่นอน
ส่วนข้อกล่าวหาว่ารถที่ใช้ก่อเหตุเกี่ยวข้องกับหน่วยงาน กอ.รมน. พล.ท.อดุลย์ ระบุว่า ยังไม่ทราบข้อเท็จจริง เนื่องจากอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการตรวจสอบต่อไป


